
ฟินแลนด์ก้าวผ่านยุคโนเกียวิศวกรหันเริ่มต้นธุรกิจใหม่
กลายเป็นข่าวโด่งดังไปทั่วโลก เมื่อบริษัท ไมโครซอฟท์ ของสหรัฐ ตัดสินใจเข้าซื้อธุรกิจโทรศัพท์มือถือของบริษัท โนเกีย
โดย...พันธสิทธิ เจริญพาณิชย์พันธ์
กลายเป็นข่าวโด่งดังไปทั่วโลก เมื่อบริษัท ไมโครซอฟท์ ของสหรัฐ ตัดสินใจเข้าซื้อธุรกิจโทรศัพท์มือถือของบริษัท โนเกีย ผู้ผลิตโทรศัพท์มือถือและกิจการด้านเทคโนโลยีด้านข้อมูลชื่อดังจากฟินแลนด์ เป็นมูลค่ากว่า 5,400 ล้านยูโร ช่วงเดือน ก.ย.ที่ผ่านมา
ความเคลื่อนไหวดังกล่าวได้รับการจับตามองว่าเป็นการสิ้นสุดลงของยุครุ่งเรืองของโนเกียที่มีต่อเศรษฐกิจของฟินแลนด์ เนื่องจากที่ผ่านมาความสำเร็จของบริษัทมีส่วนสำคัญในการช่วยสร้างผลิตภัณฑ์มวลรวม (จีดีพี) ให้กับประเทศถึง 4%
แม้ว่าข่าวร้ายดังกล่าวจะนำมาซึ่งทิศทางขาลงของบริษัทและฝันร้ายของพนักงานหลายแสนคน ทว่าในมุมหนึ่งก็ใช่ว่าทุกอย่างจะหมดสิ้นความหวังในชีวิตลง เพราะทางบริษัทก็ได้ออกโครงการสนับสนุนให้พนักงานออกไปเริ่มต้นชีวิตใหม่ด้วยการตั้งต้นกิจการของตนเอง ซึ่งปัจจุบันพนักงานบางส่วนก็สามารถเริ่มยืนบนขาของตนเองได้แล้ว
เหมือนดังเช่น คิมโม ซารีลา อดีตวิศวกรของโนเกีย วัย 44 ปี ปัจจุบันได้ผันตัวเองสู่การเป็นเจ้าของกิจการด้วยตัวเอง กลายเป็นเจ้าของบริษัทเทรแลป ผู้ผลิตอุปกรณ์ในการวัดแบบไร้สาย ที่ใช้ในวงการแพทย์ การขนส่งสินค้า และการออกกำลังกายแล้ว หลังจากที่ได้ร่วมกับเพื่อนร่วมงานที่โนเกียอีก4 คน ตั้งต้นกิจการดังกล่าวในเดือน ธ.ค. 2011
ซารีลา ซึ่งปัจจุบันเป็นประธานเจ้าหน้าที่บริหารของบริษัท เทรแลป เผยว่า ถึงแม้การออกมาตั้งต้นประกอบธุรกิจส่วนตัวจะไม่ได้สะดวกสบายเหมือนเมื่อครั้งทำงานกับโนเกียที่มีทั้งรายได้และงานที่มั่นคง แต่ก็ทำให้เจ้าตัวมีอิสระมากขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งการทำงานที่สามารถตัดสินใจได้อย่างรวดเร็ว ไม่ต้องรอการตัดสินใจที่ช้าอืดอาดเหมือนกับองค์กรใหญ่ๆ
ซารีลา ถือเป็นส่วนหนึ่งของความสำเร็จของโครงการปั้นผู้ประกอบการหน้าใหม่กว่า 1,000 กิจการ ที่ทางบริษัทได้เริ่มต้นขึ้นเมื่อ 5-6 ปีที่แล้ว หลังจากที่บริษัทเริ่มรู้ตัวว่าไม่สามารถที่จะแข่งขันในตลาดโทรศัพท์มือถือได้แล้ว โดยเฉพาะการเกิดขึ้นมาของยุคสมาร์ทโฟนที่ทำให้โทรศัพท์มือถือแบบซิมเบียนของโนเกียตกกระป๋องไป และล่าสุดจำเป็นต้องขายธุรกิจมือถือให้กับไมโครซอฟท์ ยักษ์ใหญ่ด้านไอทีจากสหรัฐ หลังจากที่ต่อสู้และดิ้นรนกับความตกต่ำมาหลายปี
โครงการดังกล่าวตั้งต้นธุรกิจหน้าใหม่ของทางบริษัท โนเกีย ได้ให้เงินทุนแก่พนักงานที่จะลาออกรายละ 2 หมื่นยูโร พร้อมกับให้สิทธิวิศวกรบางคนในการเข้าถึงเทคโนโลยีและสิทธิบัตรต่างๆ ที่พนักงานเหล่านี้เคยผลิตให้กับโนเกียโดยไม่คิดค่าใช้จ่ายใดๆ ทั้งสิ้น
อย่างไรก็ตาม โครงการสนับสนุนการตั้งต้นกิจการให้กับเหล่าอดีตพนักงานของโนเกียก็ไม่ประสบความสำเร็จทุกรายไป
เนื่องจากมีอีกไม่น้อยที่ประสบกับความล้มเหลว เพราะว่าพนักงานส่วนใหญ่ที่ออกไปตั้งต้นกิจการใหม่ยังขาดทักษะในการทำการตลาดและการขายสินค้าที่ถูกต้องอยู่
“แน่นอน แม้ว่าวิศวกรเหล่านี้ที่ออกจากโนเกียไปจะมีความชาญฉลาดและมีความสามารถล้นเหลือในด้านอาชีพวิศวกร แต่มีน้อยคนนักที่รู้ว่าจะขายของอย่างไรให้กับลูกค้า ซึ่งถือเป็นทักษะสำคัญยามเมื่อต้องเริ่มต้นธุรกิจขึ้นใหม่” ทีอินา มาเรีย ซิอิโพลา ประธานสมาคมวิศวกรแห่งเมืองโอลู ซึ่งอยู่ทางตะวันตกของฟินแลนด์ กล่าว
ทั้งนี้ ข้อมูลจากสมาคมวิศวกรแห่งเมืองโอลู เผยว่า ในปี 2011 ที่ผ่านมามีธุรกิจที่เริ่มต้นใหม่มากถึง 1 ใน 3 ที่ไม่สามารถนำพาธุรกิจไปได้ในปีแรก







