
ยึดพื้นที่ใต้ทางด่วน3แห่งผุดศูนย์โอท็อป
ผุดศูนย์จำหน่ายโอท็อปใต้ทางด่วน 3 แห่ง สีลม เพลินจิต รามอินทรา ดึงต่างชาติ คนไทยช็อปปิ้ง คาดยอดขายทะลุ 1,000 ล้านบาทต่อปี
ผุดศูนย์จำหน่ายโอท็อปใต้ทางด่วน 3 แห่ง สีลม เพลินจิต รามอินทรา ดึงต่างชาติ คนไทยช็อปปิ้ง คาดยอดขายทะลุ 1,000 ล้านบาทต่อปี
นายขวัญชัย วงศ์นิติกร อธิบดีกรมการพัฒนาชุมชน กระทรวงมหาดไทย เปิดเผยว่า กรมการพัฒนาชุมชน ได้ทำโครงการจัดตั้งศูนย์แสดง จำหน่าย และกระจายสินค้าโอท็อป บริเวณใต้ทางด่วนใน กทม.รวม 3 จุด ได้แก่ ใต้ทางด่วนเพลินจิต รามอินทรา และสีลม โดยใช้งบประมาณ 100 ล้านบาท มีกำหนดเปิดให้บริการในช่วงปลายปีนี้ หรือต้นปี 2557 เพื่อเป็นศูนย์รวมจำหน่ายสินค้าโอท็อประดับ 35 ดาว จาก 77 จังหวัดทั่วประเทศ มั่นใจว่าจะสร้างยอดขายไม่น้อยกว่า 1,000 ล้านบาทต่อปี
การวางรูปแบบของพื้นที่แต่ละแห่งจะมีความแตกต่างกัน ทั้งใต้ทางด่วนรามอินทรา มีขนาด 8 ไร่ มีสินค้าโอท็อปวางจำหน่าย 200 ร้านค้า เน้นสินค้าอาหารและของฝาก เพื่อจับกลุ่มลูกค้าครอบครัวที่อยู่ในพื้นที่ดังกล่าว พื้นที่ใต้ทางด่วนเพลินจิต มีขนาด 3 งาน มีร้านค้ารวม 100 ร้านค้า และเน้นแสดงสินค้าในรูปแบบแกลเลอรี เพื่อให้ลูกค้านักท่องเที่ยวต่างชาติที่เข้ามาช็อปปิ้งสามารถเลือกซื้อสินค้าได้อย่างสะดวก
ขณะที่พื้นที่ใต้ทางด่วนสีลม มีขนาด 3 ไร่ จำนวนร้านค้า 120 ร้านค้า เน้นเป็นจุดจำหน่ายสินค้าโอท็อปจากทั่วประเทศ และมีพื้นที่แสดงศิลปวัฒนธรรมไทย เพื่อเจาะกลุ่มนักท่องเที่ยวต่างชาติในบริเวณดังกล่าว โดยรามอินทราและเพลินจิตจะเปิดให้บริการในเวลา 10.00-20.00 น. ส่วนสีลมจะเปิดให้บริการในเวลา 10.00-23.00 น.
ทั้งนี้ พื้นที่ใต้ทางด่วนทั้งหมดได้รับความร่วมมือจากการทางพิเศษแห่งประเทศไทย (กทพ.) ให้ใช้พื้นที่เป็นระยะเวลา 5 ปี คาดว่าจะมียอดขายรวมกว่า 5,000 ล้านบาท ใน 5 ปี
สำหรับภาพรวมยอดขายสินค้าโอท็อปในสิ้นปีนี้ มั่นใจจะอยู่ที่ 9 หมื่นล้านบาท จากจำนวนผลิตภัณฑ์กว่า 7 หมื่นรายการ ปัจจุบันมีผู้ประกอบการโอท็อปรวม 3 หมื่นราย ใน 6 กลุ่มสินค้า ได้แก่ กลุ่มอาหาร เครื่องดื่ม ของใช้ เสื้อผ้า เครื่องแต่งกาย และสมุนไพร เป็นต้น
นายพรพล เอกอรรถพร ประธานเครือข่ายโอทอประดับประเทศ กล่าวว่า โครงการศูนย์แสดง จำหน่าย และกระจายสินค้าโอท็อปใต้ทางด่วน 3 แห่ง จะส่งผลดีต่อผู้ประกอบการโอท็อปให้มีช่องทางกระจายสินค้า จากเดิมช่องทางกระจายสินค้าจะมีเฉพาะการจัดงานโอท็อปประจำปี รวมทั้งยังสามารถนำรูปแบบ (โมเดล) การจัดตั้งศูนย์ดังกล่าว ไปเปิดในทุกจังหวัดทั่วประเทศ เพราะเป็นศูนย์ที่รวมสินค้าโอท็อปจากทั่วประเทศ คล้ายกับเปิดร้านสะดวกซื้อเซเว่น อีเลฟเว่น ที่สามารถเปิดสาขาได้จำนวนมาก
อย่างไรก็ตาม ในช่วงที่ผ่านมา ศูนย์จำหน่ายสินค้าโอท็อป มีการเปิดในหลายพื้นที่ของประเทศ แต่ไม่ประสบความสำเร็จ เนื่องจากมีปัญหาความต่อเนื่องในการบริหาร และหน่วยงานที่ทำหน้าที่ดูแล รวมทั้งเป็นศูนย์ที่จำหน่ายเพียงสินค้าโอท็อปในแต่ละจังหวัดเท่านั้น แต่เมื่อ มีการเปิดศูนย์ใหม่ในครั้งนี้ ก็จะทำให้โอท็อปเข้าถึงลูกค้าได้มากขึ้น โดยสินค้าที่นำมาจำหน่ายจะหมุนเวียนไปในแต่ละจังหวัด และตามเทศกาลต่างๆ







