
ส่อง...ซูเปอร์บอร์ด กสทช. 180 วัน ยังไร้ผลงาน
หลังจากเข้าทำหน้าที่ในฐานะคณะกรรมการติดตามและประเมินผลการปฏิบัติงานของคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง
โดย...ณัฐวรรณ ฉลองขวัญ
หลังจากเข้าทำหน้าที่ในฐานะคณะกรรมการติดตามและประเมินผลการปฏิบัติงานของคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (ซูเปอร์บอร์ด) จนถึงขณะนี้เป็นเวลา 6 เดือนแล้ว แต่การตรวจสอบต่างๆ ยังไม่มีให้เห็นเป็นรูปธรรมที่ชัดเจน จนถูกตั้งคำถามว่า ซูเปอร์บอร์ดทั้ง 5 คน ที่ได้รับการเลือกจากวุฒิสภานั้นเข้ามานั่งรับเงินเดือนโดยไร้ผลงานหรืออย่างไร
ด้วยเหตุนี้ ซูเปอร์บอร์ดทั้ง 5 คน คือ พล.อ.ธวัชชัย สมุทรสาคร ประธานและดูแลด้านกิจการกระจายเสียง พิชัย อุตมาภินันท์ กรรมการด้านกิจการโทรทัศน์ อมรเทพ จิรัฐิติเจริญ กรรมการด้านกิจการโทรคมนาคม ประเสริฐ อภิปุญญา กรรมการด้านคุ้มครองผู้บริโภค และ พล.อ.บุณยวัจน์ เครือหงส์ กรรมการด้านส่งเสริมสิทธิและเสรีภาพของประชาชน จึงขอชี้แจงผลการปฏิบัติงานตลอด 6 เดือนที่ผ่านมา
พล.อ.ธวัชชัย กล่าวว่า การไม่ได้รับอนุมัติงบประมาณและบุคลากรให้เข้ามาทำหน้าที่ ทำให้การบริหารจัดการระบบหลังบ้านค่อนข้างวุ่นวายและไม่ลงตัวในช่วงแรกๆ และทำให้การเริ่มงานตรวจสอบทำได้ล่าช้ากว่าที่ตั้งใจไว้ และเมื่อเริ่มกระบวนการตรวจสอบจริง กลับพบปัญหาสำคัญ คือ กสทช. ทั้ง 11 คน รวมถึงเลขาธิการ กสทช. ไม่ให้ความร่วมมือในการให้ข้อมูลเท่าที่ควร
“หลายครั้งที่ซูเปอร์บอร์ดเรียกให้มาชี้แจง จะไม่ได้รับความร่วมมือและถูกตั้งคำถามกลับว่า ซูเปอร์บอร์ดไม่มีสิทธิเรียก กสทช.ไปชี้แจง ทั้งที่กฎหมายกำหนดให้ทำได้และการขอข้อมูลในแต่ละเรื่องได้รับความร่วมมือน้อย เช่น ขอข้อมูลไปตั้งแต่เดือน ก.ค. จนถึงขณะนี้ก็ยังไม่ได้ข้อมูลที่ต้องการ ทำให้การทำงานของซูเปอร์บอร์ดเป็นไปอย่างยากลำบาก” ประธานซูเปอร์บอร์ด กล่าว
ทั้งนี้ ซูเปอร์บอร์ดทั้ง 5 รายที่ดูแล 5 ด้านยังคงเกาะติดการทำงานของ กสทช. ในเรื่องต่างๆ อย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะกิจการโทรทัศน์ที่เพิ่งปิดรับผู้เข้าประมูลทีวีดิจิตอล 24 ช่องไปเมื่อวันที่ 29 ต.ค.ที่ผ่านมา โดย พิชัย กล่าวว่า ต้องการให้การประมูลครั้งนี้เป็นจุดปฏิวัติด้านเนื้อหารายการโทรทัศน์ให้มีประโยชน์และสร้างสรรค์ต่อผู้ชมมากกว่าที่จะคำนึงถึงเม็ดเงินรายได้ที่จะเกิดจากการประมูล
นอกจากนี้ จะติดตามการให้ใบอนุญาตให้บริการโครงข่ายที่ให้ไปแล้ว 4 ราย คือ ช่อง 5 ได้รับ 2 ใบ ช่อง 11 อสมท และไทยพีบีเอส ว่าจะดำเนินการเรื่องโครงข่ายได้จริงตามที่ประกาศไว้ และการคิดค่าบริการไม่ได้ค้ากำไรจนเกินไป
อมรเทพ กล่าวว่า ส่วนของกิจการโทรคมนาคม มุ่งตรวจสอบการทำงานเรื่องคลื่น 1800 เมกะเฮิรตซ์ ที่สิ้นสุดสัญญาสัมปทานและการโอนย้ายลูกค้าไปยังระบบใหม่ที่ยังคงล่าช้า โดยผู้ประกอบการไม่สามารถโอนย้ายวันละ 3 แสนเลขหมายได้ แม้ว่าระบบจะรองรับแล้วก็ตาม รวมถึงการให้บริการ 3จี ที่จะต้องตรวจสอบว่า มีคุณภาพการให้บริการเป็นไปตามมาตรฐานที่กำหนดไว้หรือไม่
ประเสริฐ กล่าวว่า ปัญหาที่พบ คือ เมื่อซูเปอร์บอร์ดขอข้อมูลเรื่องค่าใช้จ่าย ค่าตอบแทนของที่ปรึกษา หรือการดำเนินการต่างๆ กลับไม่เคยได้รับความร่วมมือจาก กสทช. นอกจากนี้ การแก้ไขปัญหาตามที่ผู้บริโภคร้องเรียนมานั้น ไม่บรรลุเป้าหมายในส่วนกิจการโทรคมนาคม แต่กิจการโทรทัศน์อยู่ในระดับที่น่าพอใจ
ด้าน พล.อ.บุณยวัจน์ กล่าวว่า การทำงานของ กสทช. จะพบว่ามีการแบ่งเสียงข้างน้อยทั้งบอร์ดชุดเล็กและชุดใหญ่ ที่แม้ว่าเสียงข้างน้อยอาจทำงานเต็มที่ แต่ผลลัพธ์อาจไม่บรรลุเป้าหมายเพราะแพ้เสียงส่วนใหญ่ ทำให้การทำงานดูไม่เป็นอันหนึ่งอันเดียวกันและการตรวจสอบค่อนข้างทำได้ยาก
ทั้งนี้ ต้องการให้เครือข่ายภาคประชาชนเป็นกระจกสะท้อนการทำงานของ กสทช. และเสียงของประชาชนเป็นเสียงที่ กสทช.ต้องรับฟัง เพราะจุดประสงค์ของการออกใบอนุญาตต่างๆ ทั้ง 3จี หรือทีวีดิจิตอล ก็เพื่อผลประโยชน์ของผู้บริโภคเป็นหลักที่มีสิทธิในการใช้ทรัพยากรของประเทศอย่างเท่าเทียมกัน
อย่างไรก็ตาม อีก 3 ปีนับจากนี้ซูเปอร์บอร์ดต้องการให้ กสทช. ให้ความร่วมมือมากขึ้น เปิดเผยข้อมูลต่างๆ ให้ประชาชนได้รับทราบข้อเท็จจริง เพราะแม้ตามกฎหมายวุฒิสภาจะทำหน้าที่ประเมินการทำงานทุกฝ่าย แต่คะแนนที่ได้รับจากประชาชนต่างหากที่จะเป็นตัวชี้วัดสำคัญว่า กสทช.สอบผ่านหรือไม่







