
นโยบายสนับสนุนฟิวเจอร์สของดอกเบี้ยระยะยาว
บริษัท ตลาดอนุพันธ์ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน)
จากครั้งก่อนที่
“นัดพบอนุพันธ์” ได้นำเสนอถึงปัญหาและอุปสรรคในการพัฒนาตราสารหนี้ รวมถึงฟิวเจอร์สที่อ้างอิงกับดอกเบี้ยระยะยาว ทั้งในตลาดต่างประเทศและในไทยไปแล้ว ในครั้งนี้จะขอย้อนกลับไปถึงเหตุผลและความจำเป็นในการพัฒนาฟิวเจอร์สของดอกเบี้ยระยะยาว หรือที่เรียก ว่า ฟิวเจอร์สของพันธบัตรรัฐบาล (Govern ment Bond Futures) เพื่อได้ทราบกันครับตลาดตราสารหนี้นับเป็นกลไกหนึ่งที่มีความสำคัญต่อระบบเศรษฐกิจของไทยทั้งต่อภาครัฐและเอกชน ซึ่งนับวันก็จะเติบโตและทวีความสำคัญมากยิ่งขึ้น ดังจะเห็นได้จากมูลค่าตราสารหนี้ที่ซื้อขายเฉลี่ยต่อวัน เพิ่มขึ้นจากระดับ 1,760 ล้านบาท ในปี 2542 มาอยู่ที่ระดับ 59,854 ล้านบาท ในปี 2552 หรือเพิ่มขึ้นประมาณ 34 เท่า ซึ่งการเติบโตของตลาดตราสารหนี้ดังกล่าวนี้เป็นผลจากนโยบายภาครัฐที่ให้การสนับสนุน รวมถึงแนวทางการพัฒนาตลาดตราสารหนี้ในหลายๆ ด้าน เช่น นโยบายการออกและประมูลตราสารหนี้ภาครัฐอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้มีตราสารหนี้หมุนเวียนในระบบโดยตลอด รวมทั้งการสนับสนุนให้มีการสร้าง Benchmark ด้านอัตราดอกเบี้ย เป็นต้น
อย่างไรก็ดี ในแง่ของผู้ลงทุน อาจต้องประสบกับการเปลี่ยนแปลงของราคาตราสารหนี้ที่สูงขึ้นจากการที่อัตราดอกเบี้ยระยะยาวปรับตัวลดลง หรือราคาตราสารหนี้ที่ลดลงจากการที่อัตราดอกเบี้ยระยะยาวเพิ่มสูงขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งในกรณีที่อัตราดอกเบี้ยระยะยาวปรับตัวสูงขึ้นมาก และตราสารหนี้ที่ถือครองอยู่มีอายุคงเหลืออีกนานหลายปี การลงทุนในตราสารหนี้ดังกล่าวจะได้รับผลกระทบมากในทางลบ ส่งผลให้ผู้ลงทุนที่ถือครองตราสารหนี้ระยะยาวมีความเสี่ยงสูงจากการเปลี่ยนแปลงของอัตราดอกเบี้ย จึงจำเป็นที่จะต้องมีเครื่องมือเพื่อใช้ในการบริหารความเสี่ยงจากการเปลี่ยนแปลงของราคา เมื่ออัตราดอกเบี้ยระยะยาวมีโอกาสที่จะปรับตัวสูงขึ้น
สำหรับในประเทศไทยนั้น ผู้ลงทุนยังมีทางเลือกในการบริหารความเสี่ยงจากอัตราดอกเบี้ยไม่มากนัก เช่น ในกรณีที่เห็นว่าอัตราดอกเบี้ยระยะยาวมีโอกาสปรับตัวสูงขึ้น และมูลค่าตราสารหนี้ที่ถือครองอยู่อาจมีมูลค่าลดลง ผู้ลงทุนอาจเลือกที่จะขายตราสารหนี้ออกไปแล้วถือครองเงินสดแทน หรือปรับพอร์ตการลงทุนโดยถือครองตราสารหนี้ที่มีอายุคงเหลือลดลงเป็นการทดแทน เพื่อลดขนาดผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นในทางลบ แต่แนวทางการบริหารความเสี่ยงในลักษณะนี้ เป็นแนวทางที่มีประสิทธิภาพต่ำและอาจทำได้ยาก เนื่องจากปัจจุบันแม้ตลาดตราสารหนี้ระยะยาวจะขยายตัวค่อนข้องมาก แต่สภาพคล่องของการซื้อขายยังคงเบาบาง การขายตราสารหนี้ออกไปเพื่อขจัดหรือลดผลกระทบในทางลบที่อาจเกิดขึ้นจากการเปลี่ยนแปลงของราคา อาจกดดันให้ราคาตลาดปรับตัวลดลงและผู้ลงทุนได้รับความเสียหายทันที นอกจากนั้นจากการที่ตลาดมีการซื้อขายเบาบาง การเสนอราคาซื้อขายจึงมีส่วนต่างของราคา (BidAsk Spread) ที่กว้างมาก ผู้ลงทุนจึงมีต้นทุนการทำธุรกรรมที่ค่อนข้างสูงในการปรับสัดส่วนของการลงทุน หรือผู้ลงทุนอาจเลือกใช้เครื่องมือในตลาดโอทีซี (OTC) ในการ บริหารความเสี่ยงแทน เช่น สัญญาสวอปอัตราดอกเบี้ย แต่ก็เป็นทางเลือกที่มีต้นทุนค่อนข้างสูง
จากเหตุผลดังกล่าวนี้เอง หน่วยงานภาครัฐจึงพยายามผลักดันให้มีการซื้อขายสัญญาซื้อขายล่วงหน้าที่อ้างอิงกับอัตราดอกเบี้ยระยะยาว เพื่อให้ผู้ลงทุนในตราสารหนี้มีทางเลือกในการบริหารความเสี่ยง รวมถึงนำไปใช้ประโยชน์ทางด้านการค้า การลงทุนต่างๆ ด้วยต้นทุนการทำธุรกรรมที่ต่ำ อันจะส่งผลให้ตลาดตราสารหนี้มีการพัฒนาและเติบโตไปได้มากขึ้น รวมถึงการเพิ่มสภาพคล่องในตลาด อาจกล่าวได้ว่า แนวทางพัฒนาตลาดฟิวเจอร์สของดอกเบี้ยระยะยาวนี้ เป็นไปในแนวทางเดียวกับประเทศอื่นในภูมิภาคเอเชีย เช่น มาเลเซีย สิงคโปร์ ฮ่องกง เป็นต้น โดยในกรณีของตลาดทุนไทยนั้น การจัดให้มีการซื้อขายสัญญาซื้อขายล่วงหน้าที่อ้างอิงกับอัตราดอกเบี้ย ถือเป็นมาตรการหนึ่งในแผนพัฒนาตลาดทุนไทยฉบับปัจจุบันด้วย







