
เจาะตลาดญี่ปุ่น
แดนอาทิตย์อุทัยถือเป็นอีกหนึ่งตลาดต้องมนต์ที่มีนักลงทุนฝรั่งและเอเชียอยากเจาะตลาดเข้ามาทำการค้ากันยิ่งนัก เนื่องจากเป็นตลาดที่มีการบริโภคภายในมหาศาล ทั้งที่ผลงานการพัฒนาเศรษฐกิจของรัฐบาลลุ่มๆ ดอนๆ มาตลอด 20 ปี อีกทั้งญี่ปุ่นยังถูกสารพัดภัยธรรมชาติถล่มแทบตลอดปี ทั้งสึนามิ แผ่นดินไหว ไล่เรียงไปจนถึงเหตุพายุล่าสุด ซึ่งทุกครั้งก็ทำให้ธุรกิจต้อง “ชัตดาวน์” ยาวกันเป็นสัปดาห์ๆ แต่ผลสำรวจกลับพบว่านักลงทุนต่างชาติไม่เคยห่างหายจากประเทศนี้ เช่น บริษัทเมืองผู้ดีที่ปัจจุบันมีจำนวนกว่า 450 บริษัททั่วเกาะญี่ปุ่น
แดนอาทิตย์อุทัยถือเป็นอีกหนึ่งตลาดต้องมนต์ที่มีนักลงทุนฝรั่งและเอเชียอยากเจาะตลาดเข้ามาทำการค้ากันยิ่งนัก เนื่องจากเป็นตลาดที่มีการบริโภคภายในมหาศาล ทั้งที่ผลงานการพัฒนาเศรษฐกิจของรัฐบาลลุ่มๆ ดอนๆ มาตลอด 20 ปี อีกทั้งญี่ปุ่นยังถูกสารพัดภัยธรรมชาติถล่มแทบตลอดปี ทั้งสึนามิ แผ่นดินไหว ไล่เรียงไปจนถึงเหตุพายุล่าสุด ซึ่งทุกครั้งก็ทำให้ธุรกิจต้อง “ชัตดาวน์” ยาวกันเป็นสัปดาห์ๆ แต่ผลสำรวจกลับพบว่านักลงทุนต่างชาติไม่เคยห่างหายจากประเทศนี้ เช่น บริษัทเมืองผู้ดีที่ปัจจุบันมีจำนวนกว่า 450 บริษัททั่วเกาะญี่ปุ่น
ทั้งนี้ หากคุณเป็นอีกหนึ่งคนที่หวัง “โกย” ลูกค้าในแดนปลาดิบ ต้องขอเตือนให้ระวังกำแพงมโหฬารชื่อ “วัฒนธรรมและภาษา” ให้จงหนัก เพราะเป็นที่รู้กันว่าชาวญี่ปุ่นไม่ถูกโรคกับภาษาอังกฤษ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการพูด ขณะที่ความคิดอ่านก็แตกต่างจากชาติอื่นๆ ไม่เหมือนชาวตะวันตก แต่ก็ไม่คล้ายกับชาวเอเชีย ดังนั้นกลยุทธ์ในการเจาะตลาดในอุตสาหกรรมที่แตกต่างกันจึงเป็นเรื่องที่ต้องพิจารณาให้มาก
อุตสาหกรรมเครื่องดื่มและอาหาร ชาวญี่ปุ่นไว้วางใจผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพ มีชื่อเสียงและได้รับการรับรองจากหน่วยงานที่น่าเชื่อถือ การร่วมทุนกับบริษัทญี่ปุ่นเป็นอีกหนึ่งทางเลือก เพื่อช่วยให้ธุรกิจบุกตลาดปลาดิบได้เร็วขึ้น อย่างไรก็ตาม นักลงทุนต้องศึกษาภาษาญี่ปุ่นเตรียมไว้ด้วย เนื่องจากชาวญี่ปุ่นไม่สะดวกใจในการทำธุรกิจกับคนที่ไม่สามารถพูดญี่ปุ่นได้ โดยผลสำรวจจากสำนักข่าวรอยเตอร์ส ปี 2011 ระบุว่า มีพนักงานออฟฟิศญี่ปุ่นเพียง 9% ที่สามารถพูดภาษาอังกฤษระดับสื่อสารได้ ฉะนั้นการพิจารณาจ้างล่ามมืออาชีพเพื่อช่วยสื่อสารภายในองค์กรอาจเป็นสิ่งจำเป็น
อุตสาหกรรมพลังงาน เนื่องด้วยวิกฤตสารกัมมันตรังสีรั่วไหลในโรงไฟฟ้าพลังงานนิวเคลียร์หลายครั้งหลายครา ทำให้รัฐบาลญี่ปุ่นเริ่มมองหาพลังงานทางเลือกใหม่ๆ เพื่อทดแทนพลังงานกว่า 30% ของประเทศที่ได้จากโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ จึงเป็นช่องทางให้บริษัทต่างชาติลงทุนด้านพลังงานในญี่ปุ่น ขณะที่หากธุรกิจของคุณไม่มีกระบวนการกำจัดของเสียที่ถูกวิธี และมีแนวโน้มจะสร้างมลพิษแก่สภาพแวดล้อม ก็อาจถูกชาวญี่ปุ่นเดินขบวนต่อต้านได้ไม่ยาก
อุตสาหกรรมสีเขียว เป็นธุรกิจที่รัฐบาลญี่ปุ่นสนับสนุนมานาน เนื่องจากรัฐบาลญี่ปุ่นพยายามหาแหล่งพลังงานที่สามารถนำกลับมาใช้ใหม่ได้ เช่น พลังงานไฟฟ้าจากกระแสลม แสงอาทิตย์ และไบโอแมส ซึ่งรัฐบาลชินโสะ อาเบะ ของญี่ปุ่น เล็งเป้าว่าต้องการเพิ่มพลังงานจากแหล่งนี้ให้ได้ 20% ของความต้องการพลังงานไฟฟ้าทั้งประเทศ
ส่วนโอกาสที่เห็นอยู่ตรงหน้า คือ การที่ญี่ปุ่นประสบความสำเร็จในการเป็นเจ้าภาพการแข่งขันโอลิมปิกปี 2020 ซึ่งคาดว่าจะดึงดูดนักท่องเที่ยวและแฟนกีฬาจากทั่วโลกให้เข้ามาใช้จ่ายในญี่ปุ่นมหาศาล







