
CPNรักษาเป้าปีนี้รายได้โต15%
ลูกค้าหนีม็อบไปห้างอื่นพุ่ง30%
ลดเสี่ยงขยายลงทุนต่างประเทศ
โพสต์ทูเดย์
— CPN ยังไม่หด เป้ารายได้ปีนี้มั่นใจทั้งปีโต 1415% ปิดราชประสงค์ลูกค้าหันไปใช้ศูนย์การค้าอื่นพุ่ง 1530% หันลุยต่างประเทศนายกอบชัย จิราธิวัฒน์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร และกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท เซ็นทรัลพัฒนา (CPN) เปิดเผยว่า บริษัทยังไม่มีการปรับลดเป้าหมายรายได้ของปีนี้ลง แม้ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์ต้องปิดให้บริการประมาณ 25 วันแล้วก็ตาม โดยคาดว่าปีนี้รายได้จะโตประมาณ 1415% จากปี 2552 มีรายได้รวม 1.61 หมื่นล้านบาท
ทั้งนี้ ผลจากการปิดศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์ ทำให้ลูกค้าหันไปใช้บริการยังศูนย์การค้าอื่นแทน ซึ่งจากการสำรวจพบว่าศูนย์การค้าแห่งอื่นของบริษัทมีลูกค้าเข้าไปใช้บริการเพิ่มจากปกติประมาณ 1530% เทียบกับจำนวนลูกค้าใช้บริการที่เซ็นทรัลเวิลด์ต่อวันอยู่ที่ 1.5 แสนคน
สำหรับความเสียหายขณะนี้ยังไม่มีการสรุปตัวเลข รอรวบรวมทั้งหมดครั้งเดียวเมื่อเหตุการณ์จบลงแล้ว เพื่อนำตัวเลขความเสียหายทั้งหมดเสนอต่อรัฐบาลผ่านนายกอร์ปศักดิ์ สภาวสุ เลขาธิการนายกรัฐมนตรี
ด้านความช่วยเหลือผู้เช่าพื้นที่นั้น ทางบริษัทได้เปิดให้ลูกค้าเลือกว่าจะย้ายไปขายที่ศูนย์แห่งไหนของบริษัทก็ได้ ส่วนอัตราค่าเช่าก็ขึ้นอยู่กับการเจรจา
อย่างไรก็ตาม ในการประชุมผู้ถือหุ้นเมื่อวันที่ 28 เม.ย.นี้ ผู้ถือหุ้นได้ถามถึงผลกระทบจากการปิดราชประสงค์อย่างกว้างขวาง แต่ทางบริษัทจะเปิดเผยครั้งเดียวเมื่อทุกอย่างยุติแล้ว
นายนริศ เชยกลิ่น รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ สายงานการเงินและบัญชี CPN กล่าวว่า ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์ ได้มีการทำประกันการก่อการร้ายมาแล้วหลายปีที่ผ่านมา ซึ่งเป็นการประกันความเสียหายที่เกิดขึ้นกับทรัพย์สินและความเสียหายที่มีผลต่อรายได้ โดยมีวงเงินประกันอยู่ที่ประมาณ 100 ล้านเหรียญสหรัฐ และจ่ายเบี้ยประกันปีละ 0.1% ของวงเงินประกัน แต่ทั้งนี้ต้องมีความเสียหายต่อทรัพย์สินก่อนจึงจะเรียกร้องค่าเสียหายได้
สำหรับการลงทุนพัฒนาศูนย์ต่างๆ ยังเดินหน้าตามปกติ ปีนี้ใช้เงินลงทุน 8,000 ล้านบาท ใช้เงินลงทุนจากเงินสดจากการดำเนินงานที่ตอนนี้มีประมาณ 4,000 ล้านบาท และคาดว่าช่วงปีนี้ต่อเนื่องถึงปีหน้า เงินจากการดำเนินงานน่าจะเพิ่มขึ้นไปอยู่ที่ 7,0008,000 ล้านบาท ส่วนที่เหลือบางส่วนจะกู้เงินและผู้ถือหุ้นอนุมัติออกหุ้นกู้ 5,000 ล้านบาท รวมวงเงินเดิม 3,300 ล้านบาท ทำให้บริษัทมีช่องออกหุ้นกู้รวม 8,300 ล้านบาท
ฉะนั้น อนาคตจะไปต่างประเทศมากขึ้นเพื่อกระจายความเสี่ยง มองว่า 5 ปีข้างหน้ารายได้จากต่างประเทศจะเข้ามาประมาณ 10% โดยครั้งแรกจะเริ่มที่ประเทศจีนก่อน







