
SMEหวั่นใช้ไอทีไม่ปลอดภัย
กูรูชี้ตัวการสำคัญขวางพัฒนาธุรกิจโตแนะรัฐบาลยื่นมือช่วยเชื่อหนุนรายได้
กูรูชี้ตัวการสำคัญขวางพัฒนาธุรกิจโตแนะรัฐบาลยื่นมือช่วยเชื่อหนุนรายได้
ผลวิจัยชี้รายย่อยกลัวใช้ไอทีพัฒนาธุรกิจ หวั่นความปลอดภัย แนะรัฐออกแผนหนุน ดันรายได้จ้างงานโต
บริษัทที่ปรึกษาทางธุรกิจ บอสตัน คอนซัลติง กรุ๊ป (บีซีจี) ในสหรัฐ เปิดเผยผลการศึกษาวิจัยชิ้นล่าสุดที่ดำเนินการให้กับไมโครซอฟท์ บริษัทด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ (ไอที) ยักษ์ใหญ่สัญชาติสหรัฐ ซึ่งพบว่า ผู้ประกอบการธุรกิจรายย่อยกว่า 60% จากทั้งหมด 4,000 แห่งในบราซิล อินเดีย จีน เยอรมนี และสหรัฐ ยังคงกังวลเกี่ยวกับความปลอดภัยของข้อมูล หากมีการนำเทคโนโลยีสารสนเทศมาใช้ในการบริหารธุรกิจอย่างเต็มรูปแบบ
ขณะที่เจ้าของธุรกิจขนาดกลางและขนาดเล็ก (เอสเอ็มอี) ส่วนใหญ่ยอมรับว่า ขาดแคลนบุคลากรที่มีความรู้ความสามารถด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ ส่งผลให้ยังคงต้องพึ่งพาการใช้บริการจากบริษัทผู้ให้บริการด้านไอทีซึ่งมีต้นทุนสูงและไม่สามารถพัฒนาระบบเทคโนโลยีในการดำเนินธุรกิจได้อย่างเต็มตัว ซึ่งถือเป็นปัจจัยขัดขวางการขยายตัวทางธุรกิจอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
ผลวิจัยดังกล่าวสะท้อนว่า บรรดาผู้กำหนดนโยบายในแต่ละประเทศ ควรเดินหน้าออกมาตรการต่างๆ เพื่อส่งเสริมให้เอสเอ็มอีสามารถยกระดับเทคโนโลยีเข้าไปสู่ในทุกภาคส่วนของการดำเนินธุรกิจอย่างเร่งด่วน ซึ่งหมายรวมถึงเปิดทางให้เอสเอ็มอีสามารถเข้าถึงระบบโครงสร้างพื้นฐานและเครือข่ายข้อมูลสารสนเทศที่ครอบคลุมและปลอดภัย เนื่องจากเป็นการนำเทคโนโลยีมาใช้ ถือเป็นกระบวนการช่วยพัฒนาขีดความสามารถการแข่งขันของธุรกิจให้สามารถขยายตัวได้อย่างยั่งยืนยิ่งขึ้น
ทั้งนี้ จากการประเมินของบีซีจี พบว่า หากธุรกิจรายย่อยสามารถยกระดับเทคโนโลยีเข้าไปสู่ในทุกภาคส่วนของการดำเนินธุรกิจอย่างเต็มรูปแบบ ซึ่งรวมถึงการใช้โปรแกรมซอฟต์แวร์เพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน มีการเชื่อมต่อระบบอินเทอร์เน็ตที่มีเสถียรภาพ และพึ่งพาระดับการจัดเก็บข้อมูลแบบคลาวด์ คอมพิวติ้ง ผลประกอบการของธุรกิจขนาดเล็กใน 5 ประเทศเหล่านี้จะขยายตัวเพิ่มขึ้นรวมถึง 7.70 แสนล้านเหรียญสหรัฐ (ราว 23 ล้านล้านบาท) ซึ่งจะช่วยส่งเสริมให้มีการจ้างงานใหม่ถึง 6.2 ล้านตำแหน่งทีเดียว







