
ไฮเปอร์มาร์เก็ตพลิกเกมแข่งคุณภาพเอาใจผู้บริโภค
โดย...จะเรียม สำรวจ
โดย...จะเรียม สำรวจ
พฤติกรรมของผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลงไป ส่งผลให้ผู้ประกอบการค้าปลีกต้องหันมาปรับกลยุทธ์ในการทำตลาดใหม่ ด้วยการพัฒนาคุณภาพสินค้าที่ตรงกับความต้องการของผู้บริโภคควบคู่ไปกับการทำโปรโมชั่นมากขึ้น ทำให้ เทสโก้ โลตัส และบิ๊กซี ซูเปอร์เซ็นเตอร์ ให้ความสำคัญกับการพัฒนาแบรนด์สินค้าคุณภาพ เพื่อสร้างความมั่นใจให้กับลูกค้าที่ใส่ใจซื้อสินค้าที่ได้รับมาตรฐานคุณภาพมากขึ้น
เริ่มจาก ห้างเทสโก้ โลตัส ที่ส่งสินค้าคุณภาพมาตรฐานแบรนด์ เทสโก้ โลตัส อีท เฟรช ในกลุ่มสินค้าผักสดและผลไม้ ขณะที่ห้างบิ๊กซี ซูเปอร์เซ็นเตอร์ ส่งแบรนด์ วงจรคุณภาพบิ๊กซี เป็นเครื่องหมายการันตีคุณภาพกลุ่มสินค้าผักสด ผลไม้ และเนื้อสัตว์
มาร์ค เมอร์ฟีย์ รองประธานกรรมการฝ่ายการพาณิชย์สินค้าอาหารสด บริษัท เอกชัย ดิสทริบิวชั่น ซิสเทม ผู้บริหารห้างเทสโก้ โลตัส กล่าวว่า จากพฤติกรรมของผู้บริโภคที่หันมาใส่ใจสุขภาพมากขึ้น จึงได้เปิดตัวแบรนด์สินค้าคุณภาพภายใต้ชื่อ “เทสโก้ โลตัส อีท เฟรช” ในกลุ่มผักและผลไม้ ขึ้น โดยทดลองทำตลาดมาแล้ว 6 เดือน พบว่าได้ผลการตอบรับที่ดี ส่งผลให้ต้องเพิ่มรายการสินค้าใหม่ๆ เพิ่มขึ้น โดยปัจจุบันมีสินค้าประมาณ 600 รายการ
นอกจากนี้ เพื่อให้ลูกค้าได้ทราบแหล่งที่มาของสินค้า จึงได้ทำฉลากคิวอาร์โค้ดบนสินค้า 40 ชนิด ปิดลงบนบรรจุภัณฑ์ของ “เทสโก้ โลตัส อีท เฟรช” เพื่อให้ลูกค้าทราบถึงข้อมูลแหล่งเพาะปลูก ข้อมูลโภชนาการของผักและผลไม้ รวมไปถึงเมนูอาหารแนะนำ ซึ่งจะปรับเปลี่ยนทุกเดือน
เมอร์ฟีย์ กล่าวต่อว่า เพื่อเป็นการสร้างแบรนด์ของ “เทสโก้ โลตัส อีท เฟรช” ให้เป็นที่รู้จักมากขึ้น บริษัทจะนำแบรนด์สินค้าดังกล่าวไปทำกิจกรรมรายการส่งเสริมการขายร่วมกับแคมเปญ “ซูเปอร์ไนน์” ด้วยการวางราคาขายสินค้าผักและผลไม้เริ่มต้นที่ 9 บาท
หลังจากทดลองหลังจากก่อนหน้านี้ได้ทดลองทำแคมเปญดังกล่าวด้วยการจำหน่ายสินค้ากลุ่มผักสดและและผลไม้ในราคา 9 บาท ได้ผลการตอบรับเป็นอย่างดี
สินค้าอีกหนึ่งกลุ่มที่ เทสโก้ โลตัส พยายามพัฒนาเข้ามาทำตลาดอย่างต่อเนื่อง คือ กลุ่มสินค้าตัดแต่งประเภทผักและเนื้อสัตว์ เนื่องจากพฤติกรรมของคนรุ่นใหม่นิยมหันมาจับจ่ายใช้สอยในห้างไฮเปอร์มาร์เก็ต และนิยมที่จะซื้อสินค้าพร้อมปรุงในกลุ่มผักและเนื้อสัตว์มากขึ้น เพราะประหยัดเวลาสามารถปรุงอาหารได้ทันที จึงทำให้เทสโก้ โลตัสมองเห็นโอกาสดังกล่าว
หลังจากออกมาทำกิจกรรมการตลาดแบรนด์ “เทสโก้ โลตัส อีท เฟรช” อย่างต่อเนื่อง เมอร์ฟีย์ มั่นใจว่า จะมียอดขายกลุ่มสินค้าผักสดและผลไม้อยู่ที่ประมาณ 6,500 ล้านบาท เติบโตจากปีที่ผ่านมาประมาณ 57% ซึ่งนอกจากจะมีกลุ่มสินค้าผักสดและผลไม้แบรนด์ “เทสโก้ โลตัส อีท เฟรช” แล้ว เทสโก้ โลตัสยังมีกลุ่มสินค้าแช่แข็งแบรนด์ “พราน เฟรช” ที่ได้พัฒนาร่วมกับบริษัท พรานทะเล มาร์เก็ตติ้ง จำหน่ายด้วย
ขณะที่ ห้างบิ๊กซี ซูเปอร์เซ็นเตอร์ ก็มีแบรนด์สินค้าคุณภาพภายใต้ชื่อ วงจรคุณภาพบิ๊กซี หรือ บิ๊กซี ควิลิตี้ ไลน์ เข้าทำตลาดเช่นกัน ด้วยการจับมือกับเกษตรกรไทยทั่วประเทศร่วมกันพัฒนาสินค้าในกลุ่มผักสด ผลไม้ และเนื้อสัตว์ ภายใต้แบรนด์ดังกล่าว
ด้าน กุฎาธาร นาควิโรจน์ ผู้อำนวยการฝ่ายองค์กรสัมพันธ์ บริษัท บิ๊กซี ซูเปอร์เซ็นเตอร์ ผู้บริหารห้างบิ๊กซี ซูเปอร์เซ็นเตอร์ กล่าวว่า หลังจากบริษัทได้เปิดตัวแบรนด์สินค้า “วงจรคุณภาพบิ๊กซี” ในกลุ่มผักสด ผลไม้ เนื้อสัตว์ เข้ามาทำตลาดเมื่อ 10 ปีที่ผ่านมา ได้ผลการตอบรับจากผู้บริโภคเป็นที่น่าพอใจ ส่งผลให้บริษัทต้องเพิ่มรายการสินค้าวงจรคุณภาพบิ๊กซีเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง เพื่อตอบสนองความต้องการของลูกค้า
ปัจจุบัน บิ๊กซี ซูเปอร์เซ็นเตอร์ มีสินค้า “วงจรคุณภาพบิ๊กซี” เข้าทำตลาดอยู่ที่ประมาณ 200 รายการ ซึ่งในส่วนของสินค้าคุณภาพที่ บิ๊กซี ซูเปอร์เซ็นเตอร์ ชูเป็นสินค้า “วงจรคุณภาพบิ๊กซี” ประกอบด้วย เนื้อหมู ปลา กุ้ง ข้าว ส้มโอ แคนตาลูป แก้วมังกร ผักอินทรีย์ หอมหัวใหญ่ และสับปะรด เป็นต้น ซึ่งทุกชนิดจะมีชื่อของวงจรคุณภาพพ่วงท้ายเพื่อรับประกันสินค้า
พร้อมกันนี้ บิ๊กซี ซูเปอร์เซ็นเตอร์ ยังมีกลุ่มสินค้าตัดแต่งประเภทพร้อมปรุง เพื่อเป็นทางเลือกให้กับผู้บริโภคอีกประมาณ 30 รายการ และมีแผนที่จะพัฒนาสินค้าเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง เนื่องจากยอดขายกลุ่มสินค้าดังกล่าวโดยเฉพาะกลุ่มวงจรคุณภาพบิ๊กซีมีอัตราการเติบโตต่อเนื่องปีละไม่ต่ำกว่า 10%
การออกมาปรับแผนของห้างไฮเปอร์มาร์เก็ตครั้งนี้ถือเป็นการพลิกรูปแบบการแข่งขัน จากเดิม 2 ห้างยักษ์ใหญ่จะฟาดฟันด้วยการอัดโปรโมชั่นลด แลก แจก แถมอย่างเดียว แต่วันนี้หันมาแข่งขันในเรื่องของคุณภาพสินค้า ซึ่งก็ถือเป็นเรื่องที่ดีสำหรับผู้บริโภค เพราะนอกจากจะได้ซื้อสินค้าราคาถูกจากห้างไฮเปอร์มาร์เก็ตแล้วยังได้สินค้าคุณภาพกลับบ้านอีกด้วย







