
คลังลดจีพีดีปีนี้3%ตามสศช.เหตุส่งออก0%
สศค.ปรับลดการขยายตัวเศรษฐกิจ 3% กดดัน กนง. คงดอกเบี้ยกระตุ้นเศรษฐกิจ
สศค.ปรับลดการขยายตัวเศรษฐกิจ 3% กดดัน กนง. คงดอกเบี้ยกระตุ้นเศรษฐกิจ
นายสมชัย สัจจพงษ์ ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) เปิดเผยว่า ในเดือน ธ.ค. คลังจะปรับลดการขยายตัวเศรษฐกิจปีนี้ลงจากที่ประมาณการไว้เดิม 3.7% ต่อปี เป็น 3% หลังจากที่สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) ปรับตัวเลขจีดีพีไปก่อนหน้านี้ ลดเศรษฐกิจปีนี้โตได้ 3% ต่อปี เนื่องจากการส่งออกขยายตัวได้ 0% แสดงให้เห็นว่าเศรษฐกิจยังชะลอตัว
อย่างไรก็ดี การขยายตัวทางเศรษฐกิจที่ขยายตัวไตรมาส 3 ได้ 2.7% มากกว่าไตรมาส 2 ที่ขยายตัว 2.6% แสดงให้เห็นว่าเศรษฐกิจไทยได้รอดพ้นจากภาวะถดถอยในเชิงเทคนิคแล้ว
สำหรับเศรษฐกิจปี 2557 สศค. คาดการณ์ไว้เดิมขยายตัวได้ 5.1% ต่อปี อาจจะมีการปรับเพิ่มขึ้น เพราะการขยายตัวในปีนี้ลดลงทำให้ฐานต่ำ การขยายตัวในปีหน้าจึงน่าจะสูงขึ้น และยังมีปัจจัยบวกจากเศรษฐกิจโลกที่ฟื้นจะทำให้การส่งออกของไทยกลับมาขยายตัวได้อีกครั้ง ขณะการใช้จ่ายภาครัฐจะมีเงินจาก พ.ร.บ.กู้เงิน 2 ล้านล้านบาท ที่จะมีการเบิกจ่ายในปี 2557 จำนวน 1.2 แสนล้านบาท
นายสมชัย กล่าวว่า แนวโน้มดอกเบี้ยนโยบายคาดว่าคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) น่าจะคงดอกเบี้ยไปถึงสิ้นปี เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจที่ยังอยู่ในภาวะชะลอตัว สำหรับดอกเบี้ยนโยบายในปีหน้ามีแนวโน้มที่จะปรับขึ้นได้จากเงินทุนไหลออกหากสหรัฐเลิกมาตรการคิวอี การกู้เงินจาก พ.ร.บ.กู้เงิน 2 ล้านล้านบาท ทำให้สภาพคล่องลดลงบ้าง อย่างไรก็ดีหากเศรษฐกิจไทยปีหน้ายังไม่ฟื้นตัว กนง.ก็น่าจะคงดอกเบี้ยนโยบายเพื่อสนับสนุนการขยายตัวเศรษฐกิจให้ดีขึ้น
“ขณะนี้คลังกำลังดำเนินการด้านภาษีที่เดินหน้าอยู่ในขณะนี้ คือ การเก็บภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง โดยในเบื้องต้นจะไม่ดำเนินการกับการพาณิชย์ เพราะมีผลกระทบกับประชาชนโดยรวม แต่จะเก็บคนที่ซื้อที่เก็งกำไรหรือที่ดินรกร้าง การจัดทำ พ.ร.บ.หลักประกันทางธุรกิจ เป็นการอำนวยความสะดวกให้ธุรกิจขนาดเล็ก ที่สามารถนำหลักทรัพย์ที่มีอยู่มาค้ำประกัน เช่น กิจการ ทรัพย์สินทางปัญญา อสังหาริมทรัพย์ วัตถุดิบ
ขณะเดียวกันยังมีการอนุญาตให้มีการจัดตั้งบริษัทสินเชื่อเพื่อแก้ปัญหาหนี้นอกระบบ โดยปล่อยสินเชื่อสำหรับธุรกิจได้ไม่เกิน 1 แสนบาท ดอกเบี้ยและค่าธรรมเนียมเก็บได้ถึง 36% ต่อปี โดยมีข้อแม้ให้ปล่อยแค่ในพื้นที่จังหวัดที่มีการจัดตั้งบริษัทเท่านั้น การจัดทำรีเวิร์ดมาร์เก็ตให้กับผู้สูงอายุ เพื่อกู้เงินใช้หลังเกษียณอายุจากที่อยู่อาศัยที่มีอยู่ การทำกองทุนโครงสร้างพื้นฐาน กองทุนอสังหาริมทรัพย์ และการทำภาษีการประกอบธุรกิจให้เป็นสากล เพื่อสนับสนุนให้นักธุรกิจไทยไปลงทุนในต่างประเทศโดยไม่มีข้อจำกัดทางภาษี
นายกิตติรัตน์ ณ ระนอง รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.คลัง กล่าวว่า ไม่กังวลเรื่องเงินทุนไหลเข้าออก เพราะประเทศไทยไม่มีปัญหาขาดแคลนเงินทุน ซึ่งปีที่ผ่านมามีเงินทุนไหลเข้ามามาก รัฐอยากเห็นค่าเงินบาทมีเสถียรภาพ การที่เงินทุนไหลเข้าทำให้ค่าเงินบาทแข็งค่ากระทบผู้ส่งออก ถ้าจะมีเงินไหลออกไปบ้างก็ไม่เป็นที่น่ากังวล







