
มหกรรมบ้านชี้วัดอสังหาฯ
วันที่ 14-17 พ.ย.นี้ 3 สมาคมหลักแห่งวงการอสังหาริมทรัพย์จะจัด “มหกรรมบ้านและคอนโด” ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ เป็นการรวมตลาดซื้อขายอสังหาริมทรัพย์ประจำปี จัดปีละ 2 ครั้ง ไตรมาส 2 และ 4
วันที่ 14-17 พ.ย.นี้ 3 สมาคมหลักแห่งวงการอสังหาริมทรัพย์จะจัด “มหกรรมบ้านและคอนโด” ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ เป็นการรวมตลาดซื้อขายอสังหาริมทรัพย์ประจำปี จัดปีละ 2 ครั้ง ไตรมาส 2 และ 4
3 สมาคมหลักจัดงานมหกรรมบ้านฯ 29 ครั้ง ใน 20 ปีที่ผ่านมา นัดผู้ซื้อมาพบผู้ขาย เลือกได้ที่นี่ เปรียบเสมือนเป็น “ตลาดกลาง” ถึงแม้ว่าผู้ประกอบการรายใหญ่จะไม่เข้าร่วมตลาด โดยเฉพาะรายใหญ่ในตลาดหุ้น ซึ่งมีงบประมาณโฆษณาเยอะมาก และไม่ยอมเปิดตลาดร่วมกับผู้อื่น เปิดตัวโครงการเอง มีวิธีขายวิธีโฆษณา และเทคนิคการขายก็ต่างกัน เช่น ขาย 1,000 ยูนิตใน 3 ชม. (เก่งมากๆ ไม่มีใครทำได้ในโลก)
ทุกครั้งที่เปิดตลาดจะมีผู้ประกอบการรายกลางและรายเล็กเป็นส่วนใหญ่ ผู้เดินเข้ามาซื้อส่วนใหญ่จะเป็นผู้ซื้อรายย่อย เป็นที่อยู่อาศัยหลังแรก จะมีหลังที่ 2-3 บ้างพอควร ซึ่งต่างกับรายใหญ่ ผู้ซื้อส่วนใหญ่จะเป็นนักลงทุนและเก็งกำไรมีมากกว่า 60%
ดังนั้น “มหกรรมนี้” จึงเป็นตัวชี้วัดที่ดีของตลาดอสังหาฯ โดยเฉพาะในปลายปี 2556 ที่เชื่อกันว่า “เศรษฐกิจกำลังชะลอตัวลง” อสังหาฯ ที่โตอย่างมากในปีที่แล้ว และ 3 ไตรมาสของปีนี้จะอยู่ในภาวะปรับตัวเข้าสู่ความเป็นจริง ยิ่ง “ความร้อนแรงของการเมือง” ก็ร้อนขึ้นทุกที ธนาคารก็ปรับตัวรองรับความผันผวนของตลาดเงินโลก
การปล่อยสินเชื่อจะต้องเข้มข้นขึ้น เพราะธนาคารเริ่มเป็นห่วงมากขึ้น แต่ก็ยังมิวายมีการโฆษณาดอกเบี้ย 0% กู้ได้ 100% ไม่ต้องมีเงินดาวน์ มินำซ้ำให้อยู่ฟรีอีก 1 ปี ช่างเป็นการเดินซ้ำรอย SubPrime แฮมเบอร์เกอร์อเมริกาจริงๆ แต่ธนาคารแห่งประเทศไทย ก็ฟังเฉยๆ ทั้งๆ ที่มีหน้าที่ดูแลเสถียรภาพการเงินของประเทศ
ทุกปีจะมีผู้เข้าชมหลายหมื่นคน แต่ไม่ถึงแสนคน ปีนี้อาจจะลดลง และยอดขายคงจะน้อยกว่าปีที่ผ่านมา แต่คาดการณ์ว่าพระเอกก็คงไม่พ้นคอนโดมิเนียม ปลายปีที่แล้วคอนโดมิเนียมขายได้มากกว่า 60% (เพราะคนชั้นกลางมาซื้อ) รองลงมา บ้านเดี่ยว รีสอร์ท จากเมืองท่องเที่ยวก็ขายได้
ที่น่าสนใจ ก็คือ ตลาดต่างชาติจะไม่เข้ามาขายซื้อในมหกรรมนี้ เช่น ที่ภูเก็ต สมุย พัทยา จะมีก็ประปรายมาก และปีที่แล้วเพิ่งผ่านภาวะน้ำท่วมใหญ่ไม่ถึงปี แต่ก็พบว่า “ผู้ซื้อซึ่งเป็นผู้มีรายได้ปานกลาง ก็ยังต้องซื้อบ้านในเขตน้ำท่วม” เพราะแหล่งงานของตนอยู่ที่นั่น และราคาก็ยังถูกอยู่ ตรงข้ามกับการคาดคิดว่า บริเวณน้ำท่วม ไม่มีใครจะซื้อ และก็เชื่อว่า น้ำไม่ควรท่วม 23 ปีติดกัน
เราคงต้องเฝ้าดูผลของ “มหกรรมบ้านและคอนโด ครั้งที่ 29” นี้ แล้วกลับมาดูตัวเองอีกที โดยเฉพาะผู้ประกอบการทั้งหลายที่ยังเชื่อว่า ตลาดยังไปได้ดี แม้ว่าปัญหาการเงินโลก ปัญหาการเมืองไทย โดยเชื่อว่าแรงกระตุ้นภาครัฐ ลงทุน 2 ล้านล้านบาท จะคลอดมาเร็ว แต่ถ้าตลาดชะลอตัวลงเร็วและมาก คงจะได้เห็น NPL ออกมาไม่น้อย สถาบันการเงินก็คงจะต้องรีบปรับตัว เพราะธนาคารแห่งประเทศไทยคงไม่ยอมให้มีหนี้เสียจนล้นธนาคารเช่นในอดีต
ท้ายสุดก็ต้องขอร้องให้ทะเลาะกันน้อยหน่อย อย่าเอาการเมืองมา “เล่น” จนประเทศเสียหาย คำถามคือนิรโทษกรรมคราวนี้ ประชาชนได้ประโยชน์อะไรบ้าง ทำให้ปากท้องความเป็นอยู่ดีขึ้น หรือเพื่อกลุ่มนักการเมืองด้วยกันเอง







