![gxbfLydik=w]j]jksk4kKu gxbfLydik=w]j]jksk4kKu](https://image.posttoday.com/default.jpg?x-image-process=style/lg)
gxbfLydik=w]j]jksk4kKu
รอบสัปดาห์ที่ผ่านมาแวดวงการเงินต้องติดตามการจัดเก็บภาษีของรัฐในช่วงภาวะเศรษฐกิจชะลอขณะที่รัฐบาลกลับมีภาระรายจ่ายเพิ่มขึ้นจากโครงการประชานิยม โดยเฉพาะการหาเงินมาดำเนินโครงการรับจำนำข้าวและโครงการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานขนาดใหญ่
รอบสัปดาห์ที่ผ่านมาแวดวงการเงินต้องติดตามการจัดเก็บภาษีของรัฐในช่วงภาวะเศรษฐกิจชะลอขณะที่รัฐบาลกลับมีภาระรายจ่ายเพิ่มขึ้นจากโครงการประชานิยม โดยเฉพาะการหาเงินมาดำเนินโครงการรับจำนำข้าวและโครงการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานขนาดใหญ่
รัฐเร่งหาเงิน ไล่ล่าภาษีทุกทาง
นางเบญจา หลุยเจริญ รมช.คลัง ได้มอบนโยบายให้กรมสรรพากรเพิ่มประสิทธิภาพในการจัดเก็บภาษีเพื่ออุดรอยโหว่และป้องกันการโกงภาษีมูลค่าเพิ่ม (แวต) ที่ทำให้เกิดการทุจริตแวตเพื่อการส่งออกกว่า 4,000 ล้านบาท ว่าเกิดขึ้นได้อย่างไร โดยมอบนโยบายให้นายสุทธิชัย สังขมณี อธิบดีกรมสรรพากร ไปเร่งหาวิธีเพิ่มประสิทธิภาพของการ จัดเก็บภาษีทุกรูปแบบให้ดีขึ้น เพราะในปีนี้ภาษีนิติบุคคลลดลงเหลือ 20% ทำให้รายได้หายไปจำนวนหนึ่ง ขณะที่การปรับปรุงภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาที่ประกาศใช้ใน 12 เดือนนี้ ก็จะทำให้รายได้ลดลงด้วยหลายหมื่นล้านบาท
ขณะเดียวกัน รมว.คลัง ก็ได้อนุมัติให้เพิ่มอัตรากำลังคนแล้ว 2,280 อัตรา เพื่อมาทำงานจัดเก็บเพิ่มด้วย และคณะรัฐมนตรี (ครม.) ได้มีมติอนุมัติจัดสรรเงินกู้ 988 ล้านบาท เพื่อลงทุนระบบคอมพิวเตอร์ เพื่อสร้างฐานข้อมูลการขยายฐานภาษี โดยในปีหน้ากรมสรรพากรตั้งเป้าหมายในการจัดเก็บภาษีสูงถึง 1.9 ล้านล้านบาท โดยจะมุ่งขยายฐานภาษีไปยังกลุ่มผู้ประกอบการขนาดกลางให้มากขึ้น ด้วยการส่งเจ้าหน้าที่ลงพื้นที่เพื่อประเมินรายได้ โดยอ้างอิงจากบิลสั่งของและใบเสร็จจ่ายเงินทั้งของผู้ประกอบการและคู่ค้า
ตลาดเงินป่วน
ตลาดการเงินทั่วโลกระทึกกับการแก้ไขปัญหาเพดานหนี้สหรัฐที่มีกำหนดเส้นตายเมื่อวันที่ 17 ต.ค.ที่ผ่านมา ด้าน น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม ได้เรียกประชุม ครม.เศรษฐกิจ เพื่อประเมินสถานการณ์และรับมือผลกระทบ และสั่งการให้หน่วยงานหลักด้านเศรษฐกิจ ทั้งธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) กระทรวงการคลัง สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) และตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยติดตามสถานการณ์ และหามาตรการรับมือกับวิกฤตการเงิน การค้า การลงทุนที่จะเกิดขึ้น แต่ทุกหน่วยงานเชื่อว่าปัญหาจะผ่านไปได้ เพราะถ้าสหรัฐไม่สามารถขยายเพดานหนี้ได้จะกระทบฐานะการเงินผู้ถือพันธบัตรสหรัฐอย่างรุนแรง
นางจันทวรรณ สุจริตกุล ผู้ช่วยผู้ว่าการ ธปท. รายงานว่า มีเงินทุนไหลเข้าไทย 2,000 ล้านเหรียญสหรัฐ หากปัญหาหนี้สหรัฐยังยืดเยื้อจะมีเงินไหลทะลักเข้าตลาดเกิดใหม่และประเทศไทยอีก
ขณะที่คณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) ได้มีมติเอกฉันท์ด้วยคะแนน 6 : 0 ให้คงดอกเบี้ยนโยบายไว้ที่ระดับ 2.50% เพื่อรอดูสถานการณ์และได้เตรียมมาตรการไว้รับมือกับความไม่แน่นอนของเงินทุนเคลื่อนย้ายแล้ว
ชำแหละเศรษฐกิจไทยดีแค่เปลือก
นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ อดีตรองนายกรัฐมนตรีและ รมว.คลัง กล่าวในงานสัมมนา “จับชีพจรประเทศไทย” ที่จัดโดยสมาคมผู้สื่อข่าวเศรษฐกิจว่า ประเทศไทยมีอาการเศรษฐกิจถดถอยจาก 4 เสาหลัก ทั้งการส่งออก การบริโภค การลงทุน และการใช้จ่ายภาครัฐที่ทรุดลงพร้อมกัน และกำลังเกิดปัญหาการขาดดุลการค้าที่อาจจะสูงขึ้นแตะ 1 ล้านล้านบาท ในปลายปีนี้ จากปัจจุบันอยู่ที่ 5 แสนล้านบาท
ดังนั้น จึงมองว่ารัฐบาลต้องเป็นแกนหลัก ปรับปรุงโครงสร้างเศรษฐกิจ เพราะปัจจุบันเศรษฐกิจไทยดีแค่เปลือก แต่ยังไม่สายเกินไปที่จะร่วมกันปฏิรูป จึงต้องการออกมาเตือนภัยให้ผู้นำของประเทศทำงานอย่างจริงจัง ให้มองผลประโยชน์ให้กับประเทศเป็นหลัก
นายทนง พิทยะ อดีต รมว.คลัง กล่าวว่า ขณะนี้เศรษฐกิจไทยอยู่ในภาวะซึมมีอัตราการเติบโตน้อย เมื่อเทียบกับประเทศเพื่อนบ้าน เนื่องจากได้รับ ผลกระทบจากเศรษฐกิจโลกสหรัฐและยุโรป ส่วนปัจจัยภายในเกิดจากรัฐบาลมองภาพเศรษฐกิจไทยที่ผิดและใช้มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจและอัดฉีดเงิน ทั้งที่ไทยไม่ได้มีปัญหาการว่างงาน อัตราเงินเฟ้อ และอัตราดอกเบี้ยอยู่ในอัตราต่ำ ทำให้เศรษฐกิจไทยเหมือนเป็นโรคลงพุงและเบาหวาน
ด้านนายณรงค์ชัย อัครเศรณี คณะกรรมการ กนง. กล่าวว่า อาการเศรษฐกิจของประเทศไทยที่น่าเป็นห่วงมากที่สุดคือ การติดกับดักหนี้ของประชาชน ขณะนี้หนี้ครัวเรือนที่สูงใกล้ 80% ของผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (จีดีพี) เป็นผลมาจากพฤติกรรมใช้จ่ายเกินตัวของสังคมสมัยใหม่ การแก้ไขต้องให้ประชาชนรู้ฐานะตัวเอง
นอกจากนี้ หนี้สาธารณะของประเทศก็น่าเป็นห่วง เพราะขยายตัวใกล้จะถึง 60% ของจีดีพีแล้ว เนื่องมาจากการใช้นโยบายประชานิยมกระตุ้นการใช้จ่ายมากเกินไป







