
ธุรกิจความงามรุ่งเนทูร่าชาร์มเร่งผุดสาขา
เนทูร่า ชาร์ม ธุรกิจความงามภูธร สบช่องตลาดเติบโต 100% เล็งขยายแฟรนไชส์ทั่วประเทศ
เนทูร่า ชาร์ม ธุรกิจความงามภูธร สบช่องตลาดเติบโต 100% เล็งขยายแฟรนไชส์ทั่วประเทศ
นางนงค์คาร ซูเนิน ผู้บริหารบริษัท เอฟ.ที.ซี. เฟลมิชไทย ผู้ดำเนินธุรกิจสถาบันเสริมความงาม นวลนงค์คาร และสถาบันเสริมความงาม เนทูร่า ชาร์ม เปิดเผยว่า ในปีนี้บริษัทมีแผนขยายธุรกิจสถาบันเสริมความงามภายใต้แบรนด์ “เนทูร่า ชาร์ม” ในรูปแบบแฟรนไชส์ โดยเตรียมแผนเปิดตัวแฟรนไชส์แห่งแรกในกรุงเทพฯ บนทำเลถนนศรีนครินทร์ เพื่อเป็นร้านต้นแบบสำหรับนักลงทุนธุรกิจที่สนใจทั่วประเทศ
ทั้งนี้ ในช่วง 23 ปีที่ผ่านมา พบว่าธุรกิจบริการสถาบันความงามในต่างจังหวัดมีอัตราเติบโตสูงต่อเนื่อง เห็นได้จากผู้ให้บริการธุรกิจคลินิกความงามแบรนด์ต่างๆ จากกรุงเทพฯ ต่างหันมาขยายสาขาในต่างจังหวัด ทั้งภาคเหนือและอีสานมากขึ้น เพื่อรองรับกลุ่มผู้บริโภคในระดับครอบครัวที่ขยายกำลังซื้อสูงขึ้น และแบ่งค่าใช้จ่ายมาดูแลสุขภาพและความงามมากขึ้น
สำหรับบริษัทเริ่มดำเนินธุรกิจสถาบันความงามมา 18 ปี และมีอัตราเติบโตรายได้ต่อเนื่องตามแนวโน้มเศรษฐกิจและความต้องการตลาด โดยเฉพาะในช่วง 2-3 ปี มีรายได้เติบโตกว่า 100% และจากการขยายธุรกิจใหม่แฟรนไชส์จะทำให้มีอัตราเติบโตเพิ่มขึ้น 20% จากปัจจุบันมีรายได้ราว 25 ล้านบาทต่อปี
ขณะเดียวกัน บริษัทยังมีแผนขยายธุรกิจแฟรนไชส์เครื่องสำอางแบรนด์ เนทูร่า ชาร์ม ไปพร้อมกันด้วย ซึ่งมองว่าผลิตภัณฑ์ดังกล่าวยังมีโอกาสทางธุรกิจเติบโตสูง เพราะสามารถทำตลาดได้ทั่วประเทศ ในรูปแบบจัดจำหน่าย หรือเคาน์เตอร์บริการเครื่องสำอางทั่วไป โดยใช้งบลงทุนเบื้องต้น ราว 5 แสนบาท สำหรับผู้สนใจก็สามารถดำเนินธุรกิจส่วนตัวได้ เป็นต้น
ทั้งนี้ บริษัทวางเป้าหมายภายใน 3-5 ปีนับจากนี้ จะสามารถขยายธุรกิจร้านสาขาแฟรนไชส์ เนทูร่า ชาร์ม ในรูปแบบร้านขนาดใหญ่และขนาดกลางราว 6 สาขา ทั้งในกรุงเทพฯ และจังหวัดหัวเมืองใหญ่ โดยเฉพาะในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เช่น ขอนแก่น จากปัจจุบันเปิดให้บริการสาขาใหญ่ที่ จ.เชียงใหม่ 1 แห่ง และได้การตอบรับดีจากกลุ่มลูกค้าที่เข้ามาใช้บริการและมีความสนใจทำธุรกิจบริการด้านความงาม
สำหรับการขยายธุรกิจแฟรนไชส์ สถาบันเนทูร่า ชาร์ม แบ่งออกเป็น 3 รูปแบบ คือ 1.ร้านขนาดใหญ่ ใช้งบลงทุน 25 ล้านบาท โดยแฟรนไชซีจะได้รับผลิตภัณฑ์เครื่องสำอางดูแลผิว อุปกรณ์เครื่องมือ บริการห้องปรนนิบัติ ผิว 4 ห้อง และบริการที่ปรึกษาทางธุรกิจนาน 10ปี เป็นต้น, 2.ร้านขนาดกลาง ใช้งบลงทุน15 ล้านบาท บริการห้องปรนนิบัติผิว 2 ห้อง และอุปกรณ์เครื่องมือต่างๆ และ3. ร้านขนาดเล็ก บริการดูแลผิวระดับพื้นฐาน พร้อมห้องปรนนิบัติผิว 1 ห้อง
“ธุรกิจบริการสถาบันความงามทั้ง 3 รูปแบบ คาดจะถึงจุดคุ้มทุนเฉลี่ย 2 ปีครึ่งถึง 3 ปี ซึ่งขึ้นอยู่กับทำเล และการทำตลาดภายใต้โปรโมชันต่างๆด้วย” นางนงค์คาร กล่าว







