posttoday
เปิดเหรียญ 2 ด้านลงทุนอาเซียนภายใต้ ACIA

เปิดเหรียญ 2 ด้านลงทุนอาเซียนภายใต้ ACIA

29 ตุลาคม 2556

ความตกลงด้านการลงทุนของอาเซียน หรือ ACIA เป็นหนึ่งในประเด็นสำคัญที่ควรรู้เมื่อต้องออกไปลงทุนในอาเซียน แต่ทว่ากลับไม่คุ้นหูนักลงทุนไทยนัก

โดย...ชลธิชา ภัทรสิริวรกุล

ความตกลงด้านการลงทุนของอาเซียน หรือ ACIA เป็นหนึ่งในประเด็นสำคัญที่ควรรู้เมื่อต้องออกไปลงทุนในอาเซียน แต่ทว่ากลับไม่คุ้นหูนักลงทุนไทยนัก

ACIA เป็นความตกลงเต็มรูปแบบที่เกิดจากกรอบความตกลงเขตการลงทุนอาเซียน (AIA) เดิม ซึ่งเป็นความตกลงเปิดเสรีการลงทุนที่ลงนามในปี 2541 แต่ปัจจุบัน ACIA ยังไม่มีผลบังคับใช้อย่างเต็มรูปแบบ เนื่องจากมีเพียง 6 ประเทศที่ให้สัตยาบันแล้ว ได้แก่ บรูไน กัมพูชา มาเลเซีย พม่า สิงคโปร์ และเวียดนาม

ขณะที่ไทยยังไม่ได้ลงนามสัตยาบันเปิดเสรีใน 5 สาขาอาชีพ ได้แก่ 1.สาขาอุตสาหกรรมภาคการผลิต เช่น การทอผ้าไหม การผลิตเครื่องเขิน และการทำกิจการหนังสือพิมพ์ 2.สาขาเกษตร เช่น การทำไร่ทำนา ทำสวนและการทำนาเกลือสินเธาว์ 3.สาขาการประมง เช่น การทำประมงพื้นบ้านหรือการจับสัตว์น้ำในน่านน้ำ 4.สาขาป่าไม้ เช่น การทำป่าไม้และการแปรรูปไม้ และ 5.สาขาเหมืองแร่ ซึ่งอาชีพเหล่านี้อยู่ในรายการสงวนตามพระราชบัญญัติการประกอบกิจการคนต่างด้าว พ.ศ. 2542

สำหรับสาระสำคัญหลักของ ACIA ประกอบด้วย 4 หลักใหญ่ ได้แก่ การเปิดเสรีการลงทุน การให้ความคุ้มครองการลงทุน การส่งเสริมการลงทุน และการอำนวยความสะดวกด้านการลงทุน ครอบคลุมการลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศ (FDI) และการลงทุนในตลาดหลักทรัพย์

กรกรัณย์ ชีวะตระกุลพงษ์ หัวหน้าคณะวิจัย เรื่องโอกาสและอุปสรรคการลงทุนภายใต้ความตกลงด้านการลงทุนอาเซียน (ACIA) อธิบายว่า นักลงทุนไทยต้องเข้าใจ ACIA ให้ดี เนื่องจากจะสร้างโอกาสให้กับการลงทุนในประเทศสมาชิกอาเซียน แต่การปฏิบัติตามความตกลงดังกล่าวอาจส่งผลกระทบต่อเอกชนไทยที่ยังไม่พร้อมแข่งขัน

“ความตกลง ACIA ระบุว่า แต่ละประเทศต้องปฏิบัติต่อนักลงทุนต่างชาติเยี่ยงนักลงทุนท้องถิ่น อีกทั้งยังปกป้องนักลงทุนในแง่ช่วยระงับข้อพิพาทที่อาจเกิดขึ้นจากการลงทุนทั้งระหว่างรัฐต่อรัฐ เอกชนกับรัฐ หรือเอกชนกับเอกชน เมื่อมีข้อพิพาทเกิดขึ้นสามารถนำเรื่องเข้าสู่การพิจารณาของศาลอนุญาโตตุลาการ โดยไม่ต้องใช้กฎหมายของประเทศนั้นๆ ซึ่งเป็นประโยชน์มากต่อนักลงทุนรายเล็กที่เพิ่งไปลงทุนในต่างประเทศ”

อย่างไรก็ตาม ความตกลงไม่ได้เปิดกว้างให้นักลงทุนอาเซียนลงทุนได้เสรีเต็มที่ในทุกประเภทกิจการ แต่เป็นการเปิดเสรีแบบมีเงื่อนไขและมีความยืดหยุ่น เนื่องจากความแตกต่างของระดับการพัฒนาของแต่ละประเทศ จึงอนุญาตให้ประเทศสมาชิกสามารถกำหนดเงื่อนไขการลงทุน หากยังไม่พร้อมเปิดเสรีสาขาใด ก็สามารถระบุไว้ในรายงานข้อสงวนได้

ด้านภาคเอกชน ธนิต โสรัตน์ รองประธาน สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) ให้ความเห็นว่า การเปิดเสรีการลงทุนเปรียบเสมือนเหรียญสองด้านที่เป็นทั้งโอกาสและอุปสรรค หากศึกษาข้อมูล กฎระเบียบของประเทศเป้าหมายได้อย่างดีจะเป็นแต้มต่อในการเข้าไปลงทุน ขณะเดียวกันกฎระเบียบเหล่านั้นอาจจะเป็นช่องโหว่ เปิดทางให้การลงทุนจากเพื่อนบ้านไหลเข้ามาแย่งตลาดในประเทศได้เช่นกัน ดังนั้นนักลงทุนจะต้องมีกึ๋นในการคิดวิเคราะห์ข้อมูล จุดอ่อนจุดแข็งของธุรกิจตัวเองให้ดี เพื่อชั่งน้ำหนักว่าคุ้มหรือไม่ที่จะไปลงทุนประเทศเพื่อนบ้าน เพราะต้องยอมรับว่าการลงทุนในช่วง 3 ปีแรกต้องเป็นการลงทุนที่ใส่เงินลงไปอย่างเดียว จะต้องพิจารณาว่าตัวเองจะสามารถรับกับภาวะดังกล่าวได้หรือไม่

ข่าวล่าสุด

สมาคมคนตาบอดฉะเชิงเทรา ซึ้งใจเพื่อนพึ่ง(ภาฯ) ไม่ทิ้งกันในยามยาก มอบถุงยังชีพพระราชทาน

สมาคมคนตาบอดฉะเชิงเทรา ซึ้งใจเพื่อนพึ่ง(ภาฯ) ไม่ทิ้งกันในยามยาก มอบถุงยังชีพพระราชทาน