posttoday
ศก.ต่างจังหวัดทรุด

ศก.ต่างจังหวัดทรุด

18 พฤศจิกายน 2556

“ม็อบราชดำเนิน” ซึ่งกำลังฝุ่นตลบด้วยกลุ่มชนหลากหลายอาชีพจำนวนมากที่ออกมาคัดค้านไม่เห็นด้วยกับร่างกฎหมาย และดูเหมือนจะขยายผลเลยไปกว่า พ.ร.บ.นิรโทษกรรม จนทำให้ปัญหาการขัดแย้งทางการเมืองภายในประเทศกลายเป็นซอยตัน สัปดาห์นี้ “เศรษฐกิจรอบทิศ” ผมขอพักเรื่อง “ม็อบ” ไว้ก่อน มาคุยกันเรื่องปากท้องกันบ้าง...

“ม็อบราชดำเนิน” ซึ่งกำลังฝุ่นตลบด้วยกลุ่มชนหลากหลายอาชีพจำนวนมากที่ออกมาคัดค้านไม่เห็นด้วยกับร่างกฎหมาย และดูเหมือนจะขยายผลเลยไปกว่า พ.ร.บ.นิรโทษกรรม จนทำให้ปัญหาการขัดแย้งทางการเมืองภายในประเทศกลายเป็นซอยตัน สัปดาห์นี้ “เศรษฐกิจรอบทิศ” ผมขอพักเรื่อง “ม็อบ” ไว้ก่อน มาคุยกันเรื่องปากท้องกันบ้าง...

สัปดาห์ที่แล้วผมมีโอกาสเดินทางไปหลายจังหวัดในภาคอีสาน และได้ประชุมกับผู้ประกอบการหลากหลายอาชีพ ทั้งจากภาคอุตสาหกรรม เกษตร และภาคบริการ พบว่า ผู้ประกอบการในต่างจังหวัดได้รับผลกระทบจากเศรษฐกิจโลกชะลอตัว ซึ่งทำให้การส่งออกของไทยใน 9 เดือนที่ผ่านมา ภาคอุตสาหกรรม หดตัวเชิงเงินบาทติดลบ 1.60% อุตสาหกรรมเกษตร หดตัวเชิงเงินบาทติดลบ 8.46% และภาคเกษตร หดตัวเชิงเงินบาทติดลบ 8.48% ในส่วนของผู้ประกอบการอุตสาหกรรม รายได้เฉลี่ยลดลง 10-12% และกลุ่มอุตสาหกรรม SMEs รายได้ลดลง 2030% ซึ่งทำให้มีผลกระทบต่อเนื่องสู่รายได้ของภาคแรงงานและภาคเกษตรกรลดลง เนื่องจากปริมาณงานที่ลดลง จนทำให้โอทีลดลง หรือไม่มีโอที หลายโรงงานต้องลดเวลาทำงาน และบางส่วนถึงขั้นต้องปิดโรงงาน ซึ่งสอดคล้องกับตัวเลขกำลังการผลิตภาคอุตสาหกรรม ลดเหลือเพียง 63.45% จากปี 2555 เฉลี่ยที่ 67.90%

การลดลงของกำลังการผลิต เริ่มเห็นสัญญาณการอ่อนตัวของอุปสงค์ความต้องการแรงงานในต่างจังหวัด ซึ่งเริ่มชะลอตัว ผู้ประกอบการให้ข้อมูลตรงกันว่า มีแรงงานว่างงานมากขึ้น ขณะเดียวกัน ต้นทุนการผลิตจากวัสดุและวัตถุดิบซึ่งส่งมาจากกรุงเทพฯ มีราคาสูงขึ้น เพราะอุตสาหกรรมขนาดใหญ่ซึ่งคุมวัตถุดิบต้นน้ำมีการปรับราคาชดเชยตัวเลขส่งออกที่ลดลง เมื่อยอดขายลดลง ส่งผลต่อผลประกอบการซึ่งส่วนใหญ่ถึงขั้นขาดทุน กระทบไปถึงปัญหาสภาพคล่องตึงตัว สะท้อนได้จากตัวเลขหนี้สินภาคธุรกิจซึ่งทะลุถึง 95.70%

นอกจากนี้ ภาคบริการและค้าปลีกก็ได้รับผลกระทบไม่น้อยไปกว่าภาคการผลิต เห็นได้จากร้านอาหารส่วนใหญ่ในต่างจังหวัด มีรายได้ลดลง 20-30% เป็นผลจากรายได้ของประชาชนลดลง ทำให้ต้องประหยัดการใช้จ่าย ซึ่งสะท้อนในตัวเลขการบริโภคภาคเอกชนเดือน ก.ย. หดตัวติดลบ 6.1% และคาดว่าการบริโภคทั้งปีของไทย คงขยายตัวได้ไม่เกิน 2.6% จากที่ขยายตัวได้ในปีที่แล้ว 6.5% สำหรับเกษตรกรในภาคอีสาน ได้รับผลกระทบค่อนข้างมากจากราคาสินค้าเกษตรที่ตกลงอย่างรุนแรง เช่น ตัวเลขส่งออกยาง ติดลบ 12% น้ำตาลทราย ติดลบ 30% ขณะที่ข้าว ตัวเลขหดตัว 0.48% (ปี 2555 ติดลบไปแล้ว 28%) ทั้งนี้ เกษตรกรชาวนาในภาคอีสาน ส่วนใหญ่เป็นเกษตรกรรายย่อย ปลูกข้าวเพื่อใช้กิน จึงไม่ได้รับประโยชน์จากโครงการจำนำข้าว ขณะเดียวกัน ค่าเช่าที่ดิน ปุ๋ย ยาฆ่าแมลง ล้วนแต่ปรับราคานำโด่งไปก่อนหน้านี้ ทำให้ปัญหาหนี้สินครัวเรือนในภาคเกษตรกรอยู่ในระดับที่สูงสุด ขณะที่ภาคประชาชน หนี้บัตรเครดิตขยายตัวสูงถึง 36% ส่งผลต่อเม็ดเงินที่จะนำมาใช้จ่ายน้อยลง จนกระทบต่อการบริโภค และภาคการผลิต

ทั้งนี้ เศรษฐกิจภูธรจะสะท้อนเศรษฐกิจของประเทศ ซึ่งในไตรมาส 3 จนถึงไตรมาส 4 อาจขยายตัวได้ไม่ดีนัก ทั้งที่เกิดจากการหดตัวของการส่งออก และการบริโภคในประเทศ ขณะเดียวกัน ตลาดตราสารทุนและตราสารหนี้ก็ประสบปัญหาในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา นักลงทุนต่างชาติเทขายพันธบัตรถึง 2.6 หมื่นล้านบาท และตลาดทุนมีการเทขายออกไปใกล้เคียง 2 หมื่นล้านบาท ซึ่งอาจเกิดจากความวิตกปัญหาการเมืองในประเทศไทย แต่ส่วนหนึ่งอาจเกิดจากความกังวลของการลดขนาด QE ของสหรัฐ ซึ่งคาดว่าอาจมีการชะลอลงในเร็วๆ นี้ สำหรับการเมืองในประเทศที่กำลังวุ่น ขอให้ทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องเร่งหาทางออกร่วมกันในการให้หลุดจาก “กับดักการเมืองแบบสุดซอย” ให้ได้โดยเร็ว เอาใจช่วยครับ... (ติดตามบทความย้อนหลังได้ที่ www.tanitsorat.com)

ข่าวล่าสุด

สมาคมคนตาบอดฉะเชิงเทรา ซึ้งใจเพื่อนพึ่ง(ภาฯ) ไม่ทิ้งกันในยามยาก มอบถุงยังชีพพระราชทาน

สมาคมคนตาบอดฉะเชิงเทรา ซึ้งใจเพื่อนพึ่ง(ภาฯ) ไม่ทิ้งกันในยามยาก มอบถุงยังชีพพระราชทาน