
กระดาษสาจินนาลักษณ์ต่อยอดสู่ออนไลน์
จินนาลักษณ์ กระดาษสา ปิดจุดอ่อนการตลาด มุ่งขายออนไลน์ พร้อมต่อยอดธุรกิจท่องเที่ยวรับเออีซีคนทะลักเชียงราย3.5 ล้านคนต่อปี
จินนาลักษณ์ กระดาษสา ปิดจุดอ่อนการตลาด มุ่งขายออนไลน์ พร้อมต่อยอดธุรกิจท่องเที่ยวรับเออีซีคนทะลักเชียงราย3.5 ล้านคนต่อปี
นางจินนาลักษณ์ ชุ่มมงคล กรรมการผู้จัดการ บริษัท จินนาลักษณ์ มัลเบอร์รี่สาเปเปอร์ ผู้ผลิตและทำตลาดกระดาษสา ภายใต้แบรนด์ จินนาลักษณ์ เปิดเผยว่า บริษัทเข้าร่วมโครงการพัฒนาขีดความสามารถในการแข่งขันของอุตสาหกรรมแปรรูปการเกษตรในภูมิภาค กระทรวงอุตสาหกรรม เพื่อพัฒนายุทธศาสตร์การขับเคลื่อนการตลาดเอสเอ็มอีทั้งกระบวนการผลิตและขยายการทำตลาดทั้งในและต่างประเทศ
ทั้งนี้ หลังจากบริษัทเข้าร่วมโครงการได้ต่อยอดธุรกิจดั้งเดิมไปสู่การออกแบบสินค้าใหม่ เช่น กระดาษปลอกแก้วเครื่องดื่ม วอลเปเปอร์ ของตกแต่งบนโต๊ะอาหาร เป็นต้น เพื่อเพิ่มมูลค่ากระดาษสาแผ่นให้เป็นสินค้าไลฟ์สไตล์ใช้ในชีวิตประจำวันได้มากขึ้น พร้อมกับการขยายช่องทางการขายใหม่ในรูปแบบอีคอมเมิร์ซ หรือออนไลน์ผ่านเว็บไซต์เพื่อเพิ่มยอดขายไม่ต่ำกว่า 10% ด้วย
ปัจจุบัน บริษัทมีกำลังการผลิตกระดาษสาอยู่ที่ 6 แสนแผ่นต่อปี กว่าพันลวดลาย โดยจำหน่ายราคาหน้าโรงงาน หรือต้นทุนสินค้ากระดาษสาอยู่ที่ 2530 บาทต่อแผ่น ทำตลาดหลักเพื่อการส่งออก ราว 70% ในประเทศเกาหลีใต้ ยุโรป และสหรัฐอเมริกา และอีก 30% ทำตลาดในประเทศ ทั้งรูปแบบรับจ้างผลิต (โออีเอ็ม) และวางจำหน่ายแบบขายปลีกในราคา 50 บาทต่อแผ่น
นอกจากนี้ยังมีแผนพัฒนาร้านค้าเพื่อยกระดับสู่การท่องเที่ยวเชิงนิเวศ โดยจัดกิจกรรมเชิงปฏิบัติ (เวิร์กช็อป) โปรแกรมท่องเที่ยวรองรับ 4 กลุ่มต่อวัน หรือ 100 กลุ่มต่อเดือน ซึ่งจะอยู่ที่ 1,200 กลุ่มต่อปี โดยคาดว่าจะมีผู้เข้ามาท่องเที่ยว ราวกลุ่มละ 5 คน หรือประมาณ 6,000 คนต่อปี คิดราคาในการใช้บริการคนละ 299 บาท ซึ่งจะทำให้สถานประกอบการ จินนาลักษณ์ มีรายได้เพิ่มขึ้นปีละ 1.8 ล้านบาทต่อปี
สำหรับแผนงานดังกล่าวเพื่อรองรับการขยายตัวทางเศรษฐกิจใน จ.เชียงรายในอนาคต จากการเปิดเสรีอาเซียนที่จะมีจำนวนนักท่องเที่ยวเดินทางมาในจังหวัดมากขึ้นในอนาคต คาดไม่ต่ำกว่า 3.5 ล้านคนต่อปี จากปัจจุบันมีจำนวนนักท่องเที่ยวเดินทางมายัง จ.เชียงราย ราว 2.9 ล้านคนต่อปี







