posttoday
ตลาดยางพาราป่วนรัฐจีทูจีให้จีน

ตลาดยางพาราป่วนรัฐจีทูจีให้จีน

15 ตุลาคม 2556

โดย...สิทธิณี ห่วงนาค

โดย...สิทธิณี ห่วงนาค

หลังนายกรัฐมนตรีไทยประกาศว่าได้เจรจาขายยางให้รัฐบาลจีนปีละ 2 แสนตัน ปรากฏว่านอกจากจะไม่มีเสียงตอบรับใดๆ ออกมาแล้ว ยังมีปัญหาว่าข้อตกลงนี้จะสร้างปัญหาให้กับตลาดยางพาราในไทยมากกว่าผลประโยชน์ที่จะเกิดขึ้น โดยเฉพาะหากรัฐบาลนำยางในสต๊อกรัฐที่ใช้งบประมาณไปรับซื้อยางพาราในราคาสูงถึงกิโลกรัม (กก.) ละ 104 บาท เพื่อแทรกแซงราคา จนได้ยางมาเก็บไว้ในสต๊อกถึง 2 แสนตัน

อุทัย สอนหลักทรัพย์ อดีตประธานสภาการยางพาราแห่งประเทศไทย กล่าวว่า ปัจจุบันจีนซื้อยางจากไทยปีละ 1 ล้านกว่าตัน การที่จะซื้อเพิ่มอีก 12 แสนตัน จึงเป็นเรื่องปกติ เพราะจีนอาจจะให้เอกชนในประเทศลดการซื้อจากตลาดปกติ แล้วมาซื้อยางล็อตที่เป็นข้อตกลงทางการทูตแทน รัฐจึงควรไปสนใจเรื่องขายข้าวจะดีกว่า

“หากนายกรัฐมนตรีเอายางในสต๊อกของรัฐบาลปริมาณ 2 แสนตันออกไปขาย จะทำให้ราคายางในตลาดโลกตกลงแน่นอนและทำให้ตลาดปั่นป่วนได้” อุทัย กล่าว

นอกจากนี้ การขายยางในสต๊อกมีปัญหาว่ารัฐบาลจะขายในราคาเท่าไร แล้วจะขาดทุนหรือไม่ เพราะในโครงการรักษาเสถียรภาพราคายางพาราของรัฐบาลเขียนไว้ว่าห้ามขายยางในราคาขาดทุน ขณะเดียวกัน หากรัฐบาลจีนซื้อแล้วขายต่อกับผู้ใช้ในประเทศก็จะกระทบต่อภาคเอกชนของไทย

ทั้งนี้ สิ่งที่รัฐบาลควรจะทำ คือการสนใจดูแลภาคเอกชนของไทยที่ส่งออกยางไปจีนให้ได้รับความเป็นธรรมในการซื้อขาย เนื่องจากเอเยนต์ในจีนมักจะมีปัญหาต่างๆ เพื่อนำมาใช้ในการต่อรองราคาหรือกดราคารับซื้อยางจากไทยตลอดเวลา ซึ่งที่ผ่านมาภาคเอกชนไทยต้องต่อสู้กันเอง ทั้งที่ทำรายได้เข้าประเทศปีละกว่า 4 แสนล้านบาท ส่วนราคายางล่าสุด ยางแผ่นรมควันชั้น 3 อยู่ที่ 75-76 บาทต่อ กก.

อย่างไรก็ตาม การที่รัฐบาลได้เข้าแทรกแซงราคายางพาราก่อนหน้านี้ ด้วยการรับซื้อในราคาที่สูงถึง กก.ละ 104 บาท ในขณะที่ปัจจุบันราคาในตลาดโลก สำหรับยางแผ่นรมควันอยู่ที่ กก.ละเพียง 75-76 บาทเท่านั้น หรือต่ำกว่าราคารับซื้อเกือบเท่าตัว

รัฐบาลจึงต้องหาทางระบายยางในสต๊อกรัฐ 2 แสนตันนี้ โดยก่อนหน้านี้ ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ได้มอบให้กระทรวงเกษตรและสหกรณ์เป็นผู้รวบรวมโครงการที่จะใช้ยางพาราในสต๊อก เพื่อส่งให้กรมบัญชีกลางพิจารณานำยางในสต๊อกไปใช้ในโครงการของหน่วยราชการในปีงบประมาณ 2557

แต่ปรากฏว่า ผ่านมา 1 เดือน กระทรวงเกษตรฯ ก็ยังไม่สามารถรวบรวมได้ เพราะหน่วยงานแต่ละที่ติดปัญหาว่าจะแปลงต้นทุนราคาจากการเปลี่ยนแปลงวัสดุจากอิฐ หิน ปูน ทราย มาเป็นการใช้ยางพาราได้อย่างไร ในอัตราเท่าไร

เพิก เลิศวังพง ประธานชุมนุมสหกรณ์ชาวสวนยางแห่งประเทศไทย (ชสยท.) กล่าวว่า ปัญหาที่เกิดขึ้นเพราะภาครัฐไม่จริงใจที่จะตอบสนองโครงการ เพราะจะต้องมีการแก้ไขระเบียบการจัดซื้อจัดจ้าง หรือการประมูลวิธีพิเศษ เพื่อเอื้อให้โครงการเดินได้

“การนำยางพารามาใช้ในโครงการของรัฐจะสำเร็จหรือไม่ ขึ้นอยู่กับความจริงใจของฝ่ายนโยบายรัฐบาลควรประกาศเป็นเงื่อนไขว่าเอกชนที่ประมูลงานในโครงการ 2.2 ล้านล้านบาท หรือโครงการน้ำ 3.5 แสนล้านบาท ต้องเอายางพาราไปเป็นส่วนประกอบ หรือทำให้การใช้ยางพาราในประเทศเพิ่มน่าจะดีกว่า เพราะการขายยางแบบจีทูจีจะไม่เกี่ยวกับตลาดเอกชน ทำให้กังวลว่าจะเอายางสต๊อกไปเร่ขายถูก เพราะไม่เคยเห็นจีนซื้อของแพงกว่าราคาตลาด” เพิก กล่าว

ข่าวล่าสุด

สมาคมคนตาบอดฉะเชิงเทรา ซึ้งใจเพื่อนพึ่ง(ภาฯ) ไม่ทิ้งกันในยามยาก มอบถุงยังชีพพระราชทาน

สมาคมคนตาบอดฉะเชิงเทรา ซึ้งใจเพื่อนพึ่ง(ภาฯ) ไม่ทิ้งกันในยามยาก มอบถุงยังชีพพระราชทาน