posttoday
ไทยก้าวสู่ศูนย์กลางผลิตยานยนต์เอเชีย

ไทยก้าวสู่ศูนย์กลางผลิตยานยนต์เอเชีย

25 ตุลาคม 2556

วอยซ์ออฟอเมริการายงานข่าวสถานการณ์การผลิตรถยนต์ของไทย ระบุว่า อุตสาหกรรมยานยนต์ของไทย

วอยซ์ออฟอเมริการายงานข่าวสถานการณ์การผลิตรถยนต์ของไทย ระบุว่า อุตสาหกรรมยานยนต์ของไทยกำลังก้าวเข้าสู่การเป็น “ดีทรอยต์แห่งตะวันออก” เนื่องจากมีกำลังผลิตยานยนต์เพื่อการค้าสูงเป็นอันดับ 3 ของโลก และมีกำลังผลิตยานยนต์ทั้งหมดสูงเป็นอันดับ 9 ของโลก

สื่อสหรัฐอ้าง แมท แบรดลีย์ ประธานบริษัท ฟอร์ดมอเตอร์ ประจำภูมิภาคอาเซียน ซึ่งยกย่องไทยว่าเป็นต้นแบบของประเทศฐานการผลิตยานยนต์ชั้นเยี่ยม

“อุตสาหกรรมไทยได้รับการสนับสนุนจากนโยบายรัฐบาลมาตลอด 15 ปี” แบรดลีย์ กล่าว และว่า ผลประกอบการในภาคยานยนต์คิดเป็น 12% ของผลิตภัณฑ์มวลรวมประชาชาติ (จีดีพี) ในปัจจุบัน และมีการจ้างงานกว่า 4 แสนตำแหน่ง

อย่างไรก็ตาม วอยซ์ออฟอเมริกา ระบุว่า อุปสรรคของอุตสาหกรรมยานยนต์ไทยคือการขาดแคลนแรงงาน เนื่องจากอัตราการจ้างงานของไทยเกือบเต็มพิกัด ขณะที่เหตุน้ำท่วมในปี 2011 ซึ่งทำให้โรงงานต้องปิดทำการ ก็ทำให้บริษัทยานยนต์ยักษ์ใหญ่เริ่มพิจารณาความเป็นไปได้ในการย้ายฐานการผลิตไปยังอินโดนีเซีย

ด้านสื่อดังออสเตรเลียอย่าง เดอะ ซิดนีย์ มอร์นิง เฮอเริลด์ ยังตามติดข่าวแนวคิดในการเก็บค่าธรรมเนียมนักท่องเที่ยวที่เดินทางมาเที่ยวไทยเกิน 3 วัน เป็นมูลค่า 500 บาท/ครั้ง โดยอ้าง มาร์ติน เครก ประธานสมาพันธ์การท่องเที่ยวในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก ที่ให้ความเห็นว่าการเก็บค่าธรรมเนียมเพิ่มเติมเพื่อหวังป้องกันนักท่องเที่ยว “คุณภาพต่ำ” และลดภาระรัฐบาลในการจ่ายค่ารักษาพยาบาลแก่นักท่องเที่ยวที่เจ็บป่วยในประเทศไทย อาจจะเป็นการผลักดันให้นักเดินทางหันไปเที่ยวในประเทศอื่นแทน

“การเก็บค่าธรรมเนียมเพิ่มเหมือนเป็นการขี่ช้างจับตั๊กแตนและดูไม่ชอบมาพากลในความเห็นผม” เครก กล่าว และว่า นโยบายนี้จะมีผลกระทบต่อนักท่องเที่ยวแดนจิงโจ้กว่าล้านคนต่อปี ขณะที่ สัมพันธ์ แป้นพัฒน์ ที่ปรึกษาสมาคมโรงแรมไทย กล่าวว่า นักท่องเที่ยวส่วนใหญ่จะทำประกันสุขภาพก่อนมาเที่ยวไทยอยู่แล้ว ฉะนั้นการเก็บค่าธรรมเนียมเพิ่มจึงเป็นการเก็บเงินซ้ำซ้อนและอาจส่งผลต่อภาพลักษณ์ของการท่องเที่ยวไทยในระยะยาว

ปิดท้ายด้วยประเด็นข่าวจากนิวยอร์กไทมส์ ที่ติดตามกรณีการทุจริตจัดซื้อรถและเรือดับเพลิง พร้อมอุปกรณ์บรรเทาสาธารณภัยของกรุงเทพมหานคร มูลค่ากว่า 6,600 ล้านบาท เมื่อปี 2003 โดยระบุว่า ปัจจุบันอุปกรณ์ดับเพลิงดังกล่าวถูกทิ้งให้เสื่อมสภาพจากการถูกความร้อน พายุฝน และน้ำท่วมเมื่อ 2 ปีที่ผ่านมา

“น่าเสียดายงบประมาณที่จ่ายไป เราไม่รู้ด้วยซ้ำว่าตอนนี้เครื่องมือดับเพลิงยังใช้งานได้หรือไม่” สุเทพ เรืองปราชญ์ ผู้ช่วยผู้จัดการของหน่วยงานที่เก็บรักษารถและอุปกรณ์ดังกล่าว ให้สัมภาษณ์

สื่อมะกันรายงานต่อว่า ทางการไทยไม่่สามารถนำอุปกรณ์ดับเพลิงดังกล่าวมาใช้งานได้ เนื่องจากคดีสอบทุจริตยังอยู่ระหว่างการพิจารณา ขณะที่ สังศิต พิริยะรังสรรค์ ผู้เชี่ยวชาญด้านคดีคอร์รัปชั่นในประเทศไทย ระบุว่า คดีทุจริตลักษณะนี้มีให้เห็นมากมายในวงการราชการไทย โดยเป็นคดีที่หาหลักฐานยาก เนื่องจากเป็นการตกลงปากเปล่า

ข่าวล่าสุด

สมาคมคนตาบอดฉะเชิงเทรา ซึ้งใจเพื่อนพึ่ง(ภาฯ) ไม่ทิ้งกันในยามยาก มอบถุงยังชีพพระราชทาน

สมาคมคนตาบอดฉะเชิงเทรา ซึ้งใจเพื่อนพึ่ง(ภาฯ) ไม่ทิ้งกันในยามยาก มอบถุงยังชีพพระราชทาน