
บริษัทเอ็มเอไอกำไรทรุด
ไตรมาส3หายวับ27%สวนยอดขายเพิ่มมาร์จิ้นหดกว่า1%จากต้นทุนขายเพิ่ม
ไตรมาส3หายวับ27%สวนยอดขายเพิ่มมาร์จิ้นหดกว่า1%จากต้นทุนขายเพิ่ม
บริษัทในตลาดหุ้นเอ็ม เอ ไอ กำไรลด 27% ไตรมาส 3 ต้นทุนขายกดดันมาร์จิ้นหาย 1%
นายชนิตร ชาญชัยณรงค์ ผู้จัดการตลาดหลักทรัพย์ เอ็ม เอ ไอ (mai) เปิดเผยว่า บริษัทจดทะเบียน (บจ.) ในเอ็ม เอ ไอ จำนวน 90 บริษัท จากทั้งหมด 92 แห่ง มีกำไรสุทธิรวม1,336 ล้านบาท ลดลง 26.84% เทียบกับช่วงเดียวกันปีก่อน เนื่องจากเผชิญภาวะต้นทุนขายที่เพิ่มขึ้น ส่งผลให้อัตรากำไรขั้นต้น (มาร์จิ้น) ลดลงจาก 21.30% เป็น 20.25% และอัตรากำไรสุทธิลดลงจาก 6.67% เหลือ 4.6% ขณะที่ยอดขายเพิ่มขึ้น 7.29% เป็น 28,748 ล้านบาท ในงวดนี้มีบริษัท 74 แห่งที่มีกำไรสุทธิ
อย่างไรก็ตาม กลุ่มธุรกิจที่ยังคงรักษาอัตรากำไรขั้นต้นไว้ได้เหมือนที่ผ่านมา ได้แก่ กลุ่มธุรกิจบริการเฉพาะกิจ ธุรกิจไอซีที และธุรกิจภาคการผลิตสินค้าอุตสาหกรรม ซึ่งแสดงถึงความสามารถบริหารจัดการในภาวะที่มีแรงกดดันด้านต้นทุนได้ดี
นอกจากนั้นยังพบว่าบริษัทที่มีความแข็งแกร่งมีอัตราการเติบโตของยอดขายและกำไรสะสม 12 เดือนย้อนหลัง จากข้อมูลไตรมาสต่อไตรมาสที่เพิ่มขึ้นต่อเนื่อง มีจำนวน 4 บริษัท ได้แก่ บริษัท เออาร์ไอพี (ARIP) บริษัท ไลท์ติ้ง แอนด์ อีควิปเมนท์ (L&E) บริษัท ไทย เอ็น ดี ที (TNDT) และบริษัท พลาสติค และหีบห่อไทย (TPAC)
สำหรับงวด 9 เดือน ปี 2556 บริษัทในเอ็ม เอ ไอ มีกำไรสุทธิ 4,841 ล้านบาท ลดลง 9.01% จากยอดขาย 83,802 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 6.89% แต่หากหักกำไรจากการชดเชยค่าเสียหายจากการประกันอุทกภัย จำนวน 277 ล้านบาท ของบริษัท ไทยมิตซูวา (TMW) เมื่อปี 2555 จะทำให้กำไรสุทธิโดยรวม ลดลงเพียง 4.48%
นอกจากนี้ พบว่าบริษัทจำนวน 14 แห่ง มียอดขายและกำไรสุทธิเพิ่มขึ้นเมื่อเทียบกับไตรมาส 2 และช่วงเดียวกันของปี 2555 ได้แก่ บริษัท 2 เอส เมทัล (2S) บริษัท แอร์โรว์ ซินดิเคท (ARROW) บริษัท สหการประมูล (AUCT) บริษัท บิวเดอสมาร์ท (BSM) บริษัท ช.ทวี ดอลลาเซียน (CHO) บริษัท แฮลเซี่ยน เทคโนโลยี่ (HTECH) บริษัท อินเตอร์ลิ้งค์ คอมมิวนิเคชั่น (ILINK) บริษัท ไลท์ติ้ง แอนด์ อีควิปเมนท์ (L&E) บริษัท โปรเจค แพลนนิ่ง เซอร์วิส (PPS) บริษัทที เอส ฟลาวมิลล์ (TMILL) บริษัทไทย เอ็น ดี ที (TNDT) บริษัท โรงพยาบาลไทยนครินทร์ (TNH) บริษัท พลาสติคและหีบห่อไทย (TPAC) และบริษัท ยูนิเวอร์แซล แอดซอร์บเบ้นท์ แอนด์ เคมิคัลส์ (UAC)
ปัจจุบันตลาดเอ็ม เอ ไอ มีมูลค่าหลักทรัพย์ตามราคาตลาดรวม(มาร์เก็ต แคป) อยู่ที่ 184,658 ล้านบาท มูลค่าซื้อขายเฉลี่ย 2440.16 ล้านบาทต่อวัน
มาร์เก็ตติง กล่าวว่า บจ.ในเอ็มเอไอมีกำไรลดลง สะท้อนถึงการปรับตัวไม่ทันกับสถานการณ์ที่เปลี่ยนแปลงเร็ว ในเรื่องของต้นทุน กำลังซื้อที่ลดลง และการชะลอตัวลงของเศรษฐกิจ จึงต้องใช้งบการตลาด จัดโปรโมชั่นในการกระตุ้นยอดขาย ส่วนแนวโน้มในไตรมาสที่ 4 กำไรโดยรวมยังมีโอกาสลดลงต่อเนื่อง และอาจจะข้ามไปถึงปีหน้าด้วย
นายสุรเดช ทวีแสงสกุลไทย กรรมการผู้จัดการใหญ่และประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ช.ทวี ดอลลาเซียน กล่าวว่า ไตรมาส 3 CHO สามารถล้างขาดทุนสะสม 3.76 ล้านบาท ได้หมดแล้ว และพลิกมีกำไรสะสมจำนวน 9.31 ล้านบาท
ทั้งนี้ ในงวด 9 เดือน มีรายได้รวมอยู่ที่ 586.48 ล้านบาท เติบโต 20.67% และมีกำไรสุทธิ 25.37 ล้านบาท เติบโต 31.86%
อย่างไรก็ดี แนวโน้มผลประกอบการในไตรมาส 4 คาดว่าจะเติบโตตามเป้าหมายที่วางไว้ จากปริมาณงานในมือ ที่ยังไม่ได้ส่งมอบมูลค่าประมาณ 610 ล้านบาท ซึ่งจะทยอยรับรู้เป็นรายได้ภายในปีนี้ประมาณ 50% และอีก 50% จะทยอยรับรู้ในปีหน้า







