posttoday
ฝันฉันทนา

ฝันฉันทนา

22 ตุลาคม 2556

แม้ว่ากระแสอาเซียนจะทำให้ “อินโดนีเซีย” เนื้อหอมสำหรับนักลงทุนที่สนใจตลาดขนาดใหญ่ ประชากรมากถึง 250 ล้านคน แต่สารพัดความท้าทายในประเทศก็เป็นโจทย์หินสำหรับแดนอิเหนาที่ต้องเร่งหาทางออก

แม้ว่ากระแสอาเซียนจะทำให้ “อินโดนีเซีย” เนื้อหอมสำหรับนักลงทุนที่สนใจตลาดขนาดใหญ่ ประชากรมากถึง 250 ล้านคน แต่สารพัดความท้าทายในประเทศก็เป็นโจทย์หินสำหรับแดนอิเหนาที่ต้องเร่งหาทางออก

เพราะตอนนี้อินโดนีเซียกำลังเผชิญกับมรสุมเศรษฐกิจ ทั้งการขาดดุลบัญชีเดินสะพัดมหาศาลและค่าเงินรูเปียห์ที่อ่อนค่าลงต่อเนื่อง จนทำให้ทางการอินโดนีเซียต้องออกมาตรการต่างๆ เพื่อแก้ปัญหาที่เกิดขึ้นและกระตุ้นการเติบโตของเศรษฐกิจ

หนึ่งในความหวังของทางการแดนอิเหนา คือ การผลักดันให้เกิดโรงงานผลิตในประเทศเพิ่มขึ้น เพื่อให้เป็นเครื่องจักรอีกตัวสำหรับสร้างรายได้จากการส่งออกและทวงตำแหน่งประเทศผู้ผลิตขนาดใหญ่ที่สูญเสียไปตั้งแต่ช่วงกลางยุค 1990

แต่ใช่ว่าความฝันจะเป็นจริงได้ง่าย เพราะผู้ประกอบการอินโดนีเซียหลายรายไม่กล้าจะขยับก้าวโตเพราะกังวลเรื่องค่าแรง แม้แต่โรงงานขนาดใหญ่อย่าง “พีที ทริซูลา อินเตอร์เนชั่นแนล” ผู้ผลิตเสื้อผ้ารายใหญ่ในเมืองบันดุง ที่ป้อนให้กับลูกค้าแบรนด์ดังๆ ระดับโลก อาทิ ฮิวโก้ บอส ก็ยังต้องเลื่อนแผนซื้อเครื่องจักรเพื่อเพิ่มกำลังผลิต 25% เพราะกังวลว่ามาร์จิ้นกำไรจะตึงตัวจากค่าแรงที่ปรับขึ้น

ล่าสุด สหภาพแรงงานในอินโดนีเซียเรียกร้องให้ปรับขึ้นค่าแรงอีก ซึ่งหากรัฐบาลไฟเขียวให้ปรับขึ้น 4050% ตามข้อเรียกร้องก็จะส่งผลต่อภาคธุรกิจซึ่งอาจต้องใช้วิธีโละคนเพื่อประหยัดต้นทุน

ผลศึกษาของศูนย์ศึกษาระหว่างประเทศและยุทธศาสตร์ พบว่า ในช่วงปี 2543-2554 ค่าแรงในแดนอิเหนาเพิ่มขึ้นเฉลี่ย 5.5% เทียบกับขีดความสามารถในการผลิตที่เพิ่มขึ้น 3.4% ขณะที่จีนค่าแรงเพิ่ม 7.2% แต่ขีดความสามารถเพิ่ม 10.1%

เศรษฐกิจของแดนอิเหนาที่เติบโตต่อเนื่อง โดยได้อานิสงส์จากการส่งออกทรัพยากรธรรมชาติ บวกกับการทะลักเข้ามาของการลงทุนจากต่างชาติก็กำลังเผชิญกับแรงกดดัน เนื่องจากราคาสินค้าโภคภัณฑ์ปรับตัวลดลงรวมถึงภาวะเงินเฟ้อที่เพิ่มขึ้น การขาดดุลบัญชีเดินสะพัดอย่างต่อเนื่อง และค่าเงินรูเปียห์ที่อ่อนค่าลง 16% ในปีนี้ เมื่อเทียบกับเหรียญสหรัฐ

นอกจากนี้ อินโดนีเซียยังหนีไม่พ้นกับดักประเทศรายได้ปานกลาง ซึ่งไม่สามารถพึ่งพาวัตถุดิบและแรงงานราคาถูกได้เหมือนก่อน แต่จะต้องขยับด้านเทคโนโลยีเพื่อสร้างมูลค่าเพิ่ม

ขณะที่การปฏิรูปด้านต่างๆ ก็ดำเนินไปอย่างล่าช้า ทั้งที่ต้องการสร้างบรรยากาศด้านการลงทุนที่ดีขึ้นรวมถึงปรับปรุงกฎระเบียบต่างๆ ยิ่งจะมีการเลือกตั้งในปีหน้า ก็ยิ่งทำให้เกิดสุญญากาศในช่วงนี้

แต่โอกาสท่ามกลางความท้าทาย คือ อินโดนีเซียยังมีศักยภาพมากที่จะขยับขึ้นมาเป็นโรงงานเสื้อผ้าแถวหน้าของโลก แทนที่จีนที่ติดบ่วงค่าแรงและบังกลาเทศที่มีปัญหาเรื่องความปลอดภัยแรงงาน

ข่าวล่าสุด

สมาคมคนตาบอดฉะเชิงเทรา ซึ้งใจเพื่อนพึ่ง(ภาฯ) ไม่ทิ้งกันในยามยาก มอบถุงยังชีพพระราชทาน

สมาคมคนตาบอดฉะเชิงเทรา ซึ้งใจเพื่อนพึ่ง(ภาฯ) ไม่ทิ้งกันในยามยาก มอบถุงยังชีพพระราชทาน