
แนะอุตฯอาหารปรับตัวรับยุคบริโภคเร่งรีบ
ชี้พฤติกรรมผู้บริโภคเอเชียเปลี่ยน นิยมอาหารพร้อมทานกึ่งสำเร็จรูป แนะฉวยตลาดอาเซียนบูม
ชี้พฤติกรรมผู้บริโภคเอเชียเปลี่ยน นิยมอาหารพร้อมทานกึ่งสำเร็จรูป แนะฉวยตลาดอาเซียนบูม
ม.ล.คฑาทอง ทองใหญ่ ผู้อำนวยการสถาบันส่งเสริมการออกแบบและนวัตกรรมเพื่อการค้า กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ กล่าวภายในงานสัมมนา “Food and Beverage Export in AsiaPacific ความรู้เรื่องพฤติกรรมการบริโภค การจับจ่ายอาหารแต่ละประเทศในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก” ว่า ปัจจุบันพฤติกรรมการบริโภคอาหารและเครื่องดื่มของคนในภูมิภาคเอเชียเปลี่ยนแปลงไป หันมาบริโภคอาหารสำเร็จรูป อาหารแช่แข็งพร้อมรับประทาน และอาหารกระป๋องมากขึ้น โดยเฉพาะประเทศอาเซียนที่มีกำลังซื้อเพิ่มขึ้น จึงเป็นโอกาสที่ผู้ประกอบการไทยจะเข้าไปเจาะตลาดนี้
“ภาพรวมการส่งออกในอุตสาหกรรมอาหารและเครื่องดื่มของไทย ปกติขยายตัวอยู่ที่ 34% ต่อปี แต่ส่วนใหญ่จะเน้นส่งออกไปในตลาดส่งออกหลักเดิม เช่น ยุโรปและสหรัฐอเมริกา แต่จากการสำรวจล่าสุดพบว่าตลาดอาหารและเครื่องดื่มในเอเชียเติบโตมาก โดยเฉพาะตลาดจีน อินเดีย พม่า กัมพูชา ลาว อินโดนีเซีย และมาเลเซีย” ม.ล.คฑาทอง กล่าว
ขณะเดียวกัน ประเทศเหล่านี้จะเป็นกลุ่มเป้าหมายใหม่ในการทำตลาดส่งออกของกลุ่มอาหารและเครื่องดื่ม เพื่อเพิ่มโอกาสทางการค้าทดแทนตลาดส่งออกเดิมที่ชะลอตัวลง และเป็นตลาดที่มีศักยภาพในการขยายตัวได้อีกมากและยาวนาน
ทั้งนี้ ปัจจัยที่จะทำให้อุตสาหกรรมอาหารและเครื่องดื่มของไทยทำตลาดในประเทศกลุ่มเป้าหมายใหม่ได้ คือ สินค้าอาหารจากไทยเป็นที่รู้จักและคุ้นเคยดีของคนทั่วโลก รวมทั้งได้รับความเชื่อมั่นในเรื่องความปลอดภัย ส่วนประเทศเพื่อนบ้านในกลุ่มลุ่มน้ำโขง (ซีแอลเอ็มวี) ต่างคุ้นเคยกับสินค้าอาหารจากไทยผ่านการค้าชายแดน ขณะที่ตลาดอินโดนีเซียและมาเลเซียก็จะเป็นโอกาสทำตลาดของสินค้าอาหารฮาลาลได้เป็นอย่างดี
อย่างไรก็ตาม ผู้ประกอบการอาหารและเครื่องดื่มไทยจะต้องเร่งเพิ่มมูลค่าและสร้างความแตกต่างให้กับสินค้า เพราะต่อไปจะแข่งขันที่ราคาไม่ได้อีกแล้ว แต่จะต้องแข่งขันกันที่คุณภาพและจุดเด่นของตัวสินค้าแทน ซึ่งขณะนี้เวียดนามถือเป็นคู่แข่งที่สำคัญของอุตสาหกรรมอาหารและเครื่องดื่มไทย







