
ดันชูการค้านำลงทุน
แนะปรับไอเดียเขตศก.พิเศษชายแดนห่วงขาดแรงงานต้นทุนลดไม่มาก
แนะปรับไอเดียเขตศก.พิเศษชายแดนห่วงขาดแรงงานต้นทุนลดไม่มาก
นักวิชาการแนะตั้งเขตเศรษฐกิจพิเศษชายแดน เน้นการค้ามากกว่าอุตฯ เหตุขาดแรงงานต้นทุนไม่ลด
นายสมภพ มานะรังสรรค์ อธิการบดีสถาบันการจัดการปัญญาภิวัฒน์ เปิดเผยว่า ปัจจุบันหลายจังหวัดมีแนวคิดจัดตั้งเขตเศรษฐกิจพิเศษชายแดนเพื่อรองรับการรวมตัวเป็นประชาคมอาเซียน ซึ่งเห็นว่าควรเน้นด้านการค้ามากกว่าอุตสาหกรรม เช่น ธุรกิจค้าปลีก และการตั้งศูนย์กระจายสินค้า ซึ่งจะมีส่วนช่วยเพิ่มมูลค่าการค้าชายแดนมากขึ้น
“ทุกวันนี้การค้าชายแดนขยายตัวค่อนข้างมาก แต่ไม่มีทางที่จะโตไปได้ตลอด ดังนั้น การคิดจะย้ายฐานการผลิตไปอยู่ในนิคมอุตสาหกรรมชายแดนอาจเป็นเรื่องที่ไม่เกิดประโยชน์สำหรับนักธุรกิจ เพราะช่วงเวลาความได้เปรียบค่อนข้างสั้นมาก อย่างกรณีของพม่าไม่น่าจะเกิน 5 ปี หลังจากนั้นพม่าก็จะสามารถผลิตสินค้าได้เอง ไม่จำเป็นต้องซื้อจากไทยอีกแล้ว” นายสมภพ กล่าว
ทั้งนี้ การจัดตั้งนิคมอุตสาหกรรมชายแดนแห่งใหม่ต้องพิจารณาอย่างรอบคอบและดำเนินการอย่างมียุทธศาสตร์ รวมถึงศึกษาความเหมาะสมเฉพาะพื้นที่ เนื่องจากโอกาสประสบความสำเร็จยาก ขณะที่ต้นทุนการผลิตไม่ได้ลดลงมากนัก เมื่อเทียบกับการผลิตจากนิคมแห่งอื่นๆ ในปัจจุบัน แล้วส่งไปจำหน่ายในประเทศเพื่อนบ้าน นอกจากนี้ ยังมีปัญหาเรื่องแรงงานที่อาจไม่เพียงพอและต้องลงทุนเรื่องโครงสร้างพื้นฐานมาก
สำหรับเขตเศรษฐกิจพิเศษแม่สอดยังมีความเป็นไปได้ในขณะนี้ เพราะการผลิตสินค้าไม่ได้เน้นการส่งไปจำหน่ายในพม่า ซึ่งสินค้ามาจากแหล่งผลิตอื่นๆ ในประเทศไทย แต่มุ่งใช้ความได้เปรียบเรื่องแรงงานชาวพม่าที่ไปกลับได้ง่าย
อย่างไรก็ตาม เมื่อผ่านไปสักระยะหนึ่ง หากรัฐบาลพม่ามีความพร้อมในการจัดตั้งเขตเศรษฐกิจพิเศษเมียวดี แรงงานพม่าอาจกลับไปทำงานที่บ้านมากกว่า ในอนาคตแม่สอดอาจจะไม่สามารถสร้างความได้เปรียบเหมือนที่ผ่านมา เพราะพื้นที่ชายแดนอื่นๆ เติบโตขึ้น รวมถึงหลายอุตสาหกรรม เช่น เสื้อผ้า รองเท้า ก็เริ่มย้ายการผลิตไปยังประเทศเพื่อนบ้านที่มีต้นทุนต่ำกว่า







