
ติดอาวุธส่งออก การค้าออนไลน์ กระตุ้นยอดขาย
ติดอาวุธส่งออกผ่านไทยเทรด ดอทคอม ชี้อาหารเครื่องดื่ม แฟชั่น และสุขภาพความงาม ตื่นตัวสุด
ติดอาวุธส่งออกผ่านไทยเทรด ดอทคอม ชี้อาหารเครื่องดื่ม แฟชั่น และสุขภาพความงาม ตื่นตัวสุด
ร.อ.สุวิพันธุ์ ดิษยมณฑล รองอธิบดีกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า กรมได้จัดกิจกรรมเชิงปฏิบัติการภายใต้โครงการนำร่องสมาร์ท ออนไลน์ เอ็กซปอเตอร์ : ติดอาวุธการค้าออนไลน์ด้วย Thaitrade.com เพื่อให้ความรู้ในเรื่องการทำการตลาดออนไลน์และสนับสนุนการใช้งานเว็บไซต์ Thaitrade.com ที่ถูกออกแบบให้เป็นช่องทางออนไลน์ให้ผู้ประกอบการไทยสามารถนำเสนอสินค้าและบริการไปยังกลุ่มผู้ซื้อทั่วโลก
“โครงการนี้มีผู้ประกอบการที่เข้าร่วมอบรมจำนวนทั้งสิ้น 128 ราย ซึ่งมาจากกลุ่มธุรกิจต่างๆ มากกว่า 12 กลุ่มธุรกิจ โดยกลุ่มธุรกิจ 3 อันดับแรก ที่ให้ความสนใจมาร่วมอบรมคือ กลุ่มธุรกิจอาหารและเครื่องดื่ม กลุ่มแฟชั่นและเครื่องประดับ และกลุ่มสุขภาพและความงาม” ร.อ.สุวิพันธุ์ กล่าว
สำหรับโครงการดังกล่าว เพื่อสร้างความเข้าใจในการทำการตลาดออนไลน์ต่อผู้ส่งออก ซึ่งถือเป็นอีกแนวทางหนึ่งเพื่อช่วยผู้ส่งออกให้สามารถใช้ช่องทางตลาดกลางพาณิชย์ดิจิตอลผ่านเว็บไซต์ www.thaitrade.com ในการนำเสนอสินค้าและบริการไปยังกลุ่มผู้ซื้อทั่วโลกได้มีประสิทธิภาพมากขึ้น เพื่อเป็นการรองรับการเข้าสู่ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (เออีซี) ที่จะเริ่มต้นในปี 2558
ขณะที่โครงการสมาร์ท ออนไลน์ เอ็กซปอเตอร์ รุ่นที่ 1 ถือว่าประสบความสำเร็จอย่างมาก โดยมีผู้ร่วมโครงการ 128 ราย และยังพบว่ามีผู้เข้าชมหน้าเว็บไซต์เพิ่มขึ้นมากกว่า 20% โดยมีผู้ประกอบการบางรายประสบความสำเร็จอย่างมาก จากการที่มีผู้เข้าเยี่ยมชมหน้าเว็บไซต์เพิ่มขึ้นกว่า 10 เท่าด้วย ผ่านเครื่องมือการค้าขายออนไลน์ผ่านช่องทางเว็บไซต์ไทยเทรด ดอทคอม
พร้อมกันนี้ กรมยังได้ประกาศรายชื่อและมอบรางวัลและวุฒิบัตรให้แก่ผู้ส่งออกต้นแบบ 30 ราย ซึ่งเป็นผู้ประกอบการที่ผ่านการอบรมในโครงการและสามารถนำการตลาดออนไลน์มาใช้เพิ่มศักยภาพการทำธุรกิจ โดยผู้ส่งออกที่ได้รับคัดเลือกนั้น พิจารณาจากผู้ส่งออกที่มีอัตราการเติบโตของสถิติการเข้าชมหน้าร้านผ่านทางเว็บไซต์ www.thaitrade.com สูงสุด 30 อันดับแรก และมียอดขายเพิ่มขึ้นมากกว่า 10%
ขณะที่ในภาพรวมพบว่ามีผู้เข้าเยี่ยมชมเว็บไซต์ของผู้ประกอบการที่เพิ่มขึ้นกว่า 82% สร้างยอดขายได้เกือบพันล้านบาท ซึ่งหลังจากเข้าร่วมโครงการแล้วยังมีผู้ประกอบการกว่า 40 ราย ที่สามารถสร้างยอดขายเพิ่มขึ้นกว่า 10% ของยอดขายเดิมส่งผลให้ผู้เข้าร่วมโครงการเห็นว่า โครงการนี้มีประโยชน์และควรจะส่งเสริมสนับสนุนต่อเนื่องต่อไป โดยกรมมีแผนจะดำเนินการจัดโครงการในรุ่นที่ 2 ในต้นปี 2557 นี้ด้วย







