posttoday
เจาะตลาดอินโดฯ

เจาะตลาดอินโดฯ

13 พฤศจิกายน 2556

พฤติกรรมผู้บริโภคในประเทศอาเซียน+6 : ประเทศอินโดนีเซีย

พฤติกรรมผู้บริโภคในประเทศอาเซียน+6 : ประเทศอินโดนีเซีย

อินโดนีเซีย นับเป็นประเทศคู่ค้าสำคัญของไทย เห็นได้จากตัวเลขการค้าขายระหว่างกัน โดยเฉพาะในกลุ่ม SMEs ในช่วง 6 เดือนแรก (ม.ค.-มิ.ย. 2556) มีมูลค่ารวมทั้งสิ้น 94,670.39 ล้านบาท และเป็นตลาดส่งออกที่สำคัญเป็นอันดับ 4 ของสินค้า SMEs ไทย

ทั้งนี้ ด้วยศักยภาพของประเทศอินโดนีเซีย ซึ่งมีประชากรมากเป็นอันดับ 4 ของโลก มีจำนวนถึง 248,645,008 คน ส่วนใหญ่ 86.1% นับถือศาสนาอิสลาม ขณะที่ชาวจีนแม้ไม่ได้เป็นประชากรกลุ่มใหญ่ แต่ก็คุมอำนาจทางเศรษฐกิจของประเทศ ด้วยการเป็นเจ้าของธุรกิจขนาดใหญ่ ขณะที่กำลังซื้อของคนมีประมาณ 9,000 บาทต่อคนต่อเดือน ต่ำกว่าไทยที่มีกำลังซื้อ 21,500 บาทต่อคนต่อเดือนสะท้อนได้ว่าสินค้าชิ้นหนึ่งของไทย อาจไม่สามารถจำหน่ายในระดับราคาที่เท่ากันสำหรับการบริโภคของคนส่วนใหญ่ในอินโดนีเซียได้

จากการศึกษาพฤติกรรมผู้บริโภคเชิงลึกในประเทศอาเซียน+6 โดยสำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.) ซึ่งมุ่งศึกษา 3 สาขาอุตสาหกรรมที่ผู้ประกอบการ SMEs ไทย มีโอกาสในการแข่งสูง ได้แก่ อุตสาหกรรมอาหาร อุตสาหกรรมเสื้อผ้าเครื่องนุ่งห่ม และอุตสาหกรรมอัญมณีและเครื่องประดับ โดยศึกษากลุ่มประชากรที่มีรายได้ค่อนข้างสูง มีอำนาจซื้อที่เพียงพอในการบริโภคสินค้าคุณภาพนำเข้าจากต่างประเทศ ครอบคลุมประชากรในศาสนาอิสลามและศาสนาอื่นๆ ที่อาศัยอยู่ในกรุงจาการ์ตา พบว่า พฤติกรรมการบริโภคสินค้าของชาวอินโดนีเซีย สามารถสรุปได้ดังนี้

อุตสาหกรรมอาหาร ชาวจีนในอินโดนีเซียนิยมรับประทานอาหารจีนเป็นทางเลือกที่ 1 โดยปรุงอาหารรับประทานเองที่บ้าน แต่วันหยุดสุดสัปดาห์จะรับประทานอาหารตามห้างสรรพสินค้าหรือร้านอาหารที่มีชื่อเสียง ขณะที่ชาวอินโดนีเซียท้องถิ่นที่เป็นมุสลิมยังคงวิถีชีวิตแบบเรียบง่าย นิยมอาหารรสหวานและจืด และบางบ้านมักจะมีเครื่องปรุงน้ำพริกเผารสต้มยำกุ้งเป็นเครื่องปรุงประจำบ้าน แต่ยังไม่ค่อยรู้จักและตอบรับอาหารไทยเท่าที่ควรเมื่อเทียบกับอาหารญี่ปุ่นหรืออาหารเกาหลี

อุตสาหกรรมเสื้อผ้าเครื่องนุ่งห่ม ชาวจีนในอินโดนีเซียนิยมสินค้าแบรนด์เนมชื่อดังจากประเทศตะวันตก ชอบแต่งกายด้วยสีขาว ดำ น้ำเงิน สีพาสเทล (สีอ่อน เช่น ชมพูอ่อน ฟ้าอ่อน) และไม่ได้มีความเชื่อหรือชื่นชอบสีแดงเช่นชาวจีนทั่วไป ส่วนสินค้าเสื้อผ้าของไทยนั้น คนอินโดนีเซียเชื่อว่าไม่ต่างจากแบรนด์ท้องถิ่น ในส่วนกลุ่มมุสลิม นิยมแฟชั่นมุสลิมสมัยใหม่ (Modern Muslim) ที่มีสีสันสดใส มีการตกแต่งตามแบบแฟชั่นมุสลิมตะวันตก เช่น ประเทศตุรกี

อุตสาหกรรมอัญมณีและเครื่องประดับ ชาวจีนในอินโดนีเซียนิยมเครื่องประดับที่ทำจากโลหะสีขาวประเภทแพลทินัม ประดับด้วยเพชรหรือพลอยมากกว่าทองคำ และมองว่าสินค้าอัญมณีและเครื่องประดับของไทยมีคุณภาพและมีฝีมือประณีต โดยเฉพาะกลุ่มที่นิยมแต่งกายแบบ Modern Muslim จะให้ความสำคัญกับการเลือกใช้เครื่องประดับให้เหมาะสมกับสีสันและรูปแบบของเสื้อผ้าที่หรูหรา

โอกาสของสินค้าไทยในประเทศอินโดนีเซีย

จากการศึกษาพบว่า ปัจจุบันตลาดผู้บริโภคในอินโดนีเซีย ส่วนใหญ่เป็นผู้มีกำลังซื้อต่ำ สินค้าที่ตอบสนองได้จะต้องเป็นสินค้าราคาต่ำผลิตในท้องถิ่นหรือจากจีน เวียดนามเท่านั้น แต่จากกระแสการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมของประเทศที่ช่วยสร้างงาน สร้างรายได้ให้ประชาชนอย่างกว้างขวาง จะก่อให้เกิดกำลังซื้อที่มีศักยภาพเพิ่มมากขึ้นในอนาคต

สำหรับตลาดการบริโภคสินค้าไทยในอินโดนีเซีย ผู้ประกอบการควรให้ความสนใจกำลังซื้อในกลุ่มชนชั้นกลางระดับสูงและชนชั้นสูงเป็นเป้าหมายแรก และควรเป็นสินค้าที่มุ่งตลาดเฉพาะกลุ่ม (Niche Market) ซึ่งโอกาสและศักยภาพของสินค้าไทยในตลาดดังกล่าว อันดับ 1 คือ อุตสาหกรรมอัญมณีและเครื่องประดับ อันดับ 2 อุตสาหกรรมสิ่งทอและเครื่องนุ่งห่ม และอันดับ 3 อุตสาหกรรมอาหาร โดยเฉพาะสินค้าอัญมณีและเครื่องประดับ รวมถึงเสื้อผ้าจากประเทศไทยในรูปแบบของแฟชั่นชั้นสูง ยังสามารถสร้างตำแหน่งทางการตลาดได้ ทั้งนี้ ผู้ประกอบการควรรวมตัวกันในรูปแบบข้ามอุตสาหกรรมกับสินค้าแฟชั่นอื่นๆ และสรรหาคู่ค้าท้องถิ่นที่เชื่อถือได้เข้าร่วมดำเนินการทั้งนี้ต้องสร้างแบรนด์และทำการตลาดให้เข้มข้นจึงจะครองใจผู้บริโภคได้

คราวหน้าพบกับพฤติกรรมผู้บริโภคของประเทศจีน ซึ่งจะเป็นตลาดที่เป็นโอกาสสำหรับ SMEs ไทย สำหรับผู้สนใจรายละเอียดผลการศึกษา สามารถติดตามได้ที่ www.sme.go.th n

 

ข่าวล่าสุด

เอาท์ซอร์สโปรดักชั่น โกยภาษีบาป 5 ปี 60 ล้าน กำไรต่อเนื่อง สวนทาง ThaiPBS ขาดทุนพันล้าน

เอาท์ซอร์สโปรดักชั่น โกยภาษีบาป 5 ปี 60 ล้าน กำไรต่อเนื่อง สวนทาง ThaiPBS ขาดทุนพันล้าน