
ปาปาย่า โมบาย ธุรกิจต้องมีแผนสอง
โดย...ณัฏฐญา เมฆสมณะศักดิ์
โดย...ณัฏฐญา เมฆสมณะศักดิ์
“ลูกไม้หล่นไม่ไกลต้น” เป็นสุภาษิตที่ใช้เปรียบเทียบกับลูกที่มีความเหมือนกับพ่อหรือแม่ ซึ่งสุภาษิตนี้หากใช้เปรียบกับ “ซือ เฉิน” หญิงสาวชาวจีน ผู้ก่อตั้ง “ปาปาย่า โมบาย” บริษัทพัฒนาเกมบนโทรศัพท์มือถือ ก็คงจะไม่ผิดนัก เพราะแม่ของเฉินเป็นนักกฎหมายที่ประสบความสำเร็จอย่างมาก แต่กลับหันมาทำธุรกิจเกี่ยวกับอสังหาริมทรัพย์เมื่อย้ายไปอยู่ที่เสิ่นเจิ้น
ตอนเป็นเด็ก เฉิน ฝันอยากจะเป็นนักวิทยาศาสตร์เหมือนกับเด็กจีนคนอื่นๆ ทว่าเมื่อเข้าสู่วัยสาวแรกรุ่นและเริ่มคิดถึงสิ่งที่อยากจะทำในอนาคต เฉิน ก็ได้ พบว่า อยากจะทำอย่างอื่นมากกว่า และแม่ก็ถือเป็นคน ที่มีอิทธิพลกับความคิดของ เฉิน อย่างยิ่ง
ผู้ก่อตั้งบริษัทพัฒนาเกมแดนมังกรรายนี้ เล่าว่า ตอนเป็นสาวได้อ่านหนังสือเยอะมาก แต่มี 1 เล่มที่เป็นจุดเปลี่ยนในชีวิต นั่นคือ “เดอะ โรด อเฮด” ที่ บิล เกตส์ ผู้ก่อตั้งไมโครซอฟท์ เป็นผู้เขียน
“เขามีความฝันตั้งแต่ยังเด็กที่ว่า อยากให้ทุกคนมีคอมพิวเตอร์ส่วนตัว และฝันของเขาก็เปลี่ยนโลก ซึ่งฉันคิดว่าอยากทำอะไรแบบนี้บ้าง” เฉิน กล่าว
ขณะที่เรียนจบมหาวิทยาลัย เฉิน ก็ตั้งใจว่าอยากจะตั้งบริษัทไอที ขณะเดียวกันก็ได้พบกับเพื่อนสมัยเรียน ซึ่งเป็นนักธุรกิจที่ประสบความสำเร็จ โดยได้แนะนำว่า ถ้าอยากจะมีธุรกิจส่วนตัว ควรจะหาประสบการณ์ทางธุรกิจก่อน
จากนั้น เฉิน มีโอกาสทำงานที่ “กูเกิล” บริษัทไอทีชื่อดังอยู่หลายปี ก่อนจะบินกลับบ้านเกิดเพื่อตั้งบริษัท “ปาปาย่า โมบาย” ร่วมกับเพื่อนๆ ในปี 2008 โดยเป็นบริษัทไอทีที่พัฒนาเกมบนโทรศัพท์มือถือโดยเฉพาะ
ในขณะนั้น จีนมีเกมในคอมพิวเตอร์ชื่อ “แฮปปี้ ฟาร์ม” ที่ได้รับความนิยมอย่างมาก และได้เป็นแรงบันดาลใจให้ เฉิน สร้างเกมในลักษณะเดียวกันออกมา ที่สามารถเล่นได้บนโทรศัพท์มือถือ เช่น ไอโฟน
จนกระทั่งบริษัทของ เฉิน ได้เกมชื่อว่า “ปาปาย่า ฟาร์ม” ซึ่งได้รับความนิยมในทันทีที่เกมออกสู่ท้องตลาด โดยมีผู้ใช้หลายล้านคน
แม้ทุกอย่างดูเหมือนจะราบลื่น แต่จุดเปลี่ยนสำคัญเกิดช่วงปลายปี 2009 ที่ เฉิน ได้รับสายจากแอปเปิล ซึ่งบอกว่า เกมทุกอย่างของบริษัทถูกเอาออกจากแอปเปิล สโตร์ ทั้งหมด โดยที่ เฉิน เองไม่เข้าใจว่าเกิดอะไรขึ้น และไม่สามารถติดต่อใครในแอปเปิลได้
แต่ที่ดูจะทำให้บริษัทถึงกับสั่นคลอนอย่างหนักคือ บริษัทอยู่ในช่วงระดมทุนเพื่อขยายกิจการ ซึ่งเหล่า นักลงทุนพูดว่า “ถ้าเกมไม่กลับไปอยู่ในแอปเปิล สโตร์ ก็จะไม่ให้เงินลงทุน”
ในที่สุด เฉิน ก็ได้บินไปสหรัฐ และพูดคุยกับ ผู้บริหารคนหนึ่งของแอปเปิล จนได้รู้ว่าเกมมีปัญหาทางด้านเทคนิค และ เฉิน ก็รู้ว่าถ้าไม่แก้ไขโครงสร้างของเกม ก็จะไม่มีทางกลับไปในแอปเปิล สโตร์ ได้อีกเลย เฉิน จึงต้องตัดสินใจแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้น
การตัดสินใจในตอนนั้นค่อนข้างเสี่ยง เพราะ เฉิน เลือกที่จะเอาเกมของปาปาย่าทั้งหมดไปลงระบบแอนดรอยด์ ระบบปฏิบัติการของกูเกิล ซึ่งสาเหุต ที่หญิงคนนี้กล้าตัดสินใจแม้ตอนนั้นแอนดรอยด์เพิ่งอยู่ในช่วงเริ่มต้น ก็เพราะ เฉิน รู้ว่าระบบนี้จะต้องยิ่งใหญ่ในวันข้างหน้า
การเดิมพันของ เฉิน ก็คุ้มค่า เพราะเกมของปาปาย่าได้รับความนิยมอย่างยิ่งในระบบแอนดรอยด์ และหลังจากที่ได้แก้ไขทางเทคนิคแล้ว เกมของบริษัทก็ได้รับอนุญาตให้เข้าไปอยู่ในแอปเปิล สโตร์ อีกครั้ง
เฉิน กล่าวว่า ได้เรียนรู้มากมายจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น เข้าใจการทำงานในโลกของธุรกิจมากขึ้น และรู้ถึงอันตรายของการทุ่มเททุกอย่างไปกับสิ่งๆ เดียว
“ในฐานะของบริษัทเปิดใหม่ คุณไม่สามารถพึ่งพาอะไรได้แค่สิ่งเดียว เพราะหากวันหนึ่งสิ่งนั้นบอกคุณว่า ‘ไม่’ คุณก็จะสูญเสียทุกอย่าง เพราะฉะนั้นแล้วต้องมีแผนสำรอง” เฉิน กล่าว
ขณะเดียวกัน เฉิน ยังได้เรียนรู้ตนเอง เพราะหากธุรกิจดำเนินไปอย่างสวยหรูตลอด เฉิน ก็คงจะไม่มีวันได้เรียนรู้ “รสชาติของความล้มเหลว”
“สิ่งที่เกิดขึ้นสอนฉันว่า ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น ถ้าเชื่อในสิ่งที่ทำ คุณแค่มั่นใจ ก็จะสามารถเอาชนะทุกอย่างได้” ผู้ก่อตั้งปาปาย่า โมบาย ทิ้งท้าย







