
จี้มร.มันฯช่วยรง.เอทานอล
ผู้ค้าน้ำมันเมินเหตุต้นทุนสูงกว่าโมลาส กำหนดสัดส่วนรับซื้อมันสำปะหลัง:อ้อย
ผู้ค้าน้ำมันเมินเหตุต้นทุนสูงกว่าโมลาส กำหนดสัดส่วนรับซื้อมันสำปะหลัง:อ้อย
แนะมิสเตอร์มันสำปะหลัง เร่งช่วยโรงงานเอทานอล หลังยอดซื้อวูบ เพราะต้นทุนแพง
โรงงานเอทานอลมันสำปะหลังอ่วมหนัก ชี้ต้นทุนการผลิตแพงกว่าโมลาส 5 บาท/ลิตร แนะพลังงานออกกฎบังคับให้บริษัทน้ำมันซื้อเอทานอลจากมันสำปะหลังเพิ่ม
นายณัฐพล ณัฏฐสมบูรณ์ อธิบดีกรมโรงงานอุตสาหกรรม (กรอ.) เปิดเผยว่า จากการลงพื้นที่ตรวจสอบโรงงานอุตสาหกรรมทั่วประเทศ พบว่าโรงงานผลิตเอทานอลที่ใช้วัตถุดิบจากมันสำปะหลังได้รับความเดือดร้อนมียอดขายลดลงมาก เนื่องจากมีต้นทุนสูงกว่าเอทานอลที่ผลิตจากกากน้ำตาล หรือโมลาสถึงลิตรละ 5 บาท ทำให้บริษัทน้ำมันซื้อเอทานอลที่ผลิตจากโมลาสมากกว่า
ปัจจุบัน เอทานอลจากมันสำปะหลังราคาอยู่ที่ 27-28 บาทต่อลิตร ขณะที่เอทานอลจากโมลาสอยู่ที่ 22-23 บาทต่อลิตร บริษัทน้ำมันต่างๆ ลดการสั่งซื้อและหันไปซื้อเอทานอลที่ผลิตจากโมลาสแทน ซึ่งหากปล่อยให้เป็นเช่นนี้ต่อไปโรงงานเอทานอลที่ผลิตจากมันสำปะหลังอาจจะต้องปิดตัวลง
“อยากสะท้อนปัญหาดังกล่าวไปยังนายพงษ์ศักดิ์ รักตพงศ์ไพศาล รมว.พลังงาน ในฐานะผู้ดูแลมันสำปะหลัง หรือมิสเตอร์มันสำปะหลัง ให้เข้ามาดูแลแก้ปัญหาดังกล่าว” นายณัฐพล กล่าว
สำหรับแนวทางแก้ไขอาจปรับแก้หลักเกณฑ์เรื่องการกำหนดสัดส่วนการรับซื้อเอทานอลจากมันสำปะหลังและโมลาสต่อบริษัทน้ำมันทุกแห่ง เพื่อความเท่าเทียมด้านต้นทุน หรืออาจใช้วิธีกำหนดอัตราเงินเก็บส่งเข้ากองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงที่ต่างกัน โดยเก็บเงินจากเอทานอลที่ผลิตจากโมลาสสูงกว่าผลิตจากมันสำปะหลัง จะช่วยเหลือโรงงานและเกษตรกรอย่างยั่งยืน
ทั้งนี้ นโยบายการส่งเสริมการใช้น้ำมันแก๊สโซฮอล์ อี20 และ อี85 ทำให้มีอัตราการใช้เอทานอลกว่า 3 ล้านลิตรต่อวัน จากเดิม 1-2 ล้านลิตรต่อวัน แต่ปริมาณที่เพิ่มขึ้นนั้นยังคงไปตกอยู่ที่โรงงานเอทานอลจากโมลาสเป็นส่วนใหญ่ หากกระทรวงพลังงานแก้ปัญหาตรงนี้ได้ จะทำให้โรงงานเอทานอลทั้งหมด รวมทั้งเกษตรกรมันสำปะหลังและอ้อยอยู่ได้
&<2288;
“ที่ผ่านมากระทรวงพลังงานได้กำหนดสัดส่วนการรับซื้อเอทานอลจากมันสะปะหลัง และโมลาส ในอัตราที่ทุกฝ่ายอยู่ได้ แต่มาตรการดังกล่างเป็นเพียงการขอความร่วมมือไม่ใช่มาตรการบังคับ ทำให้บริษัทน้ำมันบางแห่งที่ทำตามนโยบายรัฐ เสียเปรียบบริษัทคู่แข่งที่ไม่ทำตามรับซื้อแต่เอทานอลจากโมลาสที่ถูกกว่า ทำให้ผู้ที่ทำตามนโยบายรัฐแข่งขันได้ยาก ดังนั้นรัฐบาลจึงควรจะออกเป็นมาตรการบังคับ หรือมาตรการส่วนต่างด้านราคาผ่านการเก็บเงินเข้ากองทุนน้ำมันฯจะดีกว่า” นายณัฐพล กล่าว
นายณัฐพล กล่าวว่า แต่ที่กระทรวงพลังงานได้ดำเนินนโยบายยกเลิกน้ำมันเบนซิน 91 และการส่งเสริมการใช้น้ำมันแก๊สโซฮอล์ อี20 และอี85 ทำให้มีอัตราการใช้เอทานอลเพิ่มสูงขึ้นถึง 14 ล้านลิตร/วัน มียอดการใช้เอทานอลกว่า 3 ล้านลิตร/วัน จากเดิม 12 ล้านลิตร/วัน ถือว่ามาถูกทาง
แต่ปริมาณที่เพิ่มขึ้นนั้นยังคงไปตกอยู่ที่โรงงานเอทานอลจากโมลาสเป็นส่วนใหญ่ ดังนั้นหากกระทรวงพลังงานแก้ปัญหาตรงนี้ได้ ก็จะทำให้โรงงานเอทานอลทั้งหมด รวมทั้งเกษตรกรมันสำปะหลัง และอ้อยยังอยู่ได้
นายณัฐพล กล่าวว่า ปัจจุบันมีโรงงานผลิตเอทานอลทั้งหมด 23แห่ง กำลังผลิตรวม 5.04 ล้านลิตรต่อวัน แบ่งเป็นโรงงานผลิตเอทานอลจากโมลาสและน้ำอ้อย 12 แห่ง ปริมาณเอทานอล 2.31 ล้านลิตรต่อวัน โรงงานเอทานอลจากมันสำปะหลัง 7 แห่ง ปริมาณ 1.98 ล้านลิตรต่อวัน และโรงงานเอทานอลจากโมลาสและมันสำปะหลัง 4 แห่ง ปริมาณ 7.5 แสนลิตรต่อวันขณะที่มีความต้องการใช้ประมาณ 3 ล้านลิตรต่อวัน
จากการหารือกับ บริษัท ไทยเอทานอล พาวเวอร์ จำกัด (มหาชน) จ.ขอนแก่น ซึ่งมีกำลังผลิตเอทานอล 2.53 ล้านลิตรต่อเดือน แต่ช่วงตลอดไตรมาส 4 ของปีนี้ ได้รับคำสั่งซื้อเอทานอลจากบริษัท ปตท.จำกัด(มหาชน)รวมทั้งสิ้น 2.5 ล้านลิตรเท่านั้น ขณะที่บริษัท บางจากปิโตรเลียม จำกัด(มหาชน) ไม่มีคำสั่งซื้อเลย จากปกติจะซื้อเดือนละ 1 ล้านลิตร ทำให้โรงงานฯมีกำลังผลิตเอทานอลส่วนเกิน แต่จำเป็นต้องผลิตต่อไปตามสัญญาการรับซื้อมันสำปะหลัง และใช้วิธีเก็บเอทานอลไว้ในถังที่มีความจุ 4 ล้านลิตร เพื่อรอขายในปี 2557







