
นิวัฒน์ธำรงปัดขาดทุนจำนำข้าว4.25แสนล.
รมว.พาณิชย์ปัดขาดทุนจำนำข้าว 4.25 แสนล้านบาท ระบุยังไม่มีการสรุป เตรียมไปจีนคุยขายข้าวระยะยาวพ.ย.นี้
รมว.พาณิชย์ปัดขาดทุนจำนำข้าว 4.25 แสนล้านบาท ระบุยังไม่มีการสรุป เตรียมไปจีนคุยขายข้าวระยะยาวพ.ย.นี้
นายนิวัฒน์ธำรง บุญทรงไพศาล รองนายกรัฐมนตรีและรมว.พาณิชย์ เปิดเผยว่า รัฐบาลไม่ได้ขาดทุนโครงการรับจำนำข้าวเปลือก 2 ปีเป็นเงิน 4.25 แสนล้านบาทตามที่มีการวิจารณ์ แต่กระทรวงพาณิชย์ยังไม่สามารถปิดบัญชีโครงการรับจำนำข้าวได้ เพราะยังขายข้าวไม่หมด
“การขาดทุนเป็นเรื่องการปิดบัญชี ซึ่งต้องมีการขายข้าวออกไปให้หมดก่อน เช่น มีของ 100 ชิ้น ขาย 60 ชิ้น เหลืออีก 40 ชิ้นไม่ได้ขาย ก็ปิดบัญชีไม่ได้ แต่ก็ได้ทราบว่าเร็วๆนี้คณะอนุกรรมการปิดบัญชีฯจะส่งตัวเลขปิดบัญชีเดือนโครงการเดือนพ.ค.2556 มาให้”นายนิวัฒน์ธำรงกล่าว
นายนิวัฒน์ธำรง ระบุว่า ในส่วนตัวเลขขาดทุนที่บอกว่าขาดทุน 4 แสนล้านบาท คิดเป็น 60% ของเงินที่หมุนเวียนในโครงการรับจำนำข้าว เป็นเรื่องที่เป็นไปไม่ได้ ขณะที่ตัวเลขขาดทุนที่ ม.ร.ว.ปรีดิยาธร เทวกุล อดีตรองนายกฯนำมาเปิดเผย เห็นว่าข้อมูลน้อยเกินไป และไม่รู้ว่านำข้อมูลมาจากตรงไหน
“ข่าวที่ลงหม่อมอุ๋ยท่านเอาตัวเลขออกมาให้ดูมี 7 บรรทัด เนื้อหา 2 หน้า ผมเห็นแล้ว แต่ก็มีตัวเลขต้องขอข้อมูลเพิ่มเติมว่าตรงหรือไม่ มันสั้นมาก เราเลยไม่รู้ว่ามันมาจากตรงไหน”นายนิวัฒน์ธำรงกล่าว
นายนิวัฒน์ธำรง ยืนยันว่า รัฐบาลจะใช้วิธีการรับจำนำข้าวต่อไป เพราะการจ่ายส่วนต่างราคา ไม่ได้พยุงราคาข้าวให้เพิ่มสูงขึ้นแต่อย่างใด ขณะที่การรับจำนำขาดทุนปีละ 1 แสนล้านบาท ส่วนการชดเชยการประกันราคามีค่าใช้จ่ายในการอุดหนุนหรือเรียกว่าขาดทุนก็ได้ปีละ 6-8 หมื่นล้านบาท
ส่วนกรณีที่มีการกล่าวหาว่าโครงการมีปัญหาคอรัปชั่น หากมีข้อมูลก็ส่งมาให้กระทรวงพาณิชย์ เพื่อจะได้ดำเนินการจับกุมต่อไป เพราะที่ผ่านมามีคนพูดเรื่องนี้มาก แต่ไม่มีหลักฐานมาให้เลย หากม.ร.ว.ปรีดิยาธร มีข้อมูลก็จะประสานขอข้อมูลไป
นายนิวัฒน์ธำรง กล่าวว่า กรณีที่ไทยขายข้าวให้จีนต้องแบ่งเป็น 3 กรณี คือ 1.กรณีที่รัฐบาลขายข้าวให้มณฑลเฮยหลงเจียง 1.2 ล้านตัน จะมีการทำสัญญาซื้อขายในเดือนต.ค.นี้ 2.เอกชนไทยขายข้าวให้รัฐวิสาหกิจจีน 1 ล้านตันภายใน 5 ปี ซึ่งสมาคมผู้ส่งออกข้าวไทยลงนามกับจีนไปเมื่อเร็วๆนี้ และ3.กรณีที่นายหลี เค่อเฉียง นายกรัฐมนตรีจีนตกลงจะซื้อข้าวไทยปีละ 1 ล้านตันต่อเนื่อง 5 ปีนั้น ในเดือนพ.ย.หรืออย่างช้าเดือนธ.ค. กระทรวงพาณิชย์จะนำคณะไปหารือกับรมว.พาณิชย์ของจีน ซึ่งราคาข้าวที่ไทยจะขายให้จีนนั้น จะอ้างอิงตามราคาตลาดโลกและมีสูตรที่ชัดเจน และมั่นใจว่าราคาจะดีกว่าเวียดนาม
“วันนี้เรามีสต็อกที่จะขาย 10 ล้านตัน นอกนั้นมีภาระผูกพัน ซึ่งถือว่าเริ่มต้นดี เรากำลังกลับมาสู่ภาวะปกติแล้ว และรับรองว่า เราไม่ได้ขายข้าวเพื่อระบายสต็อก เราไม่ตัดราคาขายข้าว เพราะทั่วโลกพร้อมซื้อข้าวไทยราคาแพงกว่าเวียดนามแน่นอน และตอนนี้อีรัก อินโดนีเซีย สนใจซื้อข้าวไทย”นายนิวัฒน์ธำรงกล่าว







