
ทรูมูฟ เอช VS แมนฯ ยู เอฟซี เกมสร้างแบรนด์ชนะใจลูกค้า
ช่วงระหว่างวันที่ 24-28 ต.ค. 2556 ที่ผ่านมา บริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น ผู้ให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ทรูมูฟ
โดย...ดวงใจ จิตต์มงคล
ช่วงระหว่างวันที่ 24-28 ต.ค. 2556 ที่ผ่านมา บริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น ผู้ให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ทรูมูฟ และทรูมูฟ เอช บนเครือข่าย 3จี และ4G LTE นำสองผู้โชคดีจากเมืองไทย โดย “ทรูมูฟเอช” และพันธมิตรสโมสรฟุตบอลระดับโลก “แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด” ร่วมเดินทางไปชมการแข่งขันฟุตบอลพรีเมียร์ลีก นัดการแข่งขัน (แมตช์) ที่ 8 ของแมนฯ ยูไนเต็ด และสโตก ซิตี แบบชิดติดขอบสนามโอลด์แทรฟฟอร์ด ณ เมืองแมนเชสเตอร์ ประเทศอังกฤษ
อติรุฒม์ โตทวีแสนสุข กรรมการผู้จัดการธุรกิจโมบายล์ บริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น กล่าวถึงความร่วมมือกับสโมสรแมนฯ ยูไนเต็ด ครั้งนี้ว่า ถือเป็นขั้นตอนของการเข้าสู่ตลาด ที่เป็นการนำเรื่องของเทคโนโลยีเข้าไปเพื่อให้คนไทยได้รู้สึกถึงการเข้ามาถึงของเทคโนโลยี 3จี และ 4จี รวมทั้งยังเป็นการมองเชิงลึก (อินไซด์)ว่าทำอย่างไรให้ผู้บริโภครู้สึกว่าจับต้องผลิตภัณฑ์เทคโนโลยีได้ โดยผ่านไลฟ์สไตล์ต่างๆ ที่คนชื่นชอบ โดยเฉพาะกีฬายอดนิยมที่มีคนดูจำนวนมากๆ อย่างฟุตบอล
นอกจากนี้ หากพูดถึงกีฬาที่เป็น ท็อป ออฟ มายด์ ของคนไทยแล้ว นั่นก็คือฟุตบอล และสโมสรแมนฯยูไนเต็ด ก็นับเป็นอีกหนึ่งทีมฟุตบอลที่อยู่ในใจคนไทย ขณะเดียวกับที่แบรนด์แมนฯ ยูไนเต็ด ก็มีหลายอย่างที่เหมือนกับทรู เช่น การใช้สีแดง หรือแม้กระทั่งม็อตโต (Motto) ของแมนฯ ยูไนเต็ด คือ MANCHESTER UNITED together คือหนึ่งเดียว Together ของทรู ก็คือหนึ่งเดียวเช่นกัน จึงมีปรัชญาองค์กรเหมือนกัน เป็นต้น
ขณะเดียวกันยังเป็นครั้งแรกของสโมสรแมนฯ ยูไนเต็ด ที่พัฒนาอุปกรณ์สื่อสารโทรศัพท์ (ออฟฟิศเชียล แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ดีไวซ์) ร่วมกับผู้ให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ (โมบายล์ โอเปอเรเตอร์) ที่ทางสโมสรต้องให้การแฟนคลับพอใจมากที่สุด โดยอันดับแรกคือ โลโก้ ตราสโมสร กับตราทรู ที่จะเป็นสิ่งที่ทุกคนมีความภูมิใจในตรา และเชื่อว่าแฟนคลับอยากจะได้มาเป็นของสะสมด้วยจากการออกรุ่นจำนวนจำกัดมาทำตลาด
ด้านที่ 2 คือ ความเข้าใจเชิงลึกของแฟนคลับ ในรูปแบบคอนเทนต์ต่างๆ ออกมาผ่านแอพพลิเคชั่นบนดีไวซ์ดังกล่าว อาทิ H MATCH, H KEEPER,H RUNNER เป็นต้น รวมถึงการจัดกิจกรรมร่วมกับผู้ใช้บริการบนเครือข่ายทรูมูฟและทรูมูฟเอชอย่างต่อเนื่อง ผ่านแคมเปญการตลาดร่วมลุ้นรับสิทธิในการไปชมการแข่งขันฟุตบอลที่สนามโอลด์แทรฟฟอร์ดด้วย
ทั้งหมดถือเป็นปรัชญาในการทำงานร่วมกันระหว่างสององค์กรที่มีความเห็นตรงกันในการเข้าถึงแฟนคลับ ซึ่งก็คือกลุ่มลูกค้าเป้าหมายนั่นเอง โดยบริษัทได้ตั้งเป้าหมายลูกค้าซิมใหม่จากแคมเปญนี้ 1 แสนราย และดีไวซ์จำนวน 1 หมื่นเครื่อง
อย่างไรก็ตาม หลังจากสิ้นสุดกิจกรรมการตลาดดังกล่าวราวเดือน มี.ค.ปีหน้า บริษัทคาดว่าจะสามารถทำให้ลูกค้ารู้สึกได้ว่าเทคโนโลยีกับไลฟ์สไตล์เป็นสิ่งที่จับต้องได้ ด้วยการสร้างประสบการณ์ใหม่ๆ ที่สอดคล้องกับแผนการตลาดในช่วงที่ผ่านมาที่ทำมาอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะการให้ผู้ใช้บริการได้สัมผัสว่าในแต่ละวันมีเทคโนโลยีที่สามารถตอบสนองไลฟ์สไตล์ และสร้างประสบการณ์ได้ดีมากขึ้นกว่าเดิม
ขณะเดียวกัน บริษัทยังต้องการทำให้กลุ่มลูกค้าผู้ใช้งานรู้สึกภูมิใจในทั้งสองตราสินค้า ผ่านการผสมผสานการตลาดในรูปแบบเอกซ์คลูซีฟ หรือการผลิตสินค้าในรุ่นจำนวนจำกัด เพื่อสร้างความรู้สึกของการมีส่วนร่วมกับสโมสรแมนฯ ยูไนเต็ด โดยนำเสนอไปในรูปแบบของสินค้าและบริการของทรู เพื่อเข้าถึงผู้บริโภคที่จะทำให้อยู่ต่อเนื่องไปจนจบแคมเปญ และมีโอกาสที่จะเข้ามาทดลองใช้ผลิตภัณฑ์ต่างๆ ของทรูได้ต่อไปในอนาคต
นี่เป็นเพียงส่วนหนึ่งของการสร้างแบรนด์ทรูมูฟและทรูมูฟเอช เพื่อพิชิตใจผู้บริโภคผ่านเทคโนโลยีในชีวิตประจำวันที่ให้เข้าถึงได้อย่างง่ายๆ ผ่านไลฟ์สไตล์ โดยปัจจุบันมีจำนวนผู้ใช้งานในระบบมือถือทรูมูฟและทรูมูฟเอช ราว 22.09 ล้านราย







