
ไอซ์มาเนียอัดโปรโมชั่นฟื้นกำลังซื้อปลายปี
แฟรนไชซี “ไอซ์มาเนีย” ปรับตัว ดึงกลยุทธ์ราคาโปรโมชั่น กระตุ้นกำลังซื้อยาวถึงปลายปี เล็งขยายสาขาเพิ่มรับนักท่องเที่ยวเมืองแปดริ้วพุ่ง20%
แฟรนไชซี “ไอซ์มาเนีย” ปรับตัว ดึงกลยุทธ์ราคาโปรโมชั่น กระตุ้นกำลังซื้อยาวถึงปลายปี เล็งขยายสาขาเพิ่มรับนักท่องเที่ยวเมืองแปดริ้วพุ่ง20%
นางประชาภรณ์ ยังเจริญ เจ้าของธุรกิจ (แฟรนไชซี) ร้านไอติมผัด ภายใต้แบรนด์ “ไอซ์มาเนีย” เปิดเผยว่า ในฐานะผู้ประกอบการธุรกิจ ทางร้านได้นำกลยุทธ์การจัดกิจกรรมส่งเสริมการขาย (โปรโมชั่น) ไอติมผัด ซื้อ 9 ถ้วยแถม 1 ถ้วย มาใช้ตั้งแต่เดือน ต.ค.ปลายปีนี้ เพื่อกระตุ้นยอดขายสินค้าให้เพิ่มขึ้นเป็น 50100 ถ้วยต่อวัน จากปัจจุบันมียอดขายอยู่ที่เฉลี่ย 30 ถ้วยต่อวัน
ขณะเดียวกัน ทางร้านในฐานะแฟรนไชซี ยังได้ปรับราคาสินค้าไอติมผัดอยู่ที่ ถ้วยละ 49 บาท หรือลดลงเกือบ 40% เมื่อเทียบกับราคาจำหน่ายธุรกิจร้านเดียวกันในกรุงเทพฯ ซึ่งขายอยู่ที่ราคา 79 บาทต่อถ้วย เพื่อให้สอดคล้องกับพฤติกรรมและกำลังซื้อของคน จ.ฉะเชิงเทรา ที่เป็นคนท้องถิ่นทั่วไป และคนทำงานในจังหวัดให้เข้าถึงง่ายขึ้นด้วย
“คนแปดริ้วในปัจจุบันเริ่มมีพฤติกรรม การจับจ่ายคล้ายคลึงกับคนเมืองหลวงมากขึ้น เช่น การรับประทานข้าวนอกบ้าน การรับประทานอาหารว่าง ความบันเทิง เป็นต้น จากการที่มีธุรกิจค้าปลีก ห้างขนาดใหญ่ เข้ามาเปิดสาขาใหม่ภายในจังหวัดมากขึ้น ซึ่งเป็นโอกาสสำหรับธุรกิจใหม่ๆ” นางประชาภรณ์ กล่าว
ในปัจจุบัน ร้านไอติมผัด ไอซ์มาเนีย เปิดให้บริการที่ศูนย์การค้า ตะวันออก คอมเพล็กซ์ ซึ่งได้การตอบรับดีจากกลุ่มเป้าหมายทั่วไป โดยเฉพาะกลุ่มคนทำงาน ซึ่งทางร้านในฐานะแฟรนไชซี ยังมีแผนขยายสาขาเพิ่มอีกหนึ่งแห่งจากเจ้าของแฟรนไชส์ คาดเห็นความชัดเจนด้านทำเลสาขาใหม่ปีหน้า เพื่อรองรับเศรษฐกิจใน จ.ฉะเชิงเทรา ที่กำลังขยายตัวเพิ่มขึ้น และในฐานะผู้ประกอบการต้องปรับตัวตาม
ทั้งนี้ ในช่วง 12 ปีที่ผ่านมา พบว่ามีจำนวนนักท่องเที่ยวเดินทางเข้ามายัง จ.ฉะเชิงเทรา เพิ่มขึ้นราว 20% คาดมาจากการที่จังหวัดมีสถานที่ท่องเที่ยวเกิดขึ้นใหม่หลายแห่ง อาทิ วัดสมานรัตนาราม รวมถึงวัดหลวงพ่อโสธรที่บูรณะใหม่แล้ว เป็นต้น ทำให้นักท่องเที่ยวตั้งใจเดินทางมากราบไหว้สักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ในจังหวัดโดยเฉพาะ ทั้งที่ในทางกายภาพแล้ว จ.ฉะเชิงเทรา เป็นเมืองผ่านเท่านั้น
สำหรับธุรกิจไอติมผัด เริ่มดำเนินการมา1 ปี จากความต้องการหารายได้เสริม และมีกิจการเป็นของตัวเอง โดยเบื้องต้นใช้งบลงทุนราว 2 แสนบาท ซึ่งจะได้อุปกรณ์ต่างๆ และสูตรการทำไอติมผัดรสชาติต่างๆ ซึ่งทางร้าน ยังได้เพิ่มมูลค่าให้กับสินค้าด้วยการจัดหาวัตถุดิบผลไม้สดประเภทต่างๆ มาเสริมเพื่อทำเป็นโรยหน้า(ทอปปิง) ต่างๆบนไอติมผัดด้วย และมองว่าการทำธุรกิจทุกประเภทจำเป็นต้องปรับตัวให้สอดคล้องกับภาวะเศรษฐกิจ







