
ออสก้า บลูส์ บริวเวอรี จากเบียร์กระป๋องสู่ร้านจักรยาน
โดย...ลภัสรดา ภูศรี
โดย...ลภัสรดา ภูศรี
ภายหลังจากครองตลาดเบียร์ในสหรัฐมานานกว่า 16 ปี ในที่สุด “ออสก้า บลูส์ บริวเวอรี” ในเมืองลองมอนต์ในรัฐโคโลราโดของ เดล เคทซิส ผู้ก่อตั้งและ หัวเรือใหญ่ชาวมะกัน ได้ตัดสินใจต่อยอดแตกไลน์ธุรกิจใหม่ ด้วยความหวังจะขยายธุรกิจให้เติบโตก้าวไกลกว่าเดิม
แต่ใครจะคิดว่าการต่อยอดธุรกิจในไอเดียของเคทซิส กลับฉีกตำราการต่อยอดธุรกิจอย่างสุดขั้ว เนื่องจากไม่มีความเกี่ยวข้องกับธุรกิจเดิมแม้แต่น้อย นั่นก็คือการเปิด “ร้านขายจักรยานเสือภูเขา” ภายใต้แบรนด์ “รีบบ์” (Reeb) ซึ่งเป็นการเล่นคำในภาษาอังกฤษจากคำว่า “เบียร์” สะกดถอยหลังนั่นเอง
และก็เป็นไปตามคาด เมื่อเคทซิสประกาศกร้าววางแผนเปิดธุรกิจใหม่ที่แตกต่างกันโดยสิ้นเชิง คนรอบข้างต่างวิพากษ์วิจารณ์และตักเตือนกันยกใหญ่ เนื่องจากกังวลว่าการหันมาจับธุรกิจขายจักรยาน ซึ่งเคทซิสมีแต่ความชื่นชอบส่วนตัวโดยไม่มีประสบการณ์บริหารธุรกิจประเภทนี้ อาจทำให้ธุรกิจล้มเหลวลง และอาจฉุดรั้งให้ธุรกิจหลักเดิม ตกอยู่ในภาวะเสี่ยงอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
อย่างไรก็ตาม นักธุรกิจเมืองลุงแซมไฟแรง กลับมองต่างมุม โดยเชื่อว่าธุรกิจเบียร์กระป๋องและร้านจักรยานสามารถเกื้อหนุนกันและกันอย่างไม่น่าเชื่อ
“การเปิดธุรกิจใหม่ถือเป็นช่วงที่ผมชอบที่สุด เพราะคุณจะมีอิสระมากที่ได้สร้างสรรค์สิ่งใหม่ๆ ตั้งแต่ต้นและได้แก้ปัญหาไปทีละอย่าง และผมรู้ดีว่าผมต้องเผชิญกับความเสี่ยงทางธุรกิจในการบริหารรีบบ์ เช่นเดียวกับเมื่อครั้งบริหารออสก้า บลูส์ บริวเวอรี แต่เมื่อผมเชื่อในคอนเซปต์ธุรกิจที่ต้องการให้ธุรกิจเป็นส่วนหนึ่งในการกระตุ้นให้ผู้คนหันมาขี่จักรยานเพื่อช่วยรักษาสิ่งแวดล้อมมากขึ้น ดังนั้นผมก็คงไม่มีทางเลือกที่ดีกว่าการเปิดขายจักรยานเสียเลย” เคทซิส ระบุ
และเพื่อเป็นการประสานให้ธุรกิจทั้งสองประเภทสามารถเข้ากันได้อย่างลงตัว เคทซิสจึงได้ไอเดียเปิด “ไซเคิลฮอปส์” หรือร้านที่เป็นทั้งร้านอาหารสไตล์เม็กซิกันที่พร้อมเสิร์ฟเบียร์สดของออสก้า บลูส์ และร้านขายจักรยานรีบบ์ภายในตัวนั่นเอง
กลยุทธ์ดังกล่าวถือว่าประสบความสำเร็จมาก เพราะแม้ว่าหลังจากเปิดให้บริการในปีแรกเมื่อปี 2012 รีบบ์มียอดขายจักรยานไม่มากไม่น้อยเพียง 95 คัน แต่บริษัทก็ได้รับการจัดอันดับให้เป็นหนึ่งในร้านจักรยานรุ่นใหม่ที่ดีที่สุดจากนิตยสารเอาต์ไซด์ นิตยสารชื่อดังของสหรัฐ ซึ่งเคทซิสเชื่อว่าการได้รับความสนใจจากสื่อกระแสหลักครั้งนั้นจะช่วยกระตุ้นยอดขายได้เป็นอย่างดี ทำให้เคทซิสตั้งเป้าว่าในปีนี้จะสามารถขายจักรยานที่ผลิตในโคโลราโด สนนราคาระหว่าง 2,900-4,300 เหรียญสหรัฐ ได้ราว 200-250 คันเลยทีเดียว
และจากประสบการณ์บริหารธุรกิจทั้งธุรกิจเบียร์และร้านจักรยาน เคทซิส ได้รับบทเรียนจากการดำเนินธุรกิจที่สำคัญอย่างหนึ่ง เพื่อเป็นวิทยาทานแก่ผู้ประกอบการธุรกิจใหม่ให้ระมัดระวังมากที่สุดก็คือ อย่าแบกรับภาระหนี้สินมากจนไม่สามารถควบคุมได้
เคทซิส ให้เหตุผลว่า ภาระดังกล่าวจะส่งผลให้บริษัทต้องกังวลอยู่กับการชำระหนี้ โดยไม่มีเวลานำไปพัฒนาในส่วนอื่นๆ ของธุรกิจที่สำคัญ เช่น การยกระดับการให้บริการแก่ลูกค้า และต้องชำระหนี้ที่มีแนวโน้มส่งผลกระทบเชิงลบต่อบริการต่อลูกค้าเป็นสำคัญ เนื่องจากการขยายธุรกิจให้เติบโตอย่างช้าๆ และปราศจากหนี้สิน ถือเป็นกลยุทธ์การพัฒนาธุรกิจอย่างยั่งยืน ดังเช่น บลูส์ บริวเวอรี ที่ไม่ได้จ้างพนักงานเพิ่มจนกว่าธุรกิจเข้าสู่ปีที่ 2
“การทำธุรกิจทุกประเภทมีความเสี่ยงทั้งสิ้น ดังนั้นเราไม่สามารถคาดเดาส่งๆ หรือสรุปเอาเองได้โดยอ้างอิงจากประสบการณ์การทำธุรกิจที่มีได้ จึงถือเป็นไฟลต์บังคับที่ทำให้เราต้องศึกษาหาข้อมูลและขอคำปรึกษาให้มากที่สุดเพื่อสามารถแก้ปัญหาได้ที่ต้นตอ” เคทซิส กล่าวทิ้งท้าย







