posttoday
เอชพีเมินการเมืองเร่งรุกลูกค้าต่างจังหวัด

เอชพีเมินการเมืองเร่งรุกลูกค้าต่างจังหวัด

29 เมษายน 2553

เอชพี สำนักงานใหญ่เอชพีมองการเมืองเรื่องภายใน ชงประเทศไทยนำร่องรุกต่างจังหวัดเต็บสูบ หวังเลเซอร์ พริ้นเตอร์โต 20% หลังกำลังซื้อเมืองกรุงชะลอจากม็อบ

เอชพี สำนักงานใหญ่เอชพีมองการเมืองเรื่องภายใน ชงประเทศไทยนำร่องรุกต่างจังหวัดเต็บสูบ หวังเลเซอร์ พริ้นเตอร์โต 20% หลังกำลังซื้อเมืองกรุงชะลอจากม็อบ

เอชพีเมินการเมืองเร่งรุกลูกค้าต่างจังหวัด

นายสมชัย สูงสว่าง ผู้จัดการทั่วไป กลุ่มธุรกิจภาพและการพิมพ์ และนายฐิตพล บุญประสิทธ์ ผู้จัดการฝ่ายพัฒนาการตลาด กลุ่มผลิตภัณฑ์เลเซอร์เจ็ทและเอ็นเตอร์ไพรซ์โซลูชั่น บริษัท ฮิวเลตต์-แพคการ์ด (ประเทศไทย)หรือเอชพี ร่วมกันเปิดเผยว่า บริษัทเอชพีสำนักใหญ่ประจำภูมิภาคเอเซียแปซิฟิกและญี่ปุ่น ที่ เอชพี ประเทศไทย อยู่ภายใต้การดูแล ตัดสินใจให้ประเทศไทยเป็นประเทศแรกของประเทศต่างๆในภูมิภาคเอเซียตะวันออกเชียงใต้ นำร่องในโปรเจ๊กต์การขยายการเติบโตของกลุ่มผลิตภัณฑ์เลเซอร์พริ้นเตอร์ไปยังพื้นที่ในภูมิภาคต่างๆ ของประเทศ หรือในต่างจังหวัด โดยบริษัทตั้งเป้าเติบโตในสินค้ากลุ่มเลเซอร์พริ้นเตอร์ไว้ 20% ในปีนี้ และปัจจุบันบริษัทมีส่วนแบ่งในตลาดดังกล่าว 29%

ทั้งนี้ กลยุทธ์หลักๆ ที่บริษัทจะใช้ในการรุกตลาดต่างจังหวัด ได้แก่ การให้ความสำคัญกับคู่ค้าในต่างจังหวัดที่มีราว 70 จังหวัดทั่วประเทศ ซึ่งประกอบไปด้วยหัวเมืองหลัก และหัวเมืองรองอันดับที่ 2 และ 3 ผ่านการเพิ่มบุคลากรเข้าไปให้ความรู้กับพนักงานขายเพิ่มเติม การเข้าไปพบปะและสร้างปฎิสัมพันธ์กับคู่ค้าให้แน่นแฟ่นยิ่งขึ้น

การเพิ่มหน้าร้าน และการขยายพื้นที่การขายเลเซอร์พริ้นเตอร์ของเอชพีให้มากขึ้น ในจังหวัดต่างๆ โดยบริษัทตั้งเป้าที่จะเพิ่มจำนวนหน้าร้านให้เพิ่มมากขึ้นอีกราว 500 ร้านค้า จากปัจจุบันที่มีอยู่ทั้งสิ้น 2,000 ร้านค้า รวมถึงห้างค้าปลีกขนาดใหญ่ และการเพิ่มจำนวนคู่ค้า หรือพาร์เนอร์ในจังหวัดเดิมที่มีคู่ค้าอยู่แล้วให้เพิ่มขึ้น พร้อมๆ ไปกับการหาคู่ค้าใหม่ๆ ในจังหวัดที่บริษัทยังไม่ได้เข้าไปทำตลาด

“แผนการดำเนินงานของบริษัทในการรุกช่องทางจังหวัดเพิ่มขึ้นส่งผลให้บริษัทต้องเพิ่มจำนวนบุคลากร ทรัพยากรขึ้นราว 200% ให้สอดคล้องกันการดำเนินการที่เพิ่มขึ้น ดังนั้นภายในสิ้นปีนี้ บริษัทคาดว่ายอดขายสัดส่วนรายได้จากต่างจังหวัดจะเพิ่มขึ้นเป็น 30% จาก 28% ในปัจจุบัน และสัดส่วนรายได้จากกรุงเทพฯ จะลดลงจาก 72% เป็น 70%” นายสมชัย กล่าวเพิ่มเติม

 ส่วนแผนการดำเนินงานในครั้งนี้สำนักงานใหญ่ของบริษัทได้ตัดสินใจเมื่อเดือนที่ผ่านมา โดยมองว่าปัญหาการเมืองในประเทศไทยเป็นปัญหาเฉพาะพื้นที่เท่านั้น ทางด้านการปิดศูนย์การค้า และห้างสรรพสินค้าในย่านดังกล่าว ซึ่งบริษัทมีพื้นที่ในการจำหน่ายสินค้าในย่านดังกล่าวด้วยนั้น จนถึงขณะนี้บริษัทยังไม่ได้รับผลกระทบทางด้านยอดขาย แม้ว่าในพื้นที่ดังกล่าวจะไม่สามารถทำการขายได้ แต่ห้างสรรพสินค้า และศูนย์การค้าที่ไม่ได้อยู่ใกล้ม็อบ หรืออยู่ในพื้นที่นอกเมืองกลับมียอดขายที่สูงขึ้น

อย่างไรก็ตาม จากผลกระทบจากม็อบส่งผลให้ปัจจุบันพฤติกรรมผู้บริโภคหันไปจับจ่ายและซื้อสินค้าในพื้นที่ที่ปลอดภัย หรือใกล้บ้านมากยิ่งขึ้น และในบางครั้งมีการชะลอการจับจ่ายอีกด้วย ส่วนองค์กรที่ได้รับผลกระทบอย่าง โรงแรมที่อยู่ในย่านราชประสงค์ก็ได้ชะลอการตัดสินใจซื้อสินค้าไปเช่นเดียวกัน

ข่าวล่าสุด

สมาคมคนตาบอดฉะเชิงเทรา ซึ้งใจเพื่อนพึ่ง(ภาฯ) ไม่ทิ้งกันในยามยาก มอบถุงยังชีพพระราชทาน

สมาคมคนตาบอดฉะเชิงเทรา ซึ้งใจเพื่อนพึ่ง(ภาฯ) ไม่ทิ้งกันในยามยาก มอบถุงยังชีพพระราชทาน