
ไปรษณีย์ตั้งบริษัทลูกหนุนเอสเอ็มอี
ไปรษณีย์ไทยกางแผนบริษัทลูก ไปรษณีย์ ดิสทริบิวชั่น ทุนเริ่มต้น 500 ล้านบาท มุ่งหนุนเอสเอ็มอีทั่วประเทศ
ไปรษณีย์ไทยกางแผนบริษัทลูก ไปรษณีย์ ดิสทริบิวชั่น ทุนเริ่มต้น 500 ล้านบาท มุ่งหนุนเอสเอ็มอีทั่วประเทศ
น.ส.อานุสรา จิตต์มิตรภาพ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ไปรษณีย์ไทย (ปณท.) เปิดเผยว่า แผนการดำเนิน การจัดตั้งบริษัทลูกของ ปณท. หลังคณะรัฐมนตรี (ครม.) อนุมัติ. คือ จัดตั้ง บริษัท ไปรษณีย์ ดิสทริบิวชั่น ทำหน้าที่เป็นศูนย์กลางบริหารการจัดส่งและกระจายสินค้า มุ่งเน้นให้บริการผู้ประกอบการเอสเอ็มอี หรือ ผู้ผลิตสินค้าโอท็อป ที่ไม่ได้มีเครือข่ายการกระจายสินค้าเป็นของตัวเอง ช่วยส่งเสริมและเพิ่มช่องทางในการเข้าถึงลูกค้าให้เอสเอ็มอีมากขึ้น
สำหรับ ไปรษณีย์ ดิสทริบิวชั่น มีทุนจดทะเบียน 500 ล้านบาท ซึ่งเป็นการเสนอแผนรอบที่ 3 ของการตั้งบริษัทลูก จากเดิมที่เคยจะจัดตั้ง บริษัท สินเชื่อ ไปรษณีย์ไทย ในรัฐบาลประชาธิปัตย์ และถูกยกเลิกพร้อมเปลี่ยนเป็น บริษัท ไปรษณีย์ โลจิสโพสต์ แต่ถูกสำนักงานคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ (สคร.) ตีกลับ เนื่องจากขัดกับกฎหมายรัฐธรรมนูญที่ห้ามรัฐวิสาหกิจให้บริการแข่งขันกับเอกชน
ทั้งนี้ ที่ประชุมครม. เมื่อวันที่ 22 ต.ค. ที่ผ่านมา เห็นชอบตามที่คณะกรรมการกลั่นกรองฯเศรษฐกิจเสนอให้ปณท. ตั้งบริษัทในเครือเพื่อเพิ่มขีดความสามารถของการให้บริการของปณท. มุ่งเน้นการให้บริการโลจิสติกส์ เนื่องจากสามารถเป็นกลไกเชื่อมต่อโครงการด้านโลจิสติกส์ของประเทศ และทำให้พัฒนาความสามารถในการแข่งขันให้บริษัทขนส่งของไทยรวมทั้งยังเป็นการบริหารจัดการทรัพย์สินของบริษัทได้ด้วย
ขณะที่แผนธุรกิจของปณท. เอง ได้เตรียมพร้อมรองรับการเปิดประชาคมเศรฐกิจอาเซียน (เออีซี) โดยการเพิ่มจุดส่งของในพื้นที่ที่ติดกับชายแดนมากขึ้น เช่น อ.แม่สอด จ.ตาก อ.อรัญประเทศ จ.สระแก้ว และ ในจ.มุกดาหาร เป็นต้น เพื่อรองรับปริมาณการส่งของ การใช้บริการไปรษณีย์ต่างๆ ในพื้นที่เขตชายแดน ที่คาดว่าจะเพิ่มขึ้นไม่ต่ำกว่า 20%
นอกจากนี้ ยังได้ขยายสู่บริการให้เช่าพื้นที่อาคารไปรษณีย์กลางสาขาบางรัก ใช้งบประมาณปรับปรุงทั้งสิ้น 300 ล้านบาท เพื่อเป็นอีกหนึ่งธุรกิจที่จะช่วยให้ ปณท. มีรายได้เลี้ยงตัวเองมากขึ้น เริ่มเปิดให้บริการตั้งแต่วันที่ 4 ส.ค.ที่ผ่านมา ตั้งเป้าว่าจะสร้างรายได้ปีละ 100 ล้านบาท เช่นเดียวกับรายได้รวมในปีนี้ที่จะเป็นไปตามเป้า 1.9 หมื่นล้านบาท
น.ส.อานุสรา จิตต์มิตรภาพ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ไปรษณีย์ไทย (ปณท.) เปิดเผยว่า แผนการดำเนิน การจัดตั้งบริษัทลูกของ ปณท. หลังคณะรัฐมนตรี (ครม.) อนุมัติ. คือ จัดตั้ง บริษัท ไปรษณีย์ ดิสทริบิวชั่น ทำหน้าที่เป็นศูนย์กลางบริหารการจัดส่งและกระจายสินค้า มุ่งเน้นให้บริการผู้ประกอบการเอสเอ็มอี หรือ ผู้ผลิตสินค้าโอท็อป ที่ไม่ได้มีเครือข่ายการกระจายสินค้าเป็นของตัวเอง ช่วยส่งเสริมและเพิ่มช่องทางในการเข้าถึงลูกค้าให้เอสเอ็มอีมากขึ้น
สำหรับ ไปรษณีย์ ดิสทริบิวชั่น มีทุนจดทะเบียน 500 ล้านบาท ซึ่งเป็นการเสนอแผนรอบที่ 3 ของการตั้งบริษัทลูก จากเดิมที่เคยจะจัดตั้ง บริษัท สินเชื่อ ไปรษณีย์ไทย ในรัฐบาลประชาธิปัตย์ และถูกยกเลิกพร้อมเปลี่ยนเป็น บริษัท ไปรษณีย์ โลจิสโพสต์ แต่ถูกสำนักงานคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ (สคร.) ตีกลับ เนื่องจากขัดกับกฎหมายรัฐธรรมนูญที่ห้ามรัฐวิสาหกิจให้บริการแข่งขันกับเอกชน
ทั้งนี้ ที่ประชุมครม. เมื่อวันที่ 22 ต.ค. ที่ผ่านมา เห็นชอบตามที่คณะกรรมการกลั่นกรองฯเศรษฐกิจเสนอให้ปณท. ตั้งบริษัทในเครือเพื่อเพิ่มขีดความสามารถของการให้บริการของปณท. มุ่งเน้นการให้บริการโลจิสติกส์ เนื่องจากสามารถเป็นกลไกเชื่อมต่อโครงการด้านโลจิสติกส์ของประเทศ และทำให้พัฒนาความสามารถในการแข่งขันให้บริษัทขนส่งของไทยรวมทั้งยังเป็นการบริหารจัดการทรัพย์สินของบริษัทได้ด้วย
ขณะที่แผนธุรกิจของปณท. เอง ได้เตรียมพร้อมรองรับการเปิดประชาคมเศรฐกิจอาเซียน (เออีซี) โดยการเพิ่มจุดส่งของในพื้นที่ที่ติดกับชายแดนมากขึ้น เช่น อ.แม่สอด จ.ตาก อ.อรัญประเทศ จ.สระแก้ว และ ในจ.มุกดาหาร เป็นต้น เพื่อรองรับปริมาณการส่งของ การใช้บริการไปรษณีย์ต่างๆ ในพื้นที่เขตชายแดน ที่คาดว่าจะเพิ่มขึ้นไม่ต่ำกว่า 20%
นอกจากนี้ ยังได้ขยายสู่บริการให้เช่าพื้นที่อาคารไปรษณีย์กลางสาขาบางรัก ใช้งบประมาณปรับปรุงทั้งสิ้น 300 ล้านบาท เพื่อเป็นอีกหนึ่งธุรกิจที่จะช่วยให้ ปณท. มีรายได้เลี้ยงตัวเองมากขึ้น เริ่มเปิดให้บริการตั้งแต่วันที่ 4 ส.ค.ที่ผ่านมา ตั้งเป้าว่าจะสร้างรายได้ปีละ 100 ล้านบาท เช่นเดียวกับรายได้รวมในปีนี้ที่จะเป็นไปตามเป้า 1.9 หมื่นล้านบาท







