
MFCฝ่าม็อบเพิ่มเป้าหุ้น887
บจ.กำไรดีหวังการเมืองคลี่คลายเร็ว
เปิดแคมเปญซื้อกองลดภาษีทุกเดือน
โพสต์ทูเดย์
— บลจ.เอ็มเอฟซี ปรับเป้าดัชนีหุ้นปีนี้แตะ 887 จุด จากเดิม 830 จุด หลัง บจ.ผลงานสวยพีอี ขยับเป็น 13 เท่านายศุภกร สุนทรกิจ รองกรรมการผู้จัดการ บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน (บลจ.) เอ็มเอฟซี (MFC) เปิดเผยว่า บริษัทได้ปรับเป้าหมายดัชนีหุ้นปี 2553 มาอยู่ที่ 887 จุด จากเดิมมองไว้ที่ 830 จุดหลังบริษัทจดทะเบียน (บจ.) เปิดผลการดำเนินงานไตรมาสแรกเติบโตดี จึงปรับการคาดการณ์กำไรสุทธิของ บจ.เติบโตจาก 12% เป็น 15% และเชื่อว่าเม็ดเงินของต่างชาติมีโอกาสที่จะไหลกลับเข้าสู่ตลาดหุ้นไทย ทำให้สัดส่วนราคาหุ้นต่อกำไรสุทธิ (พี/อี) อยู่ที่ 13 เท่า
“
แม้การเมืองในประเทศมีผลต่อความเชื่อมั่นของนักลงทุนต่างชาติบ้าง แต่ยังหวังว่าสถานการณ์จะคลี่คลายลงและเงินต่างชาติน่าจะยังไหลกลับเข้ามาอีกประมาณ 4 หมื่นล้านบาท รวมถึงค่าเงินบาทที่แข็งค่ายังซัพพอร์ตอยู่ ขณะที่เศรษฐกิจไตรมาสแรกก็จะโตมากกว่า 8%” นายศุภกร กล่าวอย่างไรก็ตาม กรณีปัญหาการเมืองเลวร้ายกว่านี้ ประเมินดัชนีแย่ที่สุดอยู่ที่ประมาณ 680690 จุด แต่หากการเมืองยังลากยาว แต่ไม่มีเหตุรุนแรงดัชนีก็ไม่น่าจะหลุดกรอบ 785 จุด
สำหรับการบริหารกองทุนหุ้นของเอ็มเอฟซีตอนนี้เน้นหุ้นที่จ่ายเงินปันผลได้ในระดับสูง โดยปัจจุบันกองทุนหุ้นมีสัดส่วนการลงทุนประมาณ 8595% จากเดือนมี.ค. ถือหุ้นถึง 98% แต่หลังเกิดเหตุรุนแรงทางการเมืองก็ขายบางส่วน แต่ก็ยังอยู่ภายใต้กลยุทธ์ที่มีสัดส่วนการลงทุนในหุ้นไม่ต่ำกว่า 80% ขณะที่กองทุนวายุภักษ์ไม่ได้ซื้อขายใดๆ
ผลจากตลาดหุ้นที่ผันผวนต่อเนื่อง บริษัทจึงเปิดแคมเปญใหม่
“Happy Fund Plus” ลงทุนในกองทุนรวมหุ้นระยะยาว (LTF) และกองทุนรวมเพื่อการเลี้ยงชีพ (RMF) รวม 9 กองทุน โดยตัดบัญชีเงินฝากอัตโนมัติเป็นจำนวนเงินเท่ากันทุกเดือนผ่าน 5 ธนาคารพาณิชย์ กำหนดเงินลงทุนขั้นต่ำ 3,500 บาท และสูงสุดไม่เกิน 7 หมื่นบาท ตั้งแต่วันที่ 1 พ.ค.30 มิ.ย.นี้ นอกจากนี้ ผู้ร่วมแคมเปญจะได้รับทันทีหน่วยลงทุนกองทุนเปิดเอ็มเอฟซี พันธบัตรตลาดเงินตามเงื่อนไขที่กำหนดโดย 3 เดือนแรกจะได้รับเป็นมูลค่า 1.3% ของยอดลงทุนรวม ณ วันทำการถัดไปนับจากวันที่ครบกำหนดเงื่อนไขการลงทุนและหากลงทุนต่อเนื่องนับจากเดือนที่ 4 จนถึงสิ้นปี 2553 จะได้รับหน่วยลงทุนเพิ่มอีก 1% ของยอดลงทุนรายเดือน ณ วันทำการถัดไปจากวันที่ตัดบัญชีเพื่อการลงทุนอัตโนมัติ”






