
‘พณ.’สรุปแผนข้าวแลกรถไฟไตรมาส3ปี’57“
นิวัฒน์ธำรง” ปัดข้าวแลกรถไฟไทยไม่เสียเปรียบ เตรียมสรุปแผนไตรมาส 3 ปี 2557
นิวัฒน์ธำรง” ปัดข้าวแลกรถไฟไทยไม่เสียเปรียบ เตรียมสรุปแผนไตรมาส 3 ปี 2557
นายนิวัฒน์ธำรง บุญทรงไพศาล รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.พาณิชย์ เปิดเผยว่า โครงการแลกเปลี่ยนรถไฟความเร็วสูงของจีนกับสินค้าเกษตรของไทย เช่น ข้าว คาดว่าจะได้ข้อสรุปภายในไตรมาส 3 ปี 2557 โดยเส้นทางที่ทำข้อตกลงพิจารณาศึกษาร่วมกัน (Joint Statement) ระหว่างไทยและจีน คือ เส้นทางกรุงเทพฯนครราชสีมาหนองคาย ที่จีนสนใจ เพราะสามารถเชื่อมไปยังเวียดนามได้
“ยืนยันว่าไม่ได้เป็นการยกเส้นทางนี้ให้กับจีน และไม่เป็นการเสียเปรียบแต่อย่างใด หากมีประเทศไหนสนใจก็สามารถเข้ามาเจรจาได้ และหากใช้วิธีชำระค่าสินค้าเป็นเงินสดและสินค้าเกษตรอย่างละครึ่งแบบเดียวกับจีนก็จะดี” นายนิวัฒน์ธำรง กล่าว
ทั้งนี้ประเด็นที่มองว่าการแลกเปลี่ยนสินค้าในลักษณะนี้ จะทำให้ประเทศอื่นเสียเปรียบเพราะไม่มีการประมูลแข่งขัน หรือไทยต้องลงทุนสูง เนื่องจากมีการตกลงราคากับจีนเพียงประเทศเดียว มองว่าวิธีดังกล่าวมีข้อดีตรงที่ไทยสามารถระบายสินค้าเกษตรออกไปได้จำนวนมาก อีกทั้งราคาที่จะแลกเปลี่ยนสินค้าระหว่างก็จะยึดตามราคาตลาดโลก เช่น ข้าว จะใช้ราคาข้าวตลาดโลกอ้างอิงในการแลกเปลี่ยนการลงทุน ส่วนการตีราคารถไฟของจีนก็จะให้หน่วยงานกลางอย่างธนาคารโลก (เวิลด์แบงก์) เป็นผู้ประเมินราคา
อย่างไรก็ตาม ไทยไม่ได้มีการลงทุนรถไฟความเร็วสูงในเส้นทางกรุงเทพฯนครราชสีมาหนองคาย เพียงเส้นทางเดียว ยังมีอีกหลายเส้นทาง หากประเทศอื่นสนใจก็สามารถเจรจากับไทยได้ จะเป็นรูปแบบการชำระค่าสินค้าเหมือนกับจีน หรือสนใจวิธีประมูลแข่งขันต้องมาตกลงรายละเอียดกัน
สำหรับการทำสัญญาซื้อขายข้าวกับจีน 1 ล้านตันนั้น ทางฝ่ายไทยและบริษัทคอฟโก ของจีนก็ได้มีการตกลงทำสัญญาซื้อขายระหว่างกันแล้ว แบ่งออกเป็น 3 งวด คือ ธ.ค. 2556-เม.ย. 2557 ส่งมอบงวดแรก 5 แสนตัน พ.ค.-ต.ค, 2557 ส่งมอบ 3 แสนตัน และพ.ย.-ธ.ค. 2557 ส่งมอบ 2 แสนตัน โดยราคาที่ขายข้าวรัฐต่อรัฐ (จีทูจี) รอบนี้ให้กับจีนจะกำหนดราคาขายแบบเอฟโอบี หรือราคาส่งมอบ ณ ท่าเรือ ซึ่งทางจีนและไทยจะมาหารือในการหาผู้ปรับปรุงคุณภาพข้าวเพื่อส่งมอบตามสัญญาซื้อขายต่อไป
นายจุฬา สุขมานพ ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร (สนข.) กล่าวว่า สนข.อยู่ระหว่างเตรียมข้อมูลเพื่อเข้าร่วมประชุมคณะกรรมการความร่วมมือด้านรถไฟไทยจีน ซึ่งเป็นคณะกรรมการชุดเดิมที่เคยร่วมทำบันทึกข้อตกลงศึกษาแนวเส้นทางรถไฟความเร็วสูงกับจีนโดยครั้งนี้จะโดยเปิดให้ตัวแทนของกระทรวงพาณิชย์เข้าร่วมประชุม เพื่อหาข้อสรุปร่วมกันในเรื่องรายละเอียดเกี่ยวกับการนำสินค้าเกษตรชำระราคารถไฟความเร็วสูง พร้อมทั้งพิจารณารายละเอียดด้านข้อกฎหมายด้วยว่าจะสามารถใช้วิธีการนำสินค้าเกษตรแลกกับรถไฟความเร็วสูงได้มากน้อยเพียงใด
"หลักการ คือ ต้องตกลงกันว่ารถไฟของจีนจะเข้ามาอย่างไรได้บ้าง และจะนำสินค้าเกษตรไปจ่ายค่าระบบรถไฟความเร็วสูงอย่างไร อีกทั้งต้องดูกฎหมายที่เกี่ยวข้องด้วยว่าจะเปิดทางให้จีนหรือประเทศอื่นๆเข้ามาดำเนินการพัฒนาโครงการรถไฟความเร็วสูงได้มากน้อยเพียงใด ซึ่งกระทรวงคมนาคมยืนยันว่า ต้องการเปิดกว้าง และคงใช้วิธีการประกวดราคาแบบนาชาติเป็นส่วนใหญ่” นายจุฬา กล่าว
ส่วนบันทึกความเข้าใจระหว่างไทยจีน ที่จะหารือเพิ่มเติมเกี่ยวกับความร่วมมือพัฒนาโครงการรถไฟความเร็วสูง เส้นทางกรุงเทพฯนครราชสีมาหนองคาย และการชำระค่าใช้จ่ายด้วยข้าวและสินค้าเกษตร 50% ของมูลค่าโครงการนั้น สนข.จะต้องพิจารณามูลค่าโครงการรถไฟความเร็วสูงทั้งหมด ซึ่งหากไทยจีน ไม่สามารถตกลงเรื่องมูลค่าโครงการได้ก็จะต้องให้หน่วยงานกลางเข้ามาประเมินมูลค่าโครงการ เช่น ธนาคารโลก
สำหรับประเด็นแรกที่คณะกรรมการความร่วมมือด้านรถไฟไทยจีน จะพิจารณา คือ หาข้อสรุปให้ได้ว่าจีนสามารถเข้ามาร่วมดำเนินโครงการรถไฟความเร็วสูงของไทยได้ในลักษณะใด จากนั้นจะพิจารณาประเด็นที่สอง คือ ไทยจะนำสินค้าเกษตรตัวใดไปชำระค่าใช้จ่ายรถไฟความเร็วสูง ที่ผ่านมาจะมุ่งเน้นการนำข้าวไปแลก แต่จะมีสินค้าตัวอื่นอีกหรือไม่ รวมทั้งจำเป็นต้องทราบด้วยว่าปริมาณสินค้าเกษตรและราคาอยู่ที่เท่าใดด้วย ซึ่งกระทรวงคมนาคมกับกระทรวงพาณิชย์จะต้องหารือร่วมกัน
“ในการหารือระดับคณะกรรมการความร่วมมือด้านรถไฟไทยจีนนั้น คงไม่สามารถถือเป็นข้อตกลง เพราะจะต้องเสนอให้กระทรวงคมนาคมและครม.พิจารณา และหากประเทศอื่นติดต่อมาในลักษณะเดียวกันก็ต้องเปิดรับเช่นเดียวกัน ซึ่งเรื่องการแลกเปลี่ยนสินค้าเกษตรเป็นเรื่องในระดับนโยบาย” นายจุฬา กล่าวสำหรับความคืบหน้าการดำเนินโครงการรถไฟความเร็วสูงเส้นทางกรุงเทพฯนครราชสีมา คาดว่าจะส่งรายงานผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมหรืออีไอเอได้ภายในเดือนธ.ค.นี้ ส่วนเส้นทางกรุงเทพฯพิษณุโลก อยู่ระหว่างศึกษาความเหมาะสม คาดว่าภายในสิ้นปีจะแล้วเสร็จ เส้นทางกรุงเทพฯหัวหิน คาดว่าจะส่งรายงานผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมได้ภายในเดือนม.ค.2557 ส่วนกรุงเทพฯระยอง การรถไฟแห่งประเทศไทย (ร.ฟ.ท.) อยู่ระหว่างศึกษาความเหมาะสม
แหล่งข่าวจากกระทรวงคมนาคม กล่าวว่า ขณะนี้ยังไม่ทราบว่าใครจะได้ดำเนินโครงการรถไฟความเร็วสูงสายใดบ้าง แนวโน้มเป็นไปได้หลายรูปแบบ โดยการเปิดประกวดราคานานาชาติรถไฟความเร็วสูงเส้นแรก กรุงเทพฯเชียงใหม่ อาจจะเป็นระบบเดียวกันทั้งเส้น แต่เส้นต่อไป อาจแตกต่างกันได้ ทั้งนี้เส้นแรกเริ่มจากสถานีบางซื่อออกไปจนถึงปลายทางที่เชียงใหม่ ขณะที่จะใช้สถานีบ้านภาชีเป็นจุดเปลี่ยนถ่ายผู้โดยสารเส้นทางกรุงเทพฯนครราชสีมาหนองคาย







