
บุกอินโดฯ แบบมีโฟกัสเลือกลูกค้าที่ใช่ ทำเลที่ชอบ
หนึ่งในประเทศที่กำลังเนื้อหอมมากช่วงนี้คือ อินโดนีเซีย ที่มีตลาดขนาดใหญ่ 250 ล้านคน
โดย...อัฏฐวรรณ ลวณางกูร
หนึ่งในประเทศที่กำลังเนื้อหอมมากช่วงนี้คือ อินโดนีเซีย ที่มีตลาดขนาดใหญ่ 250 ล้านคน ประกอบกับคนชั้นกลางที่มีจำนวนเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว เท่ากับกำลังซื้อมหาศาลที่รออยู่
แต่การบุกตลาดแดนอิเหนาก็ไม่ใช่เรื่องง่าย เพราะกฎระเบียบที่ไม่ใช่ภาษีเป็นอุปสรรคสำคัญ ทว่าหากบริษัทไทยทำธุรกิจอย่างมีโฟกัส เลือกเจาะตลาดและกลุ่มผู้บริโภคที่เหมาะกับตัวเอง ความสำเร็จก็อยู่ไม่ไกลเกินเอื้อม
ในงาน “อนาคตเศรษฐกิจไทย ภายใต้ประชาคมอาเซียน” วิลาสินี โนนศรีชัย ผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ ณ กรุงจาการ์ตา บอกว่า เศรษฐกิจอินโดนีเซียเติบโตเพราะพึ่งพาตลาดในประเทศเป็นหลัก ไม่ได้พึ่งพาการส่งออกมากนัก ประกอบกับมีความพร้อมเรื่องวัตถุดิบและแรงงาน เพราะมีทรัพยากรธรรมชาติสมบูรณ์และมีจำนวนประชากรวัยทำงานมาก ซึ่งราว 60% มีอายุต่ำกว่า 39 ปี แม้แรงงานมีทักษะจะไม่มากนัก
ในปี 2555 จีดีพีต่อคนต่อปีของอินโดนีเซียอยู่ที่ 3,000 เหรียญสหรัฐ และตั้งเป้าว่าในปี 2568 จะเพิ่มเป็น 1.5 หมื่นเหรียญสหรัฐ ซึ่งจะทำให้อินโดนีเซียมีกำลังซื้อเพิ่มขึ้น
หมายความว่า อินโดนีเซียจึงยังมีโอกาสด้านการค้าทั้งส่งออกและนำเข้ารวมถึงการลงทุน แต่ขณะเดียวกันก็มีความท้าทายรออยู่ โดยเฉพาะเมื่อรวมตัวเป็นประชาคมอาเซียน ซึ่งจะทำให้นักลงทุนต่างชาติเข้าไปในอินโดนีเซียมากขึ้น ทำให้รัฐบาลต้องออกมาตรการต่างๆ ที่ไม่ใช่ภาษี เพื่อปกป้องธุรกิจในประเทศ
ดังนั้น ธุรกิจไทยต้องมีโฟกัสที่ชัดเจน นอกจากเลือกสินค้าที่บริษัทมีความถนัด ยังต้องเลือกทำเลที่เหมาะสม พื้นที่ที่มีศักยภาพ ประกอบด้วย1.กรุงจาการ์ตา ที่มีทุกอย่างเพราะเป็นเมืองหลวง2.สุราบายา มีประชากรจำนวนมาก โดยเฉพาะนักนักธุรกิจ คนมีเงิน 3.บาหลี มีโอกาสมากสำหรับธุรกิจบริการ เพราะเป็นเมืองท่องเที่ยวและวางตัวเป็นศูนย์กลางการประชุมนานาชาติ 4.เมดานและ 5.มากัสซาร์ แม้จะไกลจากเมืองหลวงแต่มีกำลังซื้อจากการที่มีคนจีนอาศัยอยู่มาก
กลุ่มสินค้าและบริการที่มีโอกาสมากในอินโดนีเซีย คือ ชิ้นส่วนยานยนต์ ชิ้นส่วนมอเตอร์ไซค์ ชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ เครื่องปรับอากาศ เฟอร์นิเจอร์และของตกแต่งบ้าน แฟชั่นมุสลิม อาหารและเครื่องดื่มฮาลาล โดยเฉพาะเครื่องดื่มใหม่ๆ ที่ไม่ใช่แค่น้ำผลไม้ กำลังขยายตัวมาก ร้านอาหารไทย โรงพยาบาลธุรกิจค้าปลีก ภาพยนตร์ไทยที่บูมมาก โดยเฉพาะหนังผีไทยขายดีหลายเรื่อง ทั้งพี่มากพระโขนงลัดดาแลนด์ เพราะคนอินโดนีเซียมีความเชื่อเรื่องเหล่านี้คล้ายกัน
นอกจากนี้ ธุรกิจซอฟต์แวร์ก็มีความสำคัญมาก เพราะสภาพการจราจรติดขัดอย่างหนัก และมีคนรุ่นใหม่จำนวนมาก ทำให้ธุรกิจอีคอมเมิร์ซมีโอกาสจากเทรนด์การซื้อของผ่านอินเทอร์เน็ตและสมาร์ทโฟนที่ใช้ส่งข้อความได้สะดวก เพราะสัญญาณโทรศัพท์บางพื้นที่ยังไม่ดีนัก
“ธุรกิจไทยต้องเดินทางไปดูลู่ทางให้เห็นกับตาตัวเอง ใจเย็นๆ อดทนต่อกฎระเบียบที่ยุ่งยาก ควรจับกลุ่มตลาดระดับกลางสูง เพราะมีกำลังซื้อมาก และไม่ต้องแข่งกับสินค้าจีนที่เน้นตลาดล่าง”
ปราโมทย์ พรหมเอื้อ กรรมการผู้จัดการบริษัท เกีย กรุ๊ป เซรามิก ในเครือเอสซีจี เล่าว่าเอสซีจีเน้นการเติบโตอย่างยั่งยืนในอาเซียน โดยเฉพาะในอินโดนีเซียที่เป็นตลาดใหญ่ บริษัทลงทุนในสัดส่วนมากสุด 55% ปัจจุบัน มีสินทรัพย์ที่ลงทุนในอินโดนีเซียราว 1,000 ล้านเหรียญสหรัฐ มีบริษัทในเครือ 21 แห่ง แบ่งเป็นธุรกิจวัสดุก่อสร้าง 12 บริษัท เซรามิก 4 บริษัท และปิโตรเคมี 5 บริษัท
แนวคิดสำคัญของเอสซีจี คือ เมื่อจะไปลงทุนที่ไหนก็มุ่งมั่นทำให้ชีวิตของคนในท้องถิ่นดีขึ้น ให้ความสำคัญกับชุมชนโดยรอบบริษัท เช่น ให้ทุนการศึกษาเพื่อพัฒนาคน
ความท้าทายในอินโดนีเซียมีหลายเรื่อง ทั้งเรื่องค่าแรง ที่ตอนนี้ค่าแรงขั้นต่ำอยู่ที่กว่า 300 บาทต่อวัน และยังเรียกร้องขึ้นค่าแรงกันอยู่ ดังนั้นจึงไม่ควรลงทุนเพื่อใช้ประโยชน์เรื่องแรงงาน นอกจากนี้การเดินทางในอินโดฯ ยังต้องผ่านจาการ์ตาเป็นหลัก แต่รัฐบาลก็พยายามจะเชื่อมโยงการคมนาคมขนส่ง ซึ่งต้องใช้เวลากว่าจะเกิดขึ้นจริง
หากผู้ประกอบการยังไม่มั่นใจก็ลองนำสินค้าไปทดลองตลาดก่อน ยังไม่ต้องใจร้อนลงทุน เพราะมีกฎระเบียบที่ต้องเรียนรู้อีกมาก ทั้งขั้นตอนที่ยุ่งยาก ซับซ้อนและล่าช้า







