posttoday
เวิลด์ฟูดส์ฯ โตนอกบ้านเจาะตลาดขนมอิเหนา

เวิลด์ฟูดส์ฯ โตนอกบ้านเจาะตลาดขนมอิเหนา

21 ตุลาคม 2556

จำนวนประชากรเกือบ 250 ล้านคน ทำให้ถนนทุกสายมุ่งสู่ “อินโดนีเซีย”

โดย...อัฏฐวรรณ ลวณางกูร

จำนวนประชากรเกือบ 250 ล้านคน ทำให้ถนนทุกสายมุ่งสู่ “อินโดนีเซีย” ตลาดขนาดใหญ่สุดในอาเซียนที่ผู้ประกอบการไทยไม่อาจทำใจมองข้ามได้

หนึ่งในอุตสาหกรรมที่มีความหวังของไทยในการบุกตลาดอินโดนีเซีย คือ อุตสาหกรรมอาหารหลากหลายประเภท รวมถึงขนมขบเคี้ยว ที่ยังมีพื้นที่ให้ผู้ประกอบการไทยเข้าไปช่วงชิงส่วนแบ่งมหาศาล

อนุสิษฐ แถลงศรี ผู้ช่วยผู้จัดการฝ่ายส่งออก บริษัท เวิลด์ฟูดส์ อินเตอร์เนชั่นแนล ผู้ผลิตและจัดจำหน่ายขนมขบเคี้ยวตราโปเตโต้ และน้ำผลไม้เจมิกซ์ เล่าว่า บริษัทสนใจไปบุกตลาดอินโดนีเซีย เพราะมีความน่าสนใจและมีโอกาสมากในระยะยาว เนื่องจากอินโดนีเซียเป็นตลาดขนาดใหญ่ที่มีประชากรถึง 250 ล้านคน

บริษัทชิมลางจากการร่วมออกบูธในงานอินเตอร์ฟู้ด อินโดนีเซีย 2013 ซึ่งได้รับการตอบรับดี และน่าจะบรรลุการเจรจากับตัวแทนกระจายสินค้าในเร็วๆ นี้ เพื่อนำสินค้าของบริษัทเข้าไปจำหน่ายในตลาดอิเหนา โดยบริษัทพิจารณาหุ้นส่วนท้องถิ่นจากศักยภาพของเครือข่าย การขนส่ง และโกดังเก็บสินค้า เพราะหากไม่มีความพร้อมก็อาจทำให้สินค้าอาหารเน่าบูดเสียหาย ประกอบกับอินโดนีเซียมีเกาะจำนวนมาก ทำให้ต้นทุนการขนส่งสูง จึงต้องเลือกหุ้นส่วนที่มีความเชี่ยวชาญในการกระจายสินค้า และอาจเลือกทำเลขายในจาการ์ตาก่อนแล้วค่อยขยับขยายต่อไป

หลังจากนี้จะต้องยื่นขอฮาลาลและเลขจดทะเบียนการขาย (BPOM) จากหน่วยงานของอินโดนีเซีย ซึ่งต้องใช้เวลาอีกระยะหนึ่ง เพราะขั้นตอนการนำสินค้าเข้าไปขายในอินโดนีเซียค่อนข้างยุ่งยากและกินเวลานาน แม้บริษัทจะได้มาตรฐานฮาลาลของไทย แต่ไม่สามารถใช้ได้กับตลาดอิเหนาได้

สินค้าประเภทขนมขบเคี้ยวมีโอกาสที่ดี เพราะคนอินโดนีเซียชอบรสชาติอาหารใกล้เคียงกับคนไทย เพียงแต่จะมันกว่า และส่วนใหญ่ใช้เนื้อไก่ บริษัทจึงไม่ต้องปรับรสชาติสินค้าให้แตกต่างจากที่ขายอยู่ในไทย

ทั้งนี้ บริษัทเตรียมจำหน่ายสินค้าในอินโดนีเซีย ได้แก่ ขนมขบเคี้ยว น้ำผลไม้ และสินค้าตัวใหม่ คือ สาหร่ายทอดกรอบยี่ห้อริกะ เน้นเจาะกลุ่มเด็กและวัยรุ่น 618 ปี ประเมินว่าตลาดน่าจะเติบโตอีกมาก

“คนอินโดนีเซียมองสินค้าไทยมีคุณภาพระดับพรีเมียม แม้ขนมขบเคี้ยวจะสามารถผลิตได้ในประเทศ แต่ยังไม่พอรองรับคนจำนวนมาก”

เมื่อลองสำรวจสินค้าในร้านสะดวกซื้ออย่างเซเว่น อีเลฟเว่น ในอินโดนีเซียพบสินค้าของคู่แข่งจากไทย รวมถึงแบรนด์ขนมขบเคี้ยวจากต่างประเทศที่เริ่มเข้ามาในตลาดมากขึ้น

ในปีนี้ตลาดต่างประเทศเริ่มสนใจสินค้าไทยมากขึ้น บริษัทออกงานในต่างประเทศและได้ลูกค้าเพิ่มเติม ซึ่งจะเลือกเฉพาะตลาดที่ลูกค้าสนใจจริงๆ เช่น น้ำผลไม้ก็ต้องขายในเขตร้อน อินเดีย ตะวันออกกลาง จีน

ขณะเดียวกัน ก็มียอดสั่งซื้อในอาเซียนมากขึ้นกว่าปีก่อนๆ อย่างเห็นได้ชัด บริษัทพยายามเน้นการตลาดที่รวดเร็วและดึงดูดผู้สั่งซื้อ เพิ่มการติดต่อผ่านช่องทางใหม่ๆ เช่น B2B ผ่านการเปิดเว็บไซต์เพื่อจับคู่ทางอินเทอร์เน็ตก่อนเจรจากันแบบเห็นหน้า

อนุสิษฐ แนะว่าผู้ประกอบการไทยควรให้น้ำหนักกับตลาดอาเซียนมากขึ้น เพราะเป็นแขนขาเพื่อต่อยอดธุรกิจ เช่น สามารถใช้เป็นฐานผลิตสินค้า ในกลุ่มประเทศซีแอลเอ็มวี (กัมพูชา ลาว พม่า เวียดนาม) เพื่อใช้สิทธิจีเอสพี (สิทธิพิเศษทางภาษีศุลกากร) สำหรับส่งสินค้าไปขายยุโรปได้

ที่ผ่านมา บริษัทขายขนมขบเคี้ยวในไทยมา 12 ปีแล้ว ทั้งข้าวโพดอบกรอบ มั่นฝรั่งทอดกรอบ และน้ำผลไม้ผสมวุ้นมะพร้าวพร้อมดื่ม โดยมียอดขายรวมประมาณ 300500 ล้านบาทต่อปี สัดส่วนตลาดในประเทศ ปัจจุบันอยู่ที่ 80% ต่างประเทศ 20%

ข่าวล่าสุด

สมาคมคนตาบอดฉะเชิงเทรา ซึ้งใจเพื่อนพึ่ง(ภาฯ) ไม่ทิ้งกันในยามยาก มอบถุงยังชีพพระราชทาน

สมาคมคนตาบอดฉะเชิงเทรา ซึ้งใจเพื่อนพึ่ง(ภาฯ) ไม่ทิ้งกันในยามยาก มอบถุงยังชีพพระราชทาน