posttoday
ซีพี ออลล์

ซีพี ออลล์

28 ตุลาคม 2556

บริษัท ซีพี ออลล์ (CPALL) ได้ออกหุ้นกู้ 9 หมื่นล้านบาท ขายนักลงทุนสถาบันและประชาชนทั่วไป โดยวันที่ 28-30 ต.ค.นี้ มีกำหนดขายหุ้นกู้ต่อประชาชนทั่วไป 19,700 ล้านบาท และมีกำหนดจ่ายดอกเบี้ยทุก 6 เดือน หากบริษัทสามารถขายหุ้นกู้ได้ตามเป้าจะทำให้อัตราดอกเบี้ยหุ้นกู้เฉลี่ยอยู่ที่ 4.83% และทำให้เป้าหมายปรับโครงสร้างเงินทุนภายในครึ่งแรกปีหน้าใกล้เป็นจริง

บริษัท ซีพี ออลล์ (CPALL) ได้ออกหุ้นกู้ 9 หมื่นล้านบาท ขายนักลงทุนสถาบันและประชาชนทั่วไป โดยวันที่ 28-30 ต.ค.นี้ มีกำหนดขายหุ้นกู้ต่อประชาชนทั่วไป 19,700 ล้านบาท และมีกำหนดจ่ายดอกเบี้ยทุก 6 เดือน หากบริษัทสามารถขายหุ้นกู้ได้ตามเป้าจะทำให้อัตราดอกเบี้ยหุ้นกู้เฉลี่ยอยู่ที่ 4.83% และทำให้เป้าหมายปรับโครงสร้างเงินทุนภายในครึ่งแรกปีหน้าใกล้เป็นจริง

หลังจากเมื่อวันที่ 17 ต.ค.ที่ผ่านมา ได้เปิดให้นักลงทุนสถาบันในประเทศเสนอความต้องการ (Book Building) และได้รับการตอบรับเป็นอย่างดีมีการจองซื้อทั้งหมด 27,300 ล้านบาท

หุ้นกู้ที่ขายไปแล้วแบ่งเป็นหุ้นกู้อายุ 3 ปี อัตราดอกเบี้ย 4.1% จำนวน 6,250 ล้านบาท (23%) อายุ 5 ปี อัตราดอกเบี้ย 4.7% จำนวน 6,250 ล้านบาท (23%) อายุ 7 ปี อัตราดอกเบี้ย 5.1% จำนวน 4,500 ล้านบาท (16%) และอายุ 10 ปี อัตราดอกเบี้ย 5.35% จำนวน 10,003 ล้านบาท (38%) อัตราดอกเบี้ยของแต่ละช่วงอายุอยู่ในช่วงกลางถึงช่วงต่ำของหุ้นกู้ที่ได้รับการจัดเรตติ้ง A หรือสูงกว่าโดยฟิทช์ เรทติ้งส์

มูลค่าหุ้นกู้ที่เสนอขายมากกว่าที่คาดไว้ ทำให้เป้าหมายมูลค่าหุ้นกู้ที่เสนอขายล็อตแรกเพิ่มจาก 4 หมื่นล้านบาท เป็น 4.7 หมื่นล้านบาท หรือ 25% ของเงินกู้ทั้งหมดจำนวน 5,800 ล้านเหรียญสหรัฐ

“เกรียงชัย บุญโพธิ์อภิชาติ” รองกรรมการผู้จัดการศูนย์การเงินกลุ่มและสำนักลงทุนสัมพันธ์ CPALL เปิดเผยว่า หุ้นกู้ที่จะออกทั้งหมด 9 หมื่นล้านบาท เพื่อนำเงินไปชำระหนี้ระยะสั้นที่มีอยู่ 5,773 ล้านเหรียญสหรัฐ คิดที่อัตราแลกเปลี่ยน 32.05 บาทต่อเหรียญสหรัฐ จะมีหนี้ทั้งหมด 1.8 แสนล้านบาท ซึ่งเป็นหนี้ทั้งสกุลเงินบาทและสกุลเงินต่างประเทศ

อัตราดอกเบี้ยหรืออายุหุ้นกู้จะพิจารณาตามช่วงที่ระยะเวลาในการออกขาย สำหรับหนี้ที่ยังเหลืออยู่บริษัทจะเจรจากับธนาคารพาณิชย์ เพื่อเปลี่ยนเงินกู้ยืมระยะสั้นเป็นระยะยาวมากขึ้น คาดว่าจะสามารถปรับโครงสร้างเงินทุนได้เสร็จภายในเดือน มิ.ย. 2557

อย่างไรก็ดี การออกหุ้นกู้ครั้งนี้ไม่ได้ ทำให้อัตราหนี้สินต่อทุน (ดีอี) ของบริษัทลดลง เพราะจำนวนหนี้ยังอยู่ในระดับเท่าเดิม แต่ประโยชน์ที่เพิ่มขึ้นคือ บริษัทสามารถบริหารค่าใช้จ่ายดอกเบี้ยเป็นอัตราดอกเบี้ยที่คงที่มากขึ้น เพราะปรับโครงสร้างเงินกู้จากระยะสั้นเป็นระยะยาวตามอายุหุ้นกู้ และแปลงหนี้จากเหรียญสหรัฐเป็นเงินบาท ซึ่งลดความเสี่ยงจากความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยน

“แผนชำระหนี้ของบริษัทจะเน้นไปที่ความสามารถในการทำกำไรและการเติบโตหรือการขยายงานของทั้งสองบริษัทคือ CPALL และบริษัท สยามแม็คโคร (MAKRO) ซึ่งที่ผ่านมารายได้เติบโตมากกว่า 1520% ต่อปี ขณะที่กำไรเติบโตมากกว่า 20% เกิดจากยอดขายของสาขาเดิมเติบโตปีละมากกว่า 8% ซึ่งมากกว่าผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศหรือจีดีพี และตัวเลขเงินเฟ้อของประเทศ”

กลยุทธ์ที่บริษัทกับ MAKRO จะเกิดประโยชน์ร่วมกัน ทั้งสามารถทำงานด้านของคู่ค้าและผู้ผลิต ซึ่งจะทำให้ต้นทุนซื้อโดยรวมดีขึ้น ไม่ว่าจะเป็นต้นทุนวัตถุดิบหรือสินค้าต้นทางพัฒนาสินค้าใหม่ ภายในแบรนด์ของ CPALL และ MAKRO รวมทั้งการใช้ศูนย์กระจายสินค้าระบบโลจิสติกส์ร่วมกันที่ทำให้ต้นทุนการขนส่งลดลง

ปัจจุบัน CPALL มีศูนย์กระจายทั้งหมด 5 แห่ง คือ 2 แห่งในปริมณฑล 3 แห่ง ที่ จ.สุราษฎร์ธานี ขอนแก่น ลำพูน และปัจจุบันกำลังก่อสร้างแห่งใหม่ที่ จ.สมุทรสาคร และท้ายสุดคือการประหยัดต่อขนาด

“อำรุง สรรพสิทธิ์วงศ์” กรรมการบริษัท CPALL กล่าวว่า การเสนอขายหุ้นกู้คาดว่าจะมีการเสนอขายได้ก่อนสิ้นปีนี้ ถือเป็นจังหวะดีเพราะในอนาคตดอกเบี้ยอยู่ในแนวโน้มขาขึ้น และล่าสุดทางฟิทช์เรทติ้งส์ก็ได้ประเมินอันดับเครดิตหุ้นกู้ที่ระดับ A+ เท่ากับเครดิตประเทศในระยะยาว

นอกจากนั้น กำลังศึกษาเพื่อขายทรัพย์สินเข้ากองทุนอสังหาริมทรัพย์ ส่วนการชำระหนี้ยังเน้นที่จะนำผลการดำเนินงานจากการทำกำไรของทั้งสองบริษัทมาคืนมากกว่าที่จะขายสินทรัพย์เพื่อชำระหนี้

บริษัทมีนโยบายที่จะแปลงหนี้ที่เป็นรูปเหรียญสหรัฐเป็นเงินบาทมากกว่า เพราะป้องกันความผันผวนจากอัตราแลกเปลี่ยนและบริษัทก็มีผลประกอบการอยู่ในรูปของเงินบาท “การที่กำลังซื้อในประเทศเหมือนจะลดลงแต่เชื่อว่าไม่กระทบกับบริษัท เพราะคนต้องใช้จ่ายเรื่องกินและการที่จะเข้ามาซื้อสินค้าในเซเว่นอีเลฟเว่นเฉลี่ยต่ำกว่า 100 บาทต่อคน เชื่อว่าไม่มีผลกระทบต่ออำนาจซื้อของคนมากนัก” อำรุง กล่าว

“ก่อศักดิ์ ไชยรัศมีศักดิ์” รองประธานกรรมการและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร CPALL กล่าวว่า กำลังซื้อที่หลายฝ่ายมองว่าจะชะลอตัว CPALL ยังไม่สะเทือนกับภาวะที่เกิดขึ้น

นักวิเคราะห์บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) ธนชาต วิเคราะห์ว่าผลตอบรับดีจากนักลงทุนสถาบันต่อการเสนอขายหุ้นกู้ของ CPALL ที่มีการจองซื้อมากกว่าที่บริษัทคาดในวัน Book Building และบริษัทอยู่ระหว่างการจัดหาสินเชื่อระยะยาว ซึ่งคาดว่าเสร็จภายในสิ้นปีนี้ การรีไฟแนนซ์จะช่วยลดความเสี่ยงค่าเงินและความกังวลการเพิ่มทุน

ทั้งนี้ บริษัทอยู่ระหว่างการจัดหาเงินกู้ยืมระยะยาวสำหรับหนี้สกุลดอลลาร์สหรัฐที่เหลืออีก 75% คาดว่าการรีไฟแนนซ์อาจเสร็จภายในปีนี้ ซึ่งเร็วกว่าหนี้ระยะสั้นที่จะหมดอายุในกลางปี 2557 ทำให้ลดความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยน (ด้วยสถานะที่ไม่ได้ป้องกันความเสี่ยงจากค่าเงิน 35%) และลดความกังวลการเพิ่มทุน

อย่างไรก็ดี นักวิเคราะห์ บล.ธนชาต คาดว่า การรีไฟแนนซ์จะทำให้ต้นทุนของหนี้สินและค่าใช้จ่ายดอกเบี้ยสูงขึ้น

ทั้งนี้ หากสินเชื่อมีอายุ 5-7 ปี ที่อัตราดอกเบี้ย 5.5-6.0% จะทำให้ต้นทุนของหนี้สินผสมสอดคล้องกับสมมติฐานที่ 5.5% ในปี 2557-2560 และ 6.0% ตั้งแต่ปี 2561

นักวิเคราะห์ บล.ธนชาต แนะนำซื้อหุ้นนี้ที่ดูดีที่สุดในกลุ่มค้าปลีก เนื่องจากได้รวมค่าธรรมเนียมหุ้นกู้จำนวน 148 ล้านบาท ในไตรมาส 4 ปี 2556 และต้นทุนของหนี้สินสูงขึ้นในปี 2557 จากเดิมที่ 4.8% ในประมาณการเป็น 5.4% เพราะการรีไฟแนนซ์คาดว่าจะเสร็จเร็วกว่าคาด จึงปรับลดกำไรลง 1.1% ในปี 2556 และ 6.5% ในปี 2557

ทั้งนี้ ยังให้ราคาเป้าหมาย ส่วนลดกระแสเงินสดปี 2557 ยังคงเดิมที่ 60 บาทต่อหุ้น และมองว่าช่วงนี้เป็นจังหวะซื้อ เพราะ

ประการแรก กำไรผ่านจุดต่ำสุดในไตรมาส 3 ปี 2556 ที่กำไรคาดการณ์ 1,700 ล้านบาท ลดลง 40% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน และ 34% จากไตรมาส 2 เนื่องจากมีการบันทึกค่าธรรมเนียมที่ปรึกษาทางการเงินและการขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยนบนสินเชื่อสกุลดอลลาร์สหรัฐเพราะค่าเงินบาทอ่อนตัว 0.8% จากไตรมาส 2

ประการที่สอง กำไรต่อหุ้นกลับมาเติบโตแข็งแกร่งอีกครั้งที่ 32% ในปี 2557 และ 34% ในปี 2558

ประการที่สาม อัตราการเติบโตที่มากกว่า 20% ทุกปีจนถึงปี 2563 เพราะธุรกิจของทั้ง CPALL และ MAKRO ยังไม่ถึงจุดอิ่มตัว ด้วยการขยายสาขาอย่างต่อเนื่องที่ปีละ 500-550 สาขา สำหรับ CPALL และ 7Eleven สาขา สำหรับ MAKRO

บล.ธนชาต คาดว่า ส่วนแบ่งผลกำไรจาก MAKRO จะมากกว่าค่าใช้จ่ายดอกเบี้ยตั้งแต่ปี 2559

ข่าวล่าสุด

สมาคมคนตาบอดฉะเชิงเทรา ซึ้งใจเพื่อนพึ่ง(ภาฯ) ไม่ทิ้งกันในยามยาก มอบถุงยังชีพพระราชทาน

สมาคมคนตาบอดฉะเชิงเทรา ซึ้งใจเพื่อนพึ่ง(ภาฯ) ไม่ทิ้งกันในยามยาก มอบถุงยังชีพพระราชทาน