
SMEแคนาดารุกอาเซียน
ตั้งเป้าลงทุนเพิ่มหลังผลกำไรพุ่งแรงแม้ยังหวั่น‘คอร์รัปชั่น’ตัวการฉุดเติบโต
ตั้งเป้าลงทุนเพิ่มหลังผลกำไรพุ่งแรงแม้ยังหวั่น‘คอร์รัปชั่น’ตัวการฉุดเติบโต
แคนาดาเชื่อมั่นตลาดอาเซียนโตแรง เดินหน้าลงทุนเต็มสูบ แม้หวั่นปัญหาคอร์รัปชั่น ตัวการขวางธุรกิจโต
เอเชียแปซิฟิกโพสต์ หนังสือพิมพ์รายปักษ์ของแคนาดา เปิดเผยผลสำรวจความเคลื่อนไหวของผู้ประกอบการสัญชาติแคนาดา โดยเฉพาะธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (เอสเอ็มอี) ที่ดำเนินธุรกิจในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (อาเซียน) พบว่า กว่า 81% ตั้งเป้าที่จะเพิ่มสัดส่วนการลงทุนในอาเซียนภายในช่วง 5 ปีข้างหน้านี้ ภายหลังจากการดำเนินธุรกิจในอาเซียนประสบความสำเร็จอย่างแข็งแกร่งและผลกำไรมีแนวโน้มขยายตัวอย่างต่อเนื่อง
“มีธุรกิจเพียง 45% เปิดเผยว่าผลกำไรต่ำกว่า 1 ล้านเหรียญสหรัฐเมื่อปี 2012 ขณะที่ราว 74% ระบุว่ามีพนักงานต่ำกว่า 50 คนเท่านั้น บ่งชี้ให้เห็นว่าธุรกิจของแคนาดา โดยเฉพาะเอสเอ็มอีที่ดำเนินธุรกิจในภูมิภาคอาเซียนขยายตัวอย่างแข็งแกร่ง” หยวน พอ วู ประธานมูลนิธิเอเชียแปซิฟิกแห่งแคนาดา ซึ่งเป็นสถาบันคลังสมองที่ทำหน้าที่ให้ความรู้เกี่ยวกับความสัมพันธ์แคนาดาและเอเชีย กล่าว
ผลสำรวจพบว่า ธุรกิจของแคนาดาซึ่งดำเนินกิจการในแต่ละประเทศในภูมิภาคอาเซียน มีผลกำไรภายใน 3 ปีหลังจากเข้ามาดำเนินธุรกิจในอาเซียน ขณะที่อีก 63% ระบุว่า ได้มีการลงทุนในอาเซียนเพิ่มเติมในช่วง 2 ปีที่ผ่านมาอีกด้วย โดยเฉพาะอย่างยิ่งในสิงคโปร์ อินโดนีเซีย และมาเลเซีย ซึ่งเป็นสามประเทศที่มีธุรกิจของแคนาดามากที่สุดในภูมิภาค โดยส่วนใหญ่เป็นธุรกิจในภาคบริการ คิดเป็นสัดส่วนถึง 1 ใน 3 ของจำนวนธุรกิจแคนาดาทั้งหมด
นอกจากนี้ แม้สัดส่วนของธุรกิจสัญชาติแคนาดาในพม่ายังคงอยู่ระดับต่ำอยู่ที่ 14% ทว่าสัดส่วนดังกล่าวมีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้น โดยเจ้าของธุรกิจกว่า 35% สนใจขยายธุรกิจ ในพม่าเพิ่มเติมในอนาคต
กระนั้นก็ตาม แม้ว่าธุรกิจของแคนาดาตั้งเป้าหมายที่จะลงทุนขยายธุรกิจเพิ่มเติมในภูมิภาคอาเซียน ทว่าเจ้าของธุรกิจชาวแคนาดากว่า 67% มองว่า ปัญหาคอร์รัปชั่นยังเป็นตัวการสำคัญขัดขวางการดำเนินธุรกิจในอาเซียน ขณะที่อีก 60% มองว่ากฎระเบียบข้อบังคับในอาเซียนยังคงไม่มีระเบียบแบบแผนที่ชัดเจน และอีก 59% มองว่าอาเซียนยังคงมีปัญหาการละเมิดทรัพย์สินทางปัญญาอย่างหนัก







