posttoday
สูตรสำเร็จ "การต์" HRเป็นมือขวาเรื่องบัญชีมือซ้าย

สูตรสำเร็จ "การต์" HRเป็นมือขวาเรื่องบัญชีมือซ้าย

30 ตุลาคม 2556

โดย...ยินดี ฤตวิรุฬ

โดย...ยินดี ฤตวิรุฬ

บริษัท ปูนซิเมนต์ไทย หรือ SCG วิ่งเข้าสู่เป้าหมายผู้นำธุรกิจอย่างยั่งยืนในอาเซียนก่อนปี 2558 ซึ่งเป็นวิสัยทัศน์ของ “กานต์ ตระกูลฮุน” ได้นำเสนอต่อที่ประชุมคณะกรรมการบริษัทเมื่อครั้งที่เข้ามาดำรงตำแหน่งกรรมการผู้จัดการใหญ่ เมื่อปี 2549 และตลอด 7 ปีของการบริหาร SCG เขาก็มุ่งขยายการลงทุนทั้งในรูปแบบของการซื้อกิจการและการเข้าไปลงทุนโดยตรงในประเทศต่างๆ โดยพุ่งเป้าไปในธุรกิจหลักที่บริษัทได้เลือกแล้วหลังผ่านพ้นวิกฤตต้มยำกุ้งมาเมื่อปี 2540

กานต์ เล่าว่า SCG เจ็บจากวิกฤตปี 2540 ซึ่งในขณะนั้นบริษัทต้องตัดขายธุรกิจออกไปกว่า 60 บริษัท ขนาดขององค์กรเล็กลง พนักงานที่เคยมีจำนวน 3.4 หมื่นคน เหลือเพียง 1.6 หมื่นคน เพราะพนักงานจะติดไปกับกิจการที่ขายออกไป โดยไม่มีการปลดคนออกเลย และในปี 2546 บริษัทเริ่มกลับมาขยายการลงทุนอีกครั้ง ซึ่งพุ่งเป้าการลงทุนในภูมิภาคและเน้นพัฒนาสินค้าเพื่อเพิ่มมูลค่า ทำให้องค์กรกลับมามีขนาดใหญ่ขึ้น พนักงานขยับขึ้นมาเกือบ 4.8 หมื่นคนในปัจจุบัน แบ่งเป็นพนักงานที่อยู่ในอาเซียน 1.5 หมื่นคน และในประเทศไทย 3.2 หมื่นคน ขณะที่สินทรัพย์รวมอยู่ที่ 4 แสนล้านบาท ประมาณ 15% หรือ 6 หมื่นล้านบาทอยู่ในภูมิภาค ที่เหลือ 3.4 แสนล้านบาทอยู่ในประเทศไทย

ตลอดระยะเวลาที่บริษัทมีวิสัยทัศน์ชัดเจนว่าจะเป็นผู้นำในอาเซียน การซื้อกิจการก็ดำเนินการมาอย่างต่อเนื่องนับตั้งแต่ปี 2550 จนถึงไตรมาส 2 ปี 2556 บริษัทซื้อกิจการทั้งหมด 57 บริษัท มีมูลค่าเงินลงทุนประมาณ 5.76 หมื่นล้านบาท!!

กานต์ เล่าให้ฟังว่า การเลือกซื้อกิจการบางธุรกิจต้องใช้เวลาในการเจรจานาน ไม่ใช่ลักษณะบุ่มบ่าม แต่ค่อยๆ เลียบเคียงในการเข้าไปดูเข้าไปช่วย ซึ่งต้องบอกว่า 57 บริษัทที่ซื้อมานั้นได้ราคาที่ดีเพราะเป็นธุรกิจที่ประสบปัญหา บางบริษัทกำไรไม่ดี บางแห่งขาดทุนอยู่ 7-8 ปี หรือ3-5 ปี แต่เราเข้าไปเพราะเล็งเห็นโอกาส ซึ่งก็ไม่ผิดหวังเพราะธุรกิจที่ซื้อมาสามารถพลิกฟื้นได้สำเร็จทุกแห่ง

ผู้จัดการใหญ่ SCG เปิดเผยถึงวิธีการพลิกฟื้นธุรกิจว่า บริษัทมีการลงทุนด้าน R&D และนวัตกรรมจำนวนมาก จากเมื่อปี 2547 SCG มีงบด้าน R&D เพียง 40 ล้านบาท แต่ปัจจุบันเพิ่มเป็น 1,400 ล้านบาทต่อปี เพราะสิ่งนี้คือหัวใจสำคัญที่จะเพิ่มมูลค่า และพัฒนานำพาองค์กรให้เติบโตแข็งแกร่งในระยะยาว

“เรามีระบบที่ดีอยู่แล้วในทุกๆ ด้าน และเมื่อเข้าไป รู้ว่าจะต้องทำอะไรอย่างไรบ้าง จึงใช้เวลาในการเข้าไปฟื้นฟูไม่นานนัก”

เบื้องต้นเราจะเข้าไปดูแลเรื่องชีวิตความเป็นอยู่ของพนักงาน เรื่องความปลอดภัยเป็นอันดับแรกก่อน หลังจากนั้นก็จะทำการตรวจสอบทรัพย์สิน ส่งทีมงานด้านการเงินและบัญชี ดูแลเรื่องสิ่งแวดล้อม เปลี่ยนเครื่องจักร เพื่อให้ได้มาตรฐานสากล มีงบประมาณ จัดอบรมพนักงาน ปรับทัศนคติ จัดองค์กรให้พร้อม

“ในชีวิตการทำงานของพี่กานต์ เรื่อง HR ถือว่าเป็นมือขวา ขณะที่เรื่องบัญชีถือว่าเป็นมือซ้าย เมื่อ SCG มีทีมบัญชีที่เป็นมาตรฐานและมืออาชีพมาก เพราะเราได้ใช้ระบบ Corporate Accounting Office และได้มีการดำเนินการแบบ Shared Services เข้ามาใช้ในการทำงาน นักบัญชีจึงเป็นส่วนสนับสนุนสำคัญที่ทำให้การเข้าไปซื้อกิจการประสบความสำเร็จ เพราะข้อมูลที่ได้รับจากนักบัญชี นอกจากมีความถูกต้อง ครบถ้วนแล้วยังมีการวิเคราะห์ในหลายมุม ข้อมูลทางการเงินช่วยให้เรารู้ว่าจะทำอะไรอย่างไร พร้อมตัดสินใจเชิงรุกในการดำเนินธุรกิจได้ นักบัญชีนับเป็นด่านสุดท้ายขององค์กร” กานต์ กล่าว

การจัดองค์กรบัญชีด้วย Shared Services ทำให้ SCG สามารถโฟกัสธุรกิจหลักได้เต็มที่ เพราะมีการควบคุมนโยบายทางบัญชีจากส่วนกลางที่มีประสิทธิภาพ เกิดการประหยัดต่อขนาด (Economics of Scale) จากการลงทุนในเครื่องมือและเทคโนโลยี ที่สำคัญช่วยยกระดับวิชาชีพบัญชีและความก้าวหน้าของพนักงานในสายวิชาชีพนี้มีความชัดเจนยิ่งขึ้น ขณะเดียวกันนักบัญชีรุ่นใหม่ต้องมีความยืดหยุ่น พร้อมปรับตัวได้อย่างรวดเร็วให้ทันต่อการเปลี่ยนแปลงไป และองค์กรต้องมีความยืดหยุ่นเพราะเมื่อมีการเปิด AEC เราผลิตเพื่อคนจำนวนกว่า 600 ล้านคน ซึ่งนั่นคือการดึงดูดผู้แข่งขันจากทั่วโลกเข้ามาด้วย เพราะฉะนั้นบริษัทจะหยุดอยู่ที่การเป็นที่หนึ่งในอาเซียนไม่ได้ อนาคตของ SCGในวันที่พี่กานต์บริหารอยู่ จะต้องใหญ่และแข็งแกร่งมากกว่านี้!!!

ข่าวล่าสุด

สมาคมคนตาบอดฉะเชิงเทรา ซึ้งใจเพื่อนพึ่ง(ภาฯ) ไม่ทิ้งกันในยามยาก มอบถุงยังชีพพระราชทาน

สมาคมคนตาบอดฉะเชิงเทรา ซึ้งใจเพื่อนพึ่ง(ภาฯ) ไม่ทิ้งกันในยามยาก มอบถุงยังชีพพระราชทาน