
‘ธนินท์’ชี้เทรนด์ค้าปลีก เข้าสู่อีคอมเมิร์ซเต็มตัว
เจ้าสัวธนินท์ ชี้เทรนด์การค้าโลกเข้าสู่อีคอมเมิร์ซเต็มรูปแบบ
เจ้าสัวธนินท์ ชี้เทรนด์การค้าโลกเข้าสู่อีคอมเมิร์ซเต็มรูปแบบ
นายธนินท์ เจียรวนนท์ ประธานกรรมการและประธานคณะผู้บริหารเครือเจริญโภคภัณฑ์ หรือ ซีพี เปิดเผยว่า โอกาสทางธุรกิจค้าปลีกยังเป็นตลาดที่มีศักยภาพ โดยเฉพาะการค้าระดับโลกจากนี้จะเริ่มเข้าสู่ยุคอีคอมเมิร์ซในสัดส่วน 7080% และกลายเป็นธุรกิจที่น่าจับตาในอนาคต
สำหรับธุรกิจอาหารสัตว์ที่ซีพีดำเนินการมาครบ 60 ปีเต็ม บริษัทยังคงมุ่งขยายธุรกิจอย่างไม่มีสิ้นสุด เพราะเป็นธุรกิจที่มีโอกาสเติบโตอีกมาก เนื่องจากอาหารสัตว์เป็นแหล่งวัตถุดิบการผลิตอาหารให้มนุษย์ที่นับวันจำนวนประชากรจะเพิ่มขึ้น จากปัจจุบันมีราว 7,000 ล้านคน ขณะที่เป้าหมายของซีพีต้องการเป็นครัวของโลก
อย่างไรก็ตาม ธุรกิจของซีพียังขาดโรงฆ่าหมูอยู่ เพราะเป็นสิ่งที่แม่ไม่อยากให้ทำ ปัจจุบันบริษัทจึงขายหมูเป็นอยู่ในสัดส่วนถึง 80% ซึ่งหากมีพันธมิตรสนใจจะเข้าร่วมกับซีพีได้
“ความสำเร็จสำหรับธุรกิจอาหารสัตว์ 60 ปีของซีพีที่เริ่มต้นจากธุรกิจจำหน่ายเมล็ดพันธุ์พืช บริษัท เจียไต๋ มาจากเมื่อ 90 ปีที่ผ่านมา พ่อมีนโยบายการดำเนินธุรกิจที่เน้นความซื่อสัตย์ คุณภาพของสินค้าต้องดี ทำให้ธุรกิจอาหารสัตว์ก้าวขึ้นเป็นเบอร์หนึ่งของโลกได้” นายธนินท์ กล่าว
นายอดิเรก ศรีประทักษ์ กรรมการผู้จัดการใหญ่และประธานคณะผู้บริหารซีพีเอฟ บริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร กล่าวว่า ธุรกิจอาหารสัตว์ของบริษัทขยายตลาดไป 15 ประเทศทั่วโลก มีกำลังการผลิตและยอดขาย 30 ล้านตันต่อปี ขึ้นเป็นอันดับหนึ่งของโลก โดยในช่วงไตรมาส 3 ที่ผ่านมา ยอดขายเริ่มเติบโตดีขึ้น ขณะนี้รอธุรกิจสัตว์น้ำ หรือกุ้ง ให้ฟื้นหลังจากเกิดโรคตายด่วนระบาด ส่วนธุรกิจสัตว์บก หมู ไก่ มียอดขายเติบโตที่ดี ตั้งเป้าสิ้นปีซีพีเอฟมีรายได้เติบโตมากกว่า 10%







