posttoday
การค้าไทย-อินโดฯ

การค้าไทย-อินโดฯ

25 ตุลาคม 2556

ข่าวคราวความเคลื่อนไหวที่น่าสนใจในแวดวงอาเซียนสัปดาห์นี้มีดังนี้

ข่าวคราวความเคลื่อนไหวที่น่าสนใจในแวดวงอาเซียนสัปดาห์นี้มีดังนี้

อัทธ์ พิศาลวานิช คณบดีคณะเศรษฐศาสตร์ และผู้อำนวยการศูนย์ศึกษาการค้าระหว่างประเทศ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย เปิดเผยผลการวิเคราะห์การค้าและการลงทุนของอินโดนีเซีย หลังปี 2558 ที่มีผลต่อไทย ว่า เมื่อเปิดประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (เออีซี) ไทยจะมีมูลค่าการส่งออกไปยังอินโดนีเซียอยู่ที่ 27,557 ล้านเหรียญสหรัฐ เพิ่มจาก 11,154 ล้านเหรียญสหรัฐในปี 2556 และมีสัดส่วนเพิ่มขึ้นจาก 4.9% เป็น 7.8% จากการส่งออกของไทยในอาเซียนทั้งหมด 24% ในปี 2558 สำหรับสินค้าที่คาดว่าจะได้ประโยชน์จากการส่งออกเพิ่มคือ สินค้าในหมวดอาหาร เช่น อาหารสำเร็จรูป ผลไม้แปรรูป เนื้อสัตว์แปรรูป น้ำตาล ผลิตภัณฑ์จากธัญพืช สินค้าอุปโภค เช่น ของใช้ ของเล่น รวมทั้งเครื่องใช้ไฟฟ้าและยานยนต์ ขณะที่กลุ่มอุตสาหกรรมไทยที่จะเสียเปรียบหลังปี 2558 คือยางพาราและปาล์มน้ำมัน โดยแนะนำให้รัฐบาลเร่งกำหนดนโยบายที่ชัดเจนโดยเฉพาะการส่งเสริมอุตสาหกรรมแปรรูปยางขั้นกลางน้ำและการหามาตรการเพื่อแก้ปัญหาราคาตกต่ำ

สำหรับโอกาสการลงทุนนั้น อัทธ์ ชี้ว่า อินโดนีเซียถือเป็นประเทศที่น่าลงทุนสำหรับนักลงทุนไทย โดยเป็นประเทศที่น่าลงทุนอันดับ 1 สำหรับธุรกิจขนาดใหญ่ ธุรกิจที่น่าลงทุนคือ สิ่งทอ เนื่องจากเป็นตลาดใหญ่ที่สุดของอาเซียน การแปรรูปอาหารในกลุ่มของกะทิเพราะมีวัตถุดิบมาก พลังงาน พืชอาหารและพืชอื่นๆ อุตสาหกรรมแปรรูปยางกลางน้ำ เช่น ยางแท่ง ยางอัดก้อน และอุตสาหกรรมก่อสร้างที่อินโดนีเซียจะต้องพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานอีกมาก

ขณะที่การค้าชายแดนนั้น ธีรชัย ชุติมันต์ ประธานหอการค้าจังหวัดกาญจนบุรี กล่าวว่า หลังการเปิดด่านพุน้ำร้อนอย่างเป็นทางการ ช่วยทำให้ จ.กาญจนบุรี เป็นเมืองเปิด และเป็นประตูสู่อันดามัน การเปิดด่านค้าชายแดนพุน้ำร้อนครั้งนี้ ถือเป็นโอกาสของนักลงทุนในพื้นที่และจังหวัดใกล้เคียง ซึ่งขณะนี้เริ่มมีนักลงทุนเดินทางไปศึกษาลู่ทางการลงทุนในประเทศพม่าผ่านด่านชายแดนพุน้ำร้อนบ้างแล้ว ส่วนใหญ่เป็นกลุ่มอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวและการโรงแรม รวมถึงอุตสาหกรรมแปรรูปอาหารทะเล อุตสาหกรรมแปรรูปสินค้าเกษตร อุตสาหกรรมเฟอร์นิเจอร์ไม้ยางพารา และอุตสาหกรรมเหมืองแร่ เป็นต้น

ขณะเดียวกัน เริ่มมีการลงทุนในกลุ่มห้างโมเดิร์นเทรด เช่น แม็คโคร เทสโก้ โลตัส ไทวัสดุ และโรบินสัน ขยายการลงทุนเข้ามาในพื้นที่มากขึ้น ขณะที่ทุนท้องถิ่นส่วนใหญ่จะขยายโรงงานน้ำตาลมากขึ้น ทั้งนี้ การลงทุนต่างๆ ส่งผลให้ราคาที่ดินในพื้นที่ขยับสูงขึ้น 23 เท่าตัว จากเดิมไร่ละ 3 แสนบาท เป็นไร่ละ 1 ล้านบาท

ด้านภาคการศึกษา คุรุสภากับสำนักงานคณะกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา (ก.ค.ศ.) และสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน หารือร่วมกัน เพื่อหาแนวทางแก้ไขปัญหาการนำครูสอนภาษาต่างประเทศมาสอนในไทย เพื่อผลิตกำลังคนให้สอดคล้องกับความต้องการทั้งในแง่จำนวนและคุณภาพ ซึ่งอาจจะมีการผ่อนผันเกณฑ์สำหรับการคัดเลือกคนมาทำงานด้านนี้ พร้อมกันนี้จะร่วมกันแก้ไขปัญหาเรื่องอายุวีซ่าของนักศึกษาและครูต่างชาติให้นานขึ้น จากปัจจุบันมีระยะเวลาเพียง 6 เดือนเท่านั้น

ข่าวล่าสุด

"วัส" ชี้ปมยุบภูมิใจไทย ต้องพิสูจน์ที่มาเงินบริจาคสุชาดา

"วัส" ชี้ปมยุบภูมิใจไทย ต้องพิสูจน์ที่มาเงินบริจาคสุชาดา