posttoday
ต้องชัดเจน

ต้องชัดเจน

21 ตุลาคม 2556

ที่ประชุมคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) เมื่อวันที่ 16 ต.ค.ที่ผ่านมา เห็นชอบกับผลการวิเคราะห์ความชอบด้วยกฎหมายของการอนุญาตสัมปทานและสัญญา การพิจารณาความจำเป็นในการใช้คลื่นความถี่และกำหนดระยะเวลาการถือครองคลื่นความถี่ในกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์ของกิจการโทรทัศน์ สถานีโทรทัศน์สีกองทัพบก ช่อง 7

ที่ประชุมคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) เมื่อวันที่ 16 ต.ค.ที่ผ่านมา เห็นชอบกับผลการวิเคราะห์ความชอบด้วยกฎหมายของการอนุญาตสัมปทานและสัญญา การพิจารณาความจำเป็นในการใช้คลื่นความถี่และกำหนดระยะเวลาการถือครองคลื่นความถี่ในกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์ของกิจการโทรทัศน์ สถานีโทรทัศน์สีกองทัพบก ช่อง 7

มติของ กสทช. ไม่ได้ระบุชัดเจนว่าสัญญาของช่อง 7 กับกองทัพบกนั้นชอบด้วยกฎหมายหรือไม่ แต่ให้การคืนคลื่นของช่อง 7 นั้น ขึ้นกับกองทัพบกที่แสดงเจตนายุติบทบาทการ เป็นผู้ให้สัญญา หรือสัมปทานในการดำเนินการให้บริการโทรทัศน์ในระบบอะนาล็อกภายใน 5 ปี เพื่อแลกกับการได้โครงข่ายเพิ่มอีก 1 โครงข่าย

นอกจากนี้ ยังให้เห็นชอบในการ ออกใบอนุญาตประกอบกิจการโทรทัศน์ในระบบอะนาล็อกให้กับช่อง 7 ตามมาตรา 75 ของ พ.ร.บ.ประกอบกิจการกระจายเสียงและโทรทัศน์ พ.ศ. 2551 ในระยะเวลาตามที่กำหนดข้างต้น

หากได้รับใบอนุญาตประกอบกิจการกระจายเสียงหรือโทรทัศน์เพื่อให้บริการโครงข่ายโทรทัศน์ที่ใช้คลื่นความถี่ภาคพื้นดินในระบบดิจิตอลเพิ่มเติมอีก 1 โครงข่าย

การดำเนินการดังกล่าว พ.อ.นที ศุกลรัตน์ ประธานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์ (กสท.) ถือเป็นกระบวนการที่วินวินหรือได้ประโยชน์ทุกฝ่าย ทั้งผู้ให้สัมปทาน คู่สัญญา รวมไปถึงประชาชนที่จะได้รับประโยชน์จากการเปลี่ยนผ่านการรับชมไปสู่โทรทัศน์ระบบดิจิตอล

แม้จะ “วินวิน” ด้วยกันทุกฝ่าย แต่มีคำถามว่าเป็นการดำเนินการที่ถูกต้องและยุติธรรมกับผู้ประกอบการรายอื่นหรือไม่ รวมถึงข้อสงสัยในการตรวจสอบสัญญาช่อง 7 ยังคงมีอยู่

อย่างไรก็ตาม มติครั้งนี้ กสทช.ได้มอบหมายให้สำนักงาน กสทช. แจ้งให้กองทัพบก กระทรวงกลาโหม ปฏิบัติให้เป็นไปตาม พ.ร.บ.การให้เอกชนร่วมลงทุนในกิจการของรัฐ พ.ศ. 2556 ให้ครบถ้วน ยิ่งทำให้สงสัยว่าการดำเนินการที่ผ่านมาเป็นไปอย่างถูกต้องหรือไม่และพิจารณารูปแบบรายการของสถานีโทรทัศน์สี กองทัพบก ช่อง 7 ให้สอดคล้องกับวัตถุประสงค์ของการจัดตั้งสถานีโทรทัศน์แต่เริ่มแรก โดยให้คำนึงถึงภารกิจของกองทัพบกเป็นสำคัญ

แล้ว เพื่อประโยชน์ในการเปลี่ยนผ่านไปสู่ระบบการรับส่งสัญญาณวิทยุโทรทัศน์ในระบบดิจิตอลของประเทศไทย และประโยชน์สาธารณะอื่นที่เกี่ยวข้อง

แผนการยุติสัญญา ระหว่างสถานีโทรทัศน์กองทัพบกช่อง 7 ระหว่าง กองทัพบก กับ บริษัท กรุงเทพโทรทัศน์และวิทยุ

ที่ประชุม กสทช. ได้มีการพิจารณาบทวิเคราะห์ความชอบด้วยกฎหมายของการอนุญาตสัมปทาน และสัญญา และการพิจารณาความจำเป็นการใช้คลื่นความถี่และกำหนดระยะเวลาการถือครองคลื่นความถี่ในกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์ของกิจการโทรทัศน์สถานีโทรทัศน์สีกองทัพบก ช่อง 7 โดยที่ประชุม กสทช. ได้เห็นชอบดังต่อไปนี้

2.1 เห็นชอบผลการพิจารณาการตรวจสอบความชอบด้วยกฎหมายของสัญญาร่วมดำเนินกิจการส่งโทรทัศน์สี กองทัพบก ช่อง 7 ระหว่าง กองทัพบก กับ บริษัท กรุงเทพโทรทัศน์และวิทยุ จำกัด ตามที่คณะอนุกรรมการพิจารณาสัญญาสัมปทานด้านกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์เสนอ และผลการวิเคราะห์ความจำเป็นในการใช้คลื่นความถี่ของสถานีโทรทัศน์สี กองทัพบก ช่อง 7 (บริษัท กรุงเทพโทรทัศน์และวิทยุ จำกัด) ตามที่คณะอนุกรรมการพิจารณาความจำเป็นการใช้คลื่นความถี่ด้านกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์เสนอ และที่ประชุม กสท. ได้เห็นชอบแล้วในการประชุม กสท. ครั้งที่ 36/2556 เมื่อวันที่ 30 กันยายน 2556

2.2 เมื่อพิจารณาถึงประโยชน์สาธารณะ ความจำเป็นของการประกอบกิจการ และการใช้คลื่นความถี่ จึงเห็นควรกำหนดระยะเวลาการถือครองคลื่นความถี่เพื่อให้สถานีโทรทัศน์สี กองทัพบก ช่อง 7 (บริษัท กรุงเทพโทรทัศน์และวิทยุ จำกัด) ใช้ในการประกอบกิจการส่งโทรทัศน์ ภายในระยะเวลาที่สัญญาร่วมดำเนินกิจการส่งโทรทัศน์สี กองทัพบก ช่อง 7 ระหว่าง กองทัพบก กับ บริษัท กรุงเทพโทรทัศน์และวิทยุ จำกัด ยังคงมีผลผูกพันอยู่ โดยชอบด้วยกฎหมาย และกำหนดให้คืนคลื่นความถี่ตามมาตรา 83 วรรคสาม แห่ง พ.ร.บ. องค์กรจัดสรรคลื่นความถี่ฯ พ.ศ. 2553 เมื่อสัญญาร่วมดำเนินกิจการส่งโทรทัศน์สี กองทัพบก ช่อง 7 ระหว่าง กองทัพบก กับ บริษัท กรุงเทพโทรทัศน์และวิทยุ จำกัด สิ้นสุดลง หรือตามระยะเวลาที่กองทัพบกแสดงเจตนาในการยุติบทบาทการเป็นผู้ให้สัญญาหรือสัมปทานในการดำเนินการให้บริการโทรทัศน์ในระบบอนาล็อกภายใน 5 ปี หากได้รับใบอนุญาตประกอบกิจการกระจายเสียงหรือโทรทัศน์เพื่อให้บริการโครงข่ายโทรทัศน์ที่ใช้คลื่นความถี่ภาคพื้นดินในระบบดิจิตอลเพิ่มเติมอีก 1 โครงข่ายแล้ว เพื่อประโยชน์ในการเปลี่ยนผ่านไปสู่ระบบการรับส่งสัญญาณวิทยุโทรทัศน์ในระบบดิจิตอลของประเทศไทย และประโยชน์สาธารณะอื่นที่เกี่ยวข้อง

2.3 เห็นชอบในการออกใบอนุญาตประกอบกิจการโทรทัศน์ ระบบอนาล็อก ให้แก่สถานีโทรทัศน์สีกองทัพบก ช่อง 7 (บริษัท กรุงเทพโทรทัศน์และวิทยุ จำกัด) ตามมาตรา 75 แห่ง พ.ร.บ. การประกอบกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์ พ.ศ. 2551 โดยให้มีอายุใบอนุญาตตามระยะเวลาที่กำหนดไว้ในข้อ 2.

2.4 มอบหมายให้สำนักงาน กสทช. แจ้งให้กองทัพบก กระทรวงกลาโหม ปฏิบัติให้เป็นไปตาม พ.ร.บ. การให้เอกชนร่วมลงทุนในกิจการของรัฐ พ.ศ. 2556 ให้ครบถ้วน และพิจารณารูปแบบรายการของสถานีโทรทัศน์สี กองทัพบก ช่อง 7 ให้สอดคล้องกับวัตถุประสงค์ของการจัดตั้งสถานีโทรทัศน์แต่เริ่มแรก โดยให้คำนึงถึงภารกิจของกองทัพบกเป็นสำคัญ

ขณะที่ช่อง 7 เอง อาจมีปัญหาในแง่ของคุณสมบัติที่จะยื่นประมูลช่องเอชดี เนื่องจากนางสุรางค์ เปรมปรีดิ์ เป็นผู้ถือหุ้นในช่อง 7 และเป็นเจ้าของบริษัท จันทร์ 25 ที่จะเข้าประมูลช่องเอชดีด้วย

หาก กสทช.ต้องการให้โปร่งใสและเกิดประโยชน์ต่อสาธารณะ ก็ควรชี้แจงประเด็นเหล่านี้ให้ชัดเจนก่อนที่การประมูลทีวีดิจิตอลจะเริ่มขึ้น

ข่าวล่าสุด

สมาคมคนตาบอดฉะเชิงเทรา ซึ้งใจเพื่อนพึ่ง(ภาฯ) ไม่ทิ้งกันในยามยาก มอบถุงยังชีพพระราชทาน

สมาคมคนตาบอดฉะเชิงเทรา ซึ้งใจเพื่อนพึ่ง(ภาฯ) ไม่ทิ้งกันในยามยาก มอบถุงยังชีพพระราชทาน