posttoday
พิษการเมืองฉุดซื้อสินค้า

พิษการเมืองฉุดซื้อสินค้า

17 พฤศจิกายน 2556

การชุมนุมทางการเมืองที่ยังคงยืดเยื้อมากว่า 15 วัน ซึ่งส่งผลต่อภาคธุรกิจมากขึ้นเรื่อยๆ

การชุมนุมทางการเมืองที่ยังคงยืดเยื้อมากว่า 15 วัน ซึ่งส่งผลต่อภาคธุรกิจมากขึ้นเรื่อยๆ โดยเฉพาะกระทบกับอารมณ์และกำลังซื้อสินค้าของประชาชน โดยบริษัท สหพัฒนพิบูล ผู้ผลิตและจัดจำหน่ายสินค้าอุปโภคบริโภคในเครือสหพัฒน์ ได้ให้ข้อมูลว่าธุรกิจท่องเที่ยวเป็นภาคธุรกิจแรกที่ได้รับผลกระทบโดยตรง ซึ่งหลายประเทศประกาศเตือนประชาชนในการเดินทางมาประเทศไทย และล่าสุดยังส่งผลให้คนไทยเลี่ยงการเดินซื้อสินค้าในห้างสรรพสินค้า โดยเฉพาะห้างสรรพสินค้าที่อยู่ใกล้กับแหล่งชุมนุม ซึ่งมีการเตรียมปรับลดยอดขายในสินค้าหลายประเภทแล้ว เช่นเดียวกับธุรกิจร้านอาหาร โดยบริษัท เอ็มเค เรสโตรองต์ ชี้ว่ากำลังซื้อของผู้บริโภคเริ่มลดลง ส่งผลให้จำนวนลูกค้าที่เข้ามาใช้บริการ แม้ยอดค่าใช้จ่ายต่อคนจะเท่าเดิมที่ 280 บาท แต่เมื่อจำนวนลูกค้าลดลงจึงต้องมีการจัดแคมเปญกระตุ้นยอดขาย

ขณะที่การจัดงานแฟร์และงานแสดงสินค้าและบริการต่างๆ ก็ได้รับผลกระทบเช่นเดียวกัน โดยมีจำนวนคนเข้าร่วมงานน้อยกว่าที่ควร เช่นงานมหกรรมบ้านและคอนโด ที่ศูนย์ประชุมแห่งชาติสิริกิติ์

ห้างจัดกิจกรรมกู้ยอด

บริษัท เซ็นทรัลพัฒนา หรือซีพีเอ็น เปิดเผยว่า กำลังซื้อของคนกรุงเทพฯ ลดลงเป็นผลมาจากการชุมนุมทางการเมือง ซึ่งทางห้างสรรพสินค้าต้องออกมาร่วมมือกับพันธมิตรทำกิจกรรมการตลาดเพื่อกระตุ้นยอดขาย เชื่อว่าหลังจากทุกอย่างจบจะกลับสู่สภาวะปกติ ส่วนผู้ประกอบการศูนย์การค้าและห้างสรรพสินค้าอื่นๆ ต่างจับตาดูการเคลื่อนไหวของกลุ่มผู้ชุมนุมและเตรียมรับมืออย่างใกล้ชิด คาดว่าจะไม่กระทบภาพรวมค้าปลีกมากนัก

ภาพรวมอสังหาฯน่าห่วง

บริษัท พฤกษา เรียลเอสเตท ระบุว่า แนวโน้มการปฏิเสธสินเชื่อบ้านปีหน้าอาจพุ่งสูงขึ้น เนื่องจากสหรัฐอเมริกาจ่อยกเลิกมาตรการคิวอีและการออก พ.ร.บ.เงินกู้ 2 ล้านล้านบาท ทำให้เกิดภาวะเงินตึงตัว สำหรับทางออกต้องหามาตรการค้ำประกันสินเชื่อบ้านให้ลูกค้า เพื่อให้สถาบันการเงินอนุมัติสินเชื่อให้ผู้ซื้อบ้านได้ง่ายขึ้น ส่วนแนวโน้มราคาบ้านจะปรับขึ้น 56% ตามต้นทุน และราคาที่ดินก็ปรับสูงขึ้นมาก

ด้านผู้ประกอบการอสังหาริมทรัพย์รายกลาง เช่น วังทอง กรุ๊ป เสนา ดีเวลลอปเม้นท์ ไอริส กรุ๊ป เตรียมปรับแผนการก่อสร้างหันมาใช้ระบบก่อสร้างแบบสำเร็จรูปหรือพรีแฟบมากขึ้นไม่ต่ำกว่า 60% และศึกษาแผนลงทุนโรงงานผลิตชิ้นส่วนบ้านสำเร็จรูป โดยจะใช้ในกลุ่มบ้านเดี่ยวและทาวน์เฮาส์ ราคาขายต่ำกว่า 5 ล้านบาท ช่วยลดเวลาก่อสร้าง ลดต้นทุน และรองรับปัญหาขาดแคลนแรงงาน เช่นเดียวกับบริษัท ควอลิตี้ เฮ้าส์ หรือ คิวเฮ้าส์ ระบุว่า ปีหน้าวิกฤตปัญหาแรงงานจะรุนแรงขึ้น ส่งผลให้ต้นทุนค่าก่อสร้างปรับเพิ่มขึ้น 510% ดังนั้นการหันมาใช้ระบบพรีแฟบจะเพิ่มมากขึ้น โดยเฉพาะในกลุ่มราคาระดับกลางล่าง

ต่างชาติยังลงทุนไทย

สายการบินคาเธ่ย์แปซิฟิค และสายการบินดราก้อนแอร์ เปิดเผยว่า จนถึงปัจจุบันอัตราการบรรทุกผู้โดยสารมายังเฉลี่ยอยู่ที่ 81% ยังไม่ได้รับผลกระทบจากการชุมนุมทางการเมือง และเชื่อว่าเป็นเพียงการชุมนุมระยะสั้น ขณะที่สายการบินนกแอร์ระบุอัตราการบรรทุกผู้โดยสารยังอยู่ที่ 85% ไม่ได้รับผลกระทบเช่นกัน โดยในระยะยาวประเทศไทยยังมีแนวโน้มที่ดีอยู่ กลุ่มนักลงทุนต่างชาติยังเชื่อมั่นต่อภาคอุตสาหกรรมไทย โดยเฉพาะกลุ่มทุนจากญี่ปุ่นที่เตรียมย้ายฐานการผลิตมาไทยรองรับการเปิดประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน หรือเออีซี

อีคอมเมิร์ซแนวโน้มดี

การเติบโตของการซื้อขายสินค้าออนไลน์ หรืออีคอมเมิร์ซ มีการเติบโตตามปกติ 2030% โดยมีผลมาจากคนไทยสามารถเข้าถึงอินเทอร์เน็ตได้มากขึ้น มีการใช้สมาร์ทโฟนมากขึ้น และปีนี้เริ่มมีผู้ให้บริการจากต่างประเทศเข้ามาลองตลาดแล้ว คาดว่าทั้งปีนี้จะมีมูลค่าตลาดอีคอมเมิร์ซเฉพาะบีทูซี 78 หมื่นล้านบาท และปีหน้าจะมีผู้ให้บริการยักษ์ใหญ่จากต่างประเทศเข้ามาให้บริการในประเทศ ส่งผลให้เกิดการแข่งขันมากขึ้น

ข่าวล่าสุด

สมาคมคนตาบอดฉะเชิงเทรา ซึ้งใจเพื่อนพึ่ง(ภาฯ) ไม่ทิ้งกันในยามยาก มอบถุงยังชีพพระราชทาน

สมาคมคนตาบอดฉะเชิงเทรา ซึ้งใจเพื่อนพึ่ง(ภาฯ) ไม่ทิ้งกันในยามยาก มอบถุงยังชีพพระราชทาน