
เลื่อนประมูลทีวีดิจิตอลต้นปี"57 ภารกิจวัดใจ กสท.
หลังเคยเลื่อนการประมูลมาแล้ว 1 รอบ จากเดิมที่คนไทยทั้งประเทศจะได้ดูทีวีดิจิตอล 24 ช่องใหม่ได้ในวันที่ 5 ธ.ค. ดูเหมือนว่าคณะกรรมการกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์ (กสท.) ยังต้องเจอกับภารกิจท้าทายระลอกใหม่อีกครั้ง
หลังเคยเลื่อนการประมูลมาแล้ว 1 รอบ จากเดิมที่คนไทยทั้งประเทศจะได้ดูทีวีดิจิตอล 24 ช่องใหม่ได้ในวันที่ 5 ธ.ค. ดูเหมือนว่าคณะกรรมการกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์ (กสท.) ยังต้องเจอกับภารกิจท้าทายระลอกใหม่อีกครั้ง
เมื่อคณะกรรมาธิการการพัฒนาการเมือง การสื่อสารมวลชน และการมีส่วนร่วมของประชาชน สภาผู้แทนราษฎร ที่มี ศุภชัย ศรีหล้า เป็นประธาน มีความเห็นให้ กสท.เลื่อนการประมูลออกไปจากกำหนดเดิมที่วางไว้กลางเดือน ธ.ค. เพราะเห็นว่าแผนต่างๆ ยังไม่ชัดเจน โดยเฉพาะแผนการขยายโครงข่ายว่าจะครอบคลุมในพื้นที่ใดบ้าง ซึ่งอย่างเร็วที่สุดการประมูลทีวีดิจิตอล 24 ช่องใหม่จะเกิดขึ้นในช่วงไตรมาสแรกของปี 2557 จากเดิมที่เดือน ก.พ. 2557 คือช่วงเวลาดีเดย์การออกอากาศทีวีดิจิตอลครั้งแรกของประเทศ
สุภิญญา กลางณรงค์ กรรมการ กสท. กล่าวว่า กสท.มีความเป็นไปได้ที่การประมูลจะเลื่อนออกไป เพราะขณะนี้ยังขาดความชัดเจนในหลายเรื่อง โดยเฉพาะพื้นที่การให้บริการโครงข่าย (มักซ์) ที่ผู้ให้บริการทั้ง 4 ราย คือ อสมท ช่อง 5 ช่อง 11 และไทยพีบีเอส ยังไม่ได้ส่งรายละเอียดมาที่ กสท. ซึ่งหากเร่งรีบประมูล จะมีผลต่อการออกอากาศจริงในภายหลัง
นอกจากนี้ ยังมีปัจจัยอื่นที่ทำให้การประมูลครั้งนี้เลื่อนออกไป คือ คลื่นใต้น้ำก่อนการประมูล หรือการที่ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียในการประมูลทีวีดิจิตอลพยายามถ่วงการประมูลไม่ให้เกิดขึ้น ขณะนี้ประเมินว่ามี 2 กลุ่ม คือ กลุ่มที่ยึดระบบสัมปทานเดิม หรืออำนาจเก่า และกลุ่มที่ต้องการคลื่นทีวีดิจิตอลไปให้บริการโทรคมนาคม
“การเลื่อนประมูลสามารถทำได้บนพื้นฐานที่สมเหตุสมผล แต่การห้ามไม่ให้ประมูลเลย ทำไม่ได้ ไม่ว่าการเมืองจะอยู่ในสถานการณ์แบบใด เพราะคลื่นที่มีอยู่ต้องถูกนำมาจัดสรรเพื่อไม่ให้อุตสาหกรรมนี้ถูกผูกขาดจากผู้ให้บริการเพียงไม่กี่รายเหมือนที่เป็นอยู่ปัจจุบัน” สุภิญญา กล่าว
อย่างไรก็ตาม กสท.เตรียมเรียกผู้ให้บริการโครงข่ายทั้ง 4 ราย เข้าชี้แจงถึงรายละเอียดและแผนการขยายโครงข่ายในปีแรกว่าครอบคลุมพื้นที่ในจังหวัดใดบ้าง เพื่อไม่ให้การออกอากาศเกิดปัญหา หรือผู้ชมซื้ออุปกรณ์รับชม (เซต ท็อป บ็อกซ์) ล่วงหน้าไปแล้วแต่ยังไม่สามารถรับชมได้
ไม่เพียงแต่เรื่องความไม่ชัดเจนของโครงข่ายเท่านั้น กสท.ยังกังวลเกี่ยวกับคุณสมบัติผู้เข้าประมูลทีวีดิจิตอลทั้ง 29 บริษัท โดยเฉพาะในประเด็นผู้เข้าประมูลเป็นนอมินีหรือสายสัมพันธ์กับทางการเมือง ซึ่งจะทำให้การนำเสนอเนื้อหาค่อนข้างเอนเอียง เพราะจะเห็นได้ว่าบริษัทผู้เข้าประมูลในช่องข่าวหรือในช่องหมวดหมู่อื่นๆ ก็ตาม ชัดเจนว่าได้รับการสนับสนุนจากกลุ่มทุนการเมือง แม้ว่าจะไม่ปรากฏในรายชื่อผู้ถือหุ้นก็ตาม ดังนั้น กสท.ต้องรอบคอบในเรื่องนี้อย่างมาก โดยเฉพาะในช่วงที่สถานการณ์ทางการเมืองกำลังถึงจุดเปลี่ยน
นอกจากนี้ ยังเป็นห่วงว่าการแข่งขันในช่องคมชัดสูง (เอชดี) จะไม่เกิดขึ้น หากผู้ประมูลหน้าใหม่ในวงการโทรทัศน์ 2 ราย ไม่เคาะราคาแข่ง ซึ่งจะส่งผลให้ผู้ประมูลอีก 7 รายเหมือนได้รับใบอนุญาตฟรี
ขณะที่ในวันที่ 20 พ.ย. ทาง กมธ.ของวุฒิสภาเตรียมเรียก พ.อ.นที ศุกลรัตน์ ประธาน กสท.เข้าชี้แจงถึงหลักเกณฑ์และกติกาต่างๆ ว่ามีความชัดเจนเพียงพอที่จะต้องเร่งประมูลให้ทันภายในเดือน ธ.ค.นี้หรือไม่
สุระ เกนทะนะศิล รองกรรมการผู้อำนวยการใหญ่ สายงานวิศวกรรม บริษัท อสมท กล่าวว่า กรณีที่มีข่าวออกมาว่าจะมีการเลื่อนทีวีดิจิตอล มองว่าไม่น่าจะมีการเลื่อนประมูลจริง ทุกอย่างน่าจะดำเนินการแล้วเสร็จตามกำหนดการเดิม แต่ถ้าหากเลื่อนจริงก็ถือเป็นเรื่องดี เพราะจะทำให้ทุกฝ่ายมีเวลาเตรียมตัวมากขึ้น เนื่องจากขณะนี้หลายอย่างยังไม่มีความพร้อม ซึ่งในส่วนของตัวเซต ท็อป บ็อกซ์ขณะนี้ก็ยังไม่มีขาย ขณะที่ประชาชนก็ยังไม่มีความรู้ว่าควรไปซื้อเซต ท็อป บ็อกซ์ คุณภาพที่ไหน หากมีการเลื่อนน่าจะเป็นเรื่องที่ดี
พยุงศักดิ์ ชาญด้วยวิทย์ ผู้อำนวยการอาวุโสฝ่ายการตลาด บริษัท วอยซ์ ทีวี กล่าวว่า หากมีการเลื่อนประมูลทีวีดิจิตอลตามที่เป็นข่าว มองว่าไม่น่าส่งผลกระทบกับผู้ประมูล เพราะมั่นใจว่าทุกอย่างจะยังคงอยู่ในกรอบเวลาที่ กสทช.กำหนด หลังจากยื่นซองประมูล คือ 45-60 วัน







