posttoday
เบี้ยใหม่เมืองไทยฯแซงเอไอเอ

เบี้ยใหม่เมืองไทยฯแซงเอไอเอ

05 พฤศจิกายน 2556

เมืองไทยประกันชีวิตฮึดเบี้ยใหม่ไล่แซงเอไอเอขึ้นแท่นเบอร์หนึ่ง

เมืองไทยประกันชีวิตฮึดเบี้ยใหม่ไล่แซงเอไอเอขึ้นแท่นเบอร์หนึ่ง

นางบุษรา อึ๊งภากรณ์ ผู้อำนวยการสมาคมประกันชีวิตไทย เปิดเผยว่า ในช่วง 9 เดือนแรกของปีนี้ (ม.ค.ก.ย.) ธุรกิจประกันชีวิตสามารถทำเบี้ยรับรายใหม่ได้ทั้งสิ้น 111,546 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันของปีก่อน 25% โดยมีบริษัทที่ทำเบี้ย 5 อันดับแรก ได้แก่ 1.บริษัท เมืองไทยประกันชีวิต ทำเบี้ยได้ 20,873 ล้านบาท มีส่วนแบ่งการตลาด 18% อันดับ 2 เป็น บริษัท เอไอเอ 20,016 ล้านบาท มีส่วนแบ่งการตลาด 18% อันดับ 3 บริษัท ไทยพาณิชย์ประกันชีวิต 14,241 ล้านบาท มีส่วนแบ่งการตลาด 12%

สำหรับอันดับ 4 บริษัท ไทยประกันชีวิต 10,934 ล้านบาท มีส่วนแบ่งการตลาด 9% และอันดับ 5 เป็นของบริษัท กรุงไทย แอกซ่า ประกันชีวิต 10,471 ล้านบาท มีส่วนแบ่งการตลาด 9%

อย่างไรก็ตาม หากเป็นเบี้ยรับรวมแล้ว ในช่วง 9 เดือนแรกของปีนี้มีเบี้ยรวมทั้งสิ้น 323,598 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันของปีก่อน 16% โดยบริษัท 5 อันดับแรกที่มีเบี้ยสูงสุด อันดับ 1 ยังคงเป็นบริษัท เอไอเอ 78,801 ล้านบาท มีส่วนแบ่งตลาด 24% อันดับ 2 เป็นบริษัท เมืองไทยประกันชีวิต 45,382 ล้านบาท มีส่วนแบ่งการตลาด 14%

ทั้งนี้ อันดับ 3 เป็นของบริษัท ไทยประกันชีวิต 39,689 ล้านบาท มีส่วนแบ่งการตลาด 12% อันดับ 4 บริษัท ไทยพาณิชย์ประกันชีวิต 34,272 ล้านบาท มีส่วนแบ่งการตลาด 10% และอันดับ 5 เป็นของบริษัท กรุงเทพประกันชีวิต 30,937 ล้านบาท มีส่วนแบ่งการตลาด 9% รวม 5 อันดับแรก ครองส่วนแบ่งการตลาด 70% และอีก 19 บริษัทที่เหลือครองส่วนแบ่งการตลาด 29%

สิ้นไตรมาสสามปี 56 เบี้ยประกันชีวิตรับรวมกว่า 3 แสนล้านบาท โตต่อเนื่อง 16.28%

เบี้ยประกันชีวิตรับเดือนมกราคมกันยายน 2556 ทั้งสิ้น 323,598.70 ล้านบาท มีอัตราการเติบโตเพิ่มขึ้นจากระยะเดียวกันของปีก่อนร้อยละ 16.28 โดยแยกเป็นเบี้ยประกันชีวิตรับรายใหม่จำนวน 111,546.41 ล้านบาท อัตราการเติบโตเพิ่มขึ้นร้อยละ 24.95 และเบี้ยประกันชีวิตรับปีต่อไปจำนวน 212,052.29 ล้านบาท อัตราการเติบโตเพิ่มขึ้นร้อยละ 12.19 โดยมีอัตราความคงอยู่ร้อยละ 86

เป็นที่น่ายินดีที่อัตราการเติบโตของเบี้ยประกันชีวิตยังคงอยู่ในระดับสูงอย่างต่อเนื่องโดยจำนวนเบี้ยประกันชีวิตรับรวม 323,598.70 ล้านบาท มาจากการขายผ่าน 4 ช่องทาง ได้แก่ ช่องทางตัวแทนประกันชีวิต 170,872.70 ล้านบาทหรือสัดส่วนร้อยละ 52.76 ช่องทางธนาคาร 131,187.22 ล้านบาทหรือสัดส่วนร้อยละ 40.50 ช่องทางการตลาดแบบตรง (โทรศัพท์และไปรษณีย์) 10,375.05 ล้านบาทหรือสัดส่วนร้อยละ 3.20 และช่องทางอื่นๆ 11,163.73 ล้านบาทหรือสัดส่วนร้อยละ 3.54

ในการพิจารณาข้อมูลสถิติของธุรกิจประกันชีวิต สมาคมจะพิจารณาแยกเป็น 2 กรณี คือ ประการแรกจะพิจารณาถึงขนาดของบริษัท โดยจะพิจารณาถึงการเติบโตของเบี้ยประกันชีวิตรับรวม ซึ่งหมายถึงเบี้ยประกันชีวิตรับรายใหม่ (New Business Premium) รวมกับเบี้ยประกันชีวิตรับปีต่อไป (Renewal Premium) โดยจะมีการพิจารณาถึงอัตราความคงอยู่ของกรมธรรม์ประกันชีวิตประกอบด้วย และประการที่สอง จะพิจารณาถึงการขยายงานของบริษัท จะพิจารณาจากการเติบโตเฉพาะเบี้ยประกันชีวิตรับรายใหม่เพียงอย่างเดียว ซึ่งเบี้ยประกันชีวิตรับรายใหม่หมายถึง เบี้ยประกันชีวิตรับปีแรก (First Year Premium) รวมกับเบี้ยประกันชีวิตรับจ่ายครั้งเดียว (Single Premium)

สถิติเบี้ยประกันชีวิตรับเมื่อสิ้นไตรมาสที่สามของปี 2556 ที่สมาคมประกันชีวิตไทยรวบรวมได้ในขณะนี้ มีดังนี้

1. เบี้ยประกันชีวิตรับรวม 9 เดือน ตั้งแต่มกราคมกันยายน 2556 มีทั้งสิ้น 323,598.70 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปีก่อนในระยะเวลาเดียวกันร้อยละ 16.28 บริษัทประกันชีวิตที่มีเบี้ยประกันชีวิตรับรวมสูงสุด หรือมีขนาดใหญ่สูงสุด 5 อันดับแรก คือ

อันดับที่ 1 บจ.เอ.ไอ.เอ. จำนวน 78,801.21 ล้านบาท ซึ่งมีสัดส่วนการตลาดร้อยละ 24.35

อันดับที่ 2 บมจ.เมืองไทยประกันชีวิต จำนวน 45,382.56 ล้านบาท ซึ่งมีสัดส่วนการตลาดร้อยละ 14.02

อันดับที่ 3 บมจ.ไทยประกันชีวิต จำนวน 39,689.57 ล้านบาท ซึ่งมีสัดส่วนการตลาดร้อยละ 12.27

อันดับที่ 4 บมไทยพาณิชย์ประกันชีวิต จำนวน 34,272.08 ล้านบาท ซึ่งมีสัดส่วนการตลาดร้อยละ 10.59

อันดับที่ 5 บมจ.กรุงเทพประกันชีวิต จำนวน 30,937.39 ล้านบาท ซึ่งมีสัดส่วนการตลาดร้อยละ 9.56

รวม 5 อันดับแรก ครองสัดส่วนการตลาดร้อยละ 70.79 และอีก 19 บริษัทที่เหลือครองสัดส่วนการตลาดร้อยละ 29.21

2. ผู้อำนวยการสมาคมประกันชีวิตไทย กล่าวเพิ่มเติมว่าเบี้ยประกันชีวิตสิ้นปี 2556 จะมีอัตราการเติบโตสูงตามเป้าหมายที่สมาคมประมาณการไว้ คือร้อยละ 17.3 เว้นแต่จะเกิดเหตุการณ์รุนแรงจากปัญหาทางการเมืองภายในประเทศขึ้น สำหรับเบี้ยประกันชีวิตรับรายใหม่ตั้งแต่มกราคม – กันยายน 2556 ที่ยังคงมีอัตราการเติบโตเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง เป็นผลมาจากการที่บริษัทประกันชีวิตต่างแข่งขันกันพัฒนาผลิตภัณฑ์ให้มีความหลากหลายและมีการประชาสัมพันธ์อย่างทั่วถึงทุกสื่ออย่างต่อเนื่อง การมุ่งเน้นสู่ความเป็นเลิศในการให้บริการทุกๆด้าน การเพิ่มช่องทางการจำหน่ายให้มากขึ้นครอบคลุมกลุ่มเป้าหมาย และในส่วนของเบี้ยประกันชีวิตรับปีต่อไป ตั้งแต่เดือนมกราคม – กันยายน 2556 มีจำนวน 212,052.29 ล้านบาท หรือเติบโตเพิ่มขึ้นร้อยละ 12.19 ประเด็นสำคัญคือ อัตราความคงอยู่ อยู่ในระดับที่ดีมากถึงร้อยละ 86 ซึ่งเป็นผลดีต่อผู้เอาประกันชีวิตที่จะได้รับความคุ้มครองและการออมอย่างต่อเนื่อง อีกทั้งเป็นผลดีต่อการเติบโตที่ยั่งยืนของบริษัทประกันชีวิตทุกแห่งด้วย จึงขอให้ผู้เอาประกันชีวิตที่ถือครองกรมธรรม์ประกันชีวิตอยู่แล้ว ไม่หยุดการชำระเบี้ยประกันชีวิตก่อนครบกำหนดสัญญา

ข่าวล่าสุด

สมาคมคนตาบอดฉะเชิงเทรา ซึ้งใจเพื่อนพึ่ง(ภาฯ) ไม่ทิ้งกันในยามยาก มอบถุงยังชีพพระราชทาน

สมาคมคนตาบอดฉะเชิงเทรา ซึ้งใจเพื่อนพึ่ง(ภาฯ) ไม่ทิ้งกันในยามยาก มอบถุงยังชีพพระราชทาน