
แอลจีตั้งเป้ากินรวบตลาดเครื่องซักผ้า
แอลจี ทุ่ม 300 ล้านบาท ลุยเครื่องซักผ้าปีหน้า ลั่นโค่นอีเลคโทรลักซ์ ขึ้นผู้นำเครื่องฝาหน้า
แอลจี ทุ่ม 300 ล้านบาท ลุยเครื่องซักผ้าปีหน้า ลั่นโค่นอีเลคโทรลักซ์ ขึ้นผู้นำเครื่องฝาหน้า
นายยอนโฮเจิง กรรมการผู้จัดการ บริษัท แอลจี อีเลคทรอนิคส์ ผู้ผลิตและจัดจำหน่ายเครื่องซักผ้าแอลจี เปิดเผยว่า ในปี 2557 บริษัทจะใช้งบ 300 ล้านบาท ทำตลาดเครื่องซักผ้าในเชิงรุก เนื่องจากปีหน้าตลาดเครื่องใช้ไฟฟ้าทุกหมวดจะกลับมาเติบโต โดยในส่วนของตลาดเครื่องซักผ้าจะเติบโตกว่า 10% หรือเพิ่มจาก 1.5 ล้านเครื่อง เป็น 1.7 ล้านเครื่อง
สำหรับปีนี้ตลาดเครื่องซักผ้ามูลค่า 1.6 หมื่นล้านบาท จะไม่มีการเติบโต เนื่องจากได้รับผลกระทบจากภาวะเศรษฐกิจชะลอตัว โดยตลาดเครื่องซักผ้าฝาบนมีสัดส่วน 50% หรือมูลค่า 8,000 ล้านบาท เติบโตเพียงแค่ 1% ส่วนเครื่องซักผ้าสองถังมูลค่า 5,600 ล้านบาท หรือมีสัดส่วน 35% ติดลบ 5% ขณะที่เครื่องซักผ้าฝาหน้าสัดส่วน 15% หรือมูลค่า 2,400 ล้านบาท เติบโต 10%
อย่างไรก็ตาม บริษัทได้วางเป้าขึ้นเป็นผู้นำตลาดเครื่องซักผ้าในทุกเซ็กเมนต์ โดยครองส่วนแบ่งเพิ่มจาก 31% เป็น 35% หรือเป็นผู้นำเครื่องซักผ้าในทุกเซ็กเมนต์ ซึ่งขณะนี้เหลือเพียงเครื่องซักผ้าฝาหน้า ในปีหน้า จึงตั้งเป้าเป็นผู้นำตลาดแทนอีเลคโทรลักซ์ที่มีส่วนแบ่ง 32% ขณะที่แอลจีมีส่วนแบ่งอยู่ 27-28%
ทั้งนี้ ในช่วงโค้งสุดท้ายปีนี้ บริษัทได้เดินหน้าทำตลาดเครื่องซักผ้าฝาบน โดยทุ่มงบ 100 ล้านบาท เปิดตัวรุ่นซิกส์ โมชั่น อินเวอร์เตอร์ ไดเร็ค ไดร์ฟ เป็นระบบฮีตเตอร์หรือใช้น้ำร้อนซักผ้า นวัตกรรมใหม่ครั้งแรกในไทย เพื่อกระตุ้นตลาดเครื่องซักผ้าฝาบน หลังจากผู้บริโภคเริ่มใช้เครื่องซักผ้าฝาหน้าเพิ่มขึ้น ในปีหน้าคาดว่าจะขยายตัวเพิ่มจาก 15% เป็น 20%
สำหรับแผนเครื่องซักผ้ารุ่นซิกส์ โมชั่น ระบบฮีตเตอร์ เปิดตัว 3 รุ่น ได้แก่ ขนาด 15, 17 และ 20 กก. นำเข้าจากประเทศเกาหลี เน้นการออกแบบทันสมัย โดยจะจัดกิจกรรมการตลาดครบวงจร การจัดโปรโมชั่นพิเศษหน้าร้าน ส่วนปีหน้าเริ่มผลิตเครื่องซักผ้ารุ่นดังกล่าวในไทย ขนาดเล็ก 3 รุ่น ป้อนตลาดในประเทศและส่งออกไปตะวันออกกลางและอเมริกากลาง
“แม้ว่าตลาดเครื่องซักผ้าฝาบนจะไม่เติบโต แต่การรุกตลาดของแอลจี เพราะมองว่ายังสามารถเติบโตได้ดีในกลุ่มลูกค้าที่อาศัยอยู่คอนโด ซึ่งนิยมใช้เครื่องซักผ้าฝาบน ขณะที่ระบบน้ำร้อนสามารถตอบโจทย์ผู้ที่ดูแลสุขภาพและความปลอดภัย ตั้งเป้ามียอดขาย 3 หมื่นเครื่องในสิ้นปีนี้” นายยอนโฮเจิง กล่าว
นายอลงกรณ์ ชูจิตร รองกรรมการผู้จัดการ บริษัท แอลจี อีเลคทรอนิคส์ กล่าวว่า แม้ว่าจะเกิดเหตุการณ์ชุมนุมทางการเมือง แต่บริษัทแม่มองแค่เป็นปัญหาในระยะสั้นๆ เท่านั้น ยังคงเดินหน้าลงทุนทำธุรกิจอย่างต่อเนื่องในไทย และเชื่อว่าเหตุการณ์ดังกล่าว จะกระทบจิตวิทยาผู้บริโภคระยะสั้นเท่านั้น หากชุมนุมทางการเมืองไม่ยืดเยื้อและจบลงภายใน 1 เดือนนี้ โอกาสที่ยอดขายเครื่องใช้ไฟฟ้าที่ทำตลาดอย่างหนักในช่วงไตรมาส 4 ยังพอลุ้น แต่หากยืดเยื้อยอดขายที่บริษัทตั้งเป้าเติบโต 10% คงลำบาก
สำหรับรายได้ปีนี้ตั้งเป้าเติบโต 10% หรือราว 2.1 หมื่นล้านบาท ต่ำกว่าเป้าหมายที่ตั้งเป้ามีรายได้ 2.2 หมื่นล้านบาท แบ่งเป็น รายได้กลุ่มเครื่องใช้ไฟฟ้าในครัวเรือน 40% เครื่องใช้ไฟฟ้าหมวดภาพและเสียง 35% เครื่องปรับอากาศ 15% และที่เหลือ 10% เป็นโทรศัพท์มือถือ







