posttoday
ศก.ไทยแขวนไว้กับส่งออก

ศก.ไทยแขวนไว้กับส่งออก

16 พฤศจิกายน 2556

นายแบงก์ฟันธงเศรษฐกิจไทยต้องพึ่งพาการส่งออก

นายแบงก์ฟันธงเศรษฐกิจไทยต้องพึ่งพาการส่งออก

นายเชาว์ เก่งชน กรรมการผู้จัดการ ธนาคารกสิกรไทย เปิดเผยว่า สิ่งที่จะขับเคลื่อนเศรษฐกิจในปีหน้าเหลือการส่งออกเพียงสิ่งเดียว หากการส่งออกไม่ฟื้นตัวเศรษฐกิจก็จะคงไม่ดีกว่าที่เป็นอยู่

ทั้งนี้ ปัญหาการเมืองได้ทำให้การบริโภคและการลงทุนในประเทศชะลอตัวลง การลงทุนในโครงการน้ำ 3.5 แสนล้านบาท และลงทุนในโครงการโครงสร้างพื้นฐาน 2 ล้านล้านบาท ก็อาจจะล่าช้าออกไปอีก

“คาดว่าเศรษฐกิจไทยในปีหน้าจะขยายตัวได้ในกรอบประมาณ45% โดยมองว่าเศรษฐกิจของกลุ่มประเทศหลัก ได้แก่ สหรัฐ ยุโรป และญี่ปุ่น ที่มีทิศทางปรับตัวดีขึ้นจะช่วยหนุนการส่งออกของไทยเติบโตได้ไม่ต่ำกว่า 5% ซึ่งดีขึ้นจากปีนี้” นายเชาว์ กล่าว

นายโฆสิต ปั้นเปี่ยมรัษฎ์ ประธานกรรมการบริหาร ธนาคารกรุงเทพ กล่าวว่า ขณะนี้ยังไม่สามารถประเมินตัวเลขการเติบโตของเศรษฐกิจไทยในปีหน้าได้ เนื่องจากยังไม่แน่ใจว่าการส่งออกที่ชะลอตัวจนแทบไม่ขยายตัวเลยในปีนี้ เป็นผลมาจากกำลังซื้อในต่างประเทศที่ลดลง หรือเป็นเพราะเอกชนปรับตัวไม่ได้กับนโยบายขึ้นค่าแรงขั้นต่ำและการเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยี

นายโฆสิต กล่าวว่า หากผลที่ออกมาเป็นเพราะกำลังซื้อในต่างประเทศชะลอลงเพียงอย่างเดียว ไม่เกี่ยวกับเราสู้กับประเทศคู่แข่งไม่ได้ ก็เชื่อว่าภาคส่งออกไทยในปีหน้าจะกลับมาเติบโตได้ดีมาก และช่วยผลักดันให้การเติบโตทางเศรษฐกิจขยายตัวได้ 45%

อย่างไรก็ตาม ในกรณีที่ผลออกมาว่าธุรกิจไทยสูญเสียความสามารถในการแข่งขันไปแล้ว เชื่อว่าการส่งออกจะชะลอตัวลากยาวกว่าที่คิดและฉุดให้จีดีพีปีหน้าโตได้ต่ำกว่า 45%

“ประเด็นที่เราเป็นห่วงมากที่สุดตอนนี้คือความสามารถในการแข่งขันของธุรกิจไทย เพราะจะมีผลต่อการส่งออก ซึ่งมองว่าจะเป็นตัวขับเคลื่อนเศรษฐกิจในปีหน้า เพราะการบริโภคภายในประเทศจะยังชะลอจากระดับหนี้ครัวเรือนที่สูง ขณะที่การลงทุนโครงสร้างพื้นฐานของภาครัฐก็คาดว่าจะมีมูลค่าเพียง 1 แสนล้านบาท และเป็นการลงทุนในส่วนที่ยังไม่ช่วยเพิ่มอำนาจการซื้อให้กับคน” นายโฆสิต กล่าว

นายเชาว์ เก่งชน กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัทศูนย์วิจัยกสิกรไทย กล่าวว่า ศูนย์วิจัยฯคาดว่าเศรษฐกิจไทยในปีหน้าจะขยายตัวได้ในกรอบประมาณ 45% หากเงื่อนไขทางการเมืองไม่เป็นอุปสรรคต่อการดำเนินนโบายของรัฐบาล โดยมองว่าเศรษฐกิจของกลุ่มประเทศหลัก ได้แก่ สหรัฐ ยุโรปและญี่ปุ่น ที่มีทิศทางปรับตัวดีขึ้นจะช่วยหนุนการส่งออกของไทยเติบโตได้ไม่ต่ำกว่า 5% ซึ่งดีขึ้นจากปีนี้

"เรามองว่าในปีหน้าสหรัฐน่าจะเติบโตได้ 2% ยุโรปโตได้ 0.9% ญี่ปุ่น 1.4% ขณะที่จีนอาจชะลอแต่ก็ยังอยู่ในระดับสูงที่ 7.2% ซึ่งจะหนุนให้ส่งออกไทยโตได้ตั้งแต่ 59% โดยสินค้าที่จะได้รับประโยชน์คือ อัญมณีและเครื่องประดับ อาหารกระป๋องและเครื่องใช้ไฟฟ้า" นายเชาว์ กล่าว

นอกจากนี้ หากรัฐบาลสามารถเดินหน้าแผนการใช้จ่ายได้ตามเป้าหมายที่วางไว้ ทั้งการเบิกจ่ายงบประมาณประจำปีและการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานได้ ก็อาจช่วยหนุนบรรยากาศการลงทุนในภาพรวมให้เติบโตได้ประมาณท5.3% ซึ่งก็จะช่วยชดเชยการฟื้นตัวในกรอบจำกัดของการบริโภคภายในประเทศที่จะต้องเผชิญกับภาวะค่าครองชีพและอัตราเงินเฟ้อที่กำลังจะปรับตัวสูงขึ้นไปอยู่ในกรอบ 2.43.2%

อย่างไรก็ดี มองว่าปัจจัยที่จะต้องติดตามอย่างใกล้ชิดคือการฟื้นตัวของเศรษฐกิจสหรัฐที่ยังมีปมการคลังให้แก้ไขอีกครั้งในช่วงต้นปีหน้าซึ่งอาจมีผลกระทบต่อภาคส่งออกของไทย นอกจากนี้ ยังต้องติดตามท่าทีของสหรัฐกับมาตรการคิวอีด้วยว่าจะดำเนินต่อหรือยุติลงเมื่อไหร่ เพราะประเด็นนี้จะก่อให้เกิดความผัวผวนในตลาดเงิน

สถาบันวิจัยเพื่อตลาดทุน ตลท.

ธปท.ชี้ไทยไม่มีปัจจัยให้นักลงทุนทิ้งไทย เหตุเศรษฐกิจพื้นฐานยังแกร่ง เชื่อบาทไม่อ่อนรุนแรงเหมือนวิกฤตปี 2540 ด้านบล.ไทยพาณิชย์เชื่อมั่นคิวอีและเพดานหนี้สหรัฐไม่ส่งผลต่อการขยายตัวของเศรษฐกิจไทยปีหน้า

น.ส.ณชา อนันต์โชติ ผู้บริหารทีมกลยุทธ์นโยบายการเงิน2 ธนาคารแห่งประเทศไทย(ธปท.) กล่าวในงานเสวนาหัวข้อ “QE และวิกฤตเพดานหนี้สาธารณะ : ภาพลวงและความจริงที่ควรรู้” ของสถาบันวิจัยเพื่อตลาดทุน ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ว่า เรื่องมาตรการผ่อรตลายทางปริมาณเงิน(คิวอี)ของสหรัฐน่าจะส่งผลให้ตลาดการเงินผันผวนแค่ช่วงรอยต่อ คือช่วงที่สหรัฐจะตัดสินใจว่าจะลดหรือไม่ลด แต่เชื่อว่าสหรัฐน่าจะยังไม่ปรับลดคิวอีในปีนี้ น่าจะรอให้การตัดสินในเรื่องเพดานหนี้สหรัฐในช่วงเดือนก.พ.ให้ชัดเจนก่อน ค่อยจะมาพิจารณาว่าควรลดคิวอีหรอืไม่ ซึ่งในช่วงนี้อาจจะทำให้ตลาดผันผวนจากภาวะเงินทุนไหลเข้าออก เพราะนักลงทุนจตัดสินใจลงทุนในไทยต่อไปหรือจะไหลกลับดี แต่เมื่อเรื่องต่างๆคลี่คาลนักลงทุนก็จะปรับตัวได้และตลาดจะสมดุลได้มากขึ้ในปีหน้า

“ภาวะเศรษฐกิจไทยตอนนี้เหมือนการบริโภคในประเทศกำลังพักฐาน เพื่อกลับเข้าสู่ภาวะปกติ ซึ่งปีหน้าน่าจะเข้าสู่ปกติได้มากขึ้น ส่งออกก็มีแนวโน้มดีขึ้นถ้าเศรษฐกิจโลกพื้นตัวได้จริง และปีหน้าตัวขับเคลื่อนเศรษบกิจที่สำคัญอีกตัวคือการใช้จ่ายของภาครัฐ ถ้าใช้จ่ายได้จริงตามแผน แนวโน้มจะดีขึ้นมาก ส่วนสภาพคล่องในประเทศไทย ไม่น่าจะเป็นปัยหาหรือขึ้นกับคิวอีของสหรัฐ น่าจะอยู่ที่การแข่งขันแย่งเงินฝากของธนาคารพาณิชย์และสถาบันการเงินเฉพาะกิจ(SFIs) และผู้ฝากมีทางเลือกมากกว่ากว่าฝากธนาคารมากขึ้นมากกว่า” น.ส.ณชากล่าว

น.ส.ณชา กล่าวว่า ภาวะเศรษฐกิจไทยขณะนี้แม้จะกระทบจากปัจจัยต่างประเทศบ้าง แต่ก็ไม่ได้มีภาวะชะลอจนผิดปกติ และไม่น่าจะมีปัญหาเงินทุนไหลออกเงินทุนทิ้งไทย แม้สหรัฐจะทยอยเลิกคิวอี แม้ว่าในช่วงต้นๆอาจจะกระทบบ้าง เพราะจริงๆในการลงทุนต่างชาติดูปัจจัยการขาดดุลบัญชีเดินสะพัด ไทยแม้จะขาดดุลบ้างแต่แนวโน้มก็ปรับดีขึ้น ด้านภาวะเงินเฟ้อก็ต่ำมาต่อเนื่อง แม้คนจะบ่นว่าของแพง ไม่มีภาวะฟองสบู่ หนี้สาธารณะก็ยังไม่สูงประมาณ 45%ของจีดีพี ทุนสำรองประเทศก็สูงกว่าหนี้ระยะสั้นถึง 3 เท่า เพียงพอจะรักษาเสถียรภาพจึงไม่คิดว่าเงินบาทจะจะปรับอ่อนค่าไปกว่าปัจจันหรือเป็นเหมืนอช่วงวิกฤตปี 2540 ส่วนเงินบาทจะอ่อนจากปัจจุบันที่ระดับ 31.60 บาทต่อเหรียญสหรัฐไปถึงระดับ 34 บาทต่อเหรียญสหรัฐหรอืไม่ คงอยู่ที่ภาวะตลาดและความน่าเชื่อถือของนักลงทุนต่างชาติว่าจะอยู่บ้านเราต่อไปหรือไม่

ด้านนายเกียรติศักดิ์ เจนวิภากุล CFA กรรมการผู้จัดการ สายงานวิจัย บริษัทหลักทรัพย์(บล.)ไทยพาณิชย์ กล่าวว่า ภาวะเศรษฐกิจไทยขณะนี้โดยรวมยังขยายตัวได้ โดยปีนี้คาดว่าจะเศรษฐกิจไทยน่าจะขยายตัว 3.4% และปีหน้าโตที่ 5.4% ถ้าปีหน้าการลงทุนของภาครัฐเป็นไปตามกรอบที่รัฐบาลวางไว้ แต่ถ้าการลงทุนโครงการต่าง อาทิ ลงทุนพื้นฐาน 2 ล้านล้านบาท ลงทุนบริหารจัดการน้ำ 3.5แสนล้านบาท ฯลฯไม่สามารถเบิกจ่ายได้ตามแผนปีหน้าก็อาจจะโตเท่าปีนี้ที่ 3.4%

“เศรษฐกิจไทยโดยรวมพื้นฐานยังขยายตัวได้ ปีนี้น่าจะโต 3.4% และปีหน้าน่าจะโต 5.4% ถ้ารัฐบาลลงทุนได้ตามแผน ถ้าไม่ได้ตามแผนก็อาจจะโตเท่าปีนี้ ถ้าดูขณะนี้ปัจจัยหลักในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจไม่ได้อยู่ที่มาตรการคิวอีหรือปัญหาเพดานหนี้สาธารณะของสหรัฐซึ่งอยู่นอกประเทศ เรื่องเงินทุนจะไหลออกไทยก็น่าจะน้อยเพราะพื้นฐานเศรษฐกิจไทยยังดี แต่ปัจจัยหลักในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจน่าจะอยู่ที่การบริโภคและความเชื่อมั่นในประเทศเป็นสำคัญ” นายเกียรติศักดิ์กล่าว

ข่าวล่าสุด

EmbeddingGemma 2 โมเดล AI ใหม่จาก Google รันได้บนสมาร์ทโฟน

EmbeddingGemma 2 โมเดล AI ใหม่จาก Google รันได้บนสมาร์ทโฟน