
กูรูจี้โสมขาวเร่งหนุนSME
ชูธุรกิจไซส์เล็กขับเคลื่อนศก.แทนเหตุโมเดล‘แชโบล’สิ้นมนต์ขลัง
ชูธุรกิจไซส์เล็กขับเคลื่อนศก.แทนเหตุโมเดล‘แชโบล’สิ้นมนต์ขลัง
เตือนเกาหลีใต้ “แชโบล” หมดมนต์ขลังกระตุ้น ศก.พลาดท่าเจอคู่แข่งแย่งตลาด แนะเร่งหนุนเอสเอ็มอี
บรรดาผู้เชี่ยวชาญออกโรงเตือนรัฐบาลเกาหลีใต้ ว่า ควรเร่งปฏิรูปโมเดลทางเศรษฐกิจของประเทศจากเดิมที่เน้นพึ่งพา “แชโบล” กลุ่มบริษัทยักษ์ใหญ่ซึ่งผูกขาดการค้าและการลงทุนทั้งหมดในประเทศเป็นกลไกขับเคลื่อนเศรษฐกิจ และหันมาให้ความสำคัญผลักดันการขยายตัวของวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดเล็ก (เอสเอ็มอี) ในประเทศให้มากขึ้น
ผู้เชี่ยวชาญมองว่า โมเดลทางเศรษฐกิจในรูปแบบแชโบลแบบเดิมนั้น ไม่สามารถขับเคลื่อนการเติบโตทางเศรษฐกิจได้อย่างมีประสิทธิภาพอีกต่อไป ท่ามกลางการแข่งขันที่สูงขึ้นจากจีน
ไฟแนนเชียลไทมส์ เปิดเผยอ้างรายงานของบริษัทที่ปรึกษา แมคคินซีย์ พบว่า แม้ว่าในปัจจุบันกลุ่มธุรกิจประเภทแชโบลจะขยายตัวอย่างรวดเร็วและต่อเนื่อง โดยนับตั้งแต่ปี 2000 มีการขยายตัวถึงปีละ 13%
อย่างไรก็ตาม ส่วนใหญ่เป็นการเติบโตภายนอกประเทศ เช่น บริษัท ซัมซุง ผู้ผลิตอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ และค่ายรถยนต์ฮุนได ที่เดินหน้าเพิ่มสัดส่วนการลงทุน โดยจัดตั้งโรงงานในต่างประเทศอย่างต่อเนื่อง เพื่อตัดลดต้นทุนและเข้าถึงตลาดขนาดใหญ่ได้มากขึ้น
“มีหลักฐานบ่งชี้เพิ่มขึ้นอย่างชัดเจนว่าโมเดลการเติบโตทางเศรษฐกิจที่มุ่งเน้นการส่งออกโดยบริษัทยักษ์ใหญ่ในประเทศอาจเริ่มหมดแรงขับเคลื่อนการเติบโตทางเศรษฐกิจภายในประเทศ ดังนั้นควรมีการรักษาสมดุลระหว่างการเติบโตของเอสเอ็มอีและภาคบริการ เพื่อส่งเสริมให้เศรษฐกิจแดนโสมขาวกลับมาสดใสอีกครั้ง” รายงานระบุ
แมคคินซีย์ ให้เหตุผลว่า แม้ว่าในปัจจุบันภาคอุตสาหกรรมการผลิตของเกาหลีใต้ที่มีแชโบลผูกขาดไว้ จะมีผลกำไรดีต่อเนื่อง แต่แนวโน้มดังกล่าวมีทิศทางขาลง หลังจากที่อุตสาหกรรมการผลิตซึ่งรวมถึงการต่อเรือ ปิโตรเคมี การผลิตเหล็กกล้าจากแดนโสมขาว ถูกคู่แข่งจากจีนที่มีภาระต้นทุนต่ำกว่า ช่วงชิงส่วนแบ่งทางการตลาดอย่างต่อเนื่อง
“ภาคอุตสาหกรรมหนักของประเทศเริ่มได้รับผลกระทบจากการแข่งขันที่สูงขึ้นทั้งจากจีนและประเทศกำลังพัฒนาอื่นๆ” คิม จู ฮาน นักวิจัยจากสถาบันเพื่อการค้าและเศรษฐกิจอุตสาหกรรมแห่งเกาหลี กล่าวเตือน







