
เอชเอสบีซีเตือนรับมือเงินทุนเข้าออกผันผวน
เอชเอสบีซีเตือนกลุ่มประเทศตลาดเกิดใหม่ระวังความผันผวนจากเงินทุนไหลกลับจากวิกฤตสหรัฐ
เอชเอสบีซีเตือนกลุ่มประเทศตลาดเกิดใหม่ระวังความผันผวนจากเงินทุนไหลกลับจากวิกฤตสหรัฐ
นายอองเดร เดอ ซิลวา ผู้อำนวยการบริหารศูนย์วิจัยอัตราดอกเบี้ยตลาดเอเชีย ธนาคารเอชเอสบีซี ประจำภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก เปิดเผยว่า จากปัญหาการชัตดาวน์หน่วยงานราชการของสหรัฐ ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อจีดีพีของสหรัฐราว 0.1% ต่อสัปดาห์ที่ยังคงไม่ได้ข้อสรุป รวมทั้งความเป็นไปได้ที่สหรัฐจะไม่สามารถเจรจาขยายเพดานการกู้ยืมของรัฐบาลได้ทันในวันที่ 17 ต.ค.นี้ จะทำให้ธนาคารกลางสหรัฐหรือเฟดต้องเลื่อนแผนการเริ่มถอนมาตรการคิวอีไปอยู่ในช่วงไตรมาสแรกของปีหน้า ซึ่งจะกระทบต่อเนื่องให้การปรับขึ้นดอกเบี้ยของเฟดในปี 2558
นายอองเดร กล่าวว่า จากแนวโน้มดังกล่าวทำให้คาดว่าในระยะสั้นนี้มีโอกาสที่เงินทุนบางส่วนอาจไหลเข้ากลับมาในกลุ่มประเทศตลาดเกิดใหม่ได้อีกครั้ง แต่อาจมีปริมาณไม่มากและอยู่ไม่นานเหมือนในช่วงก่อนหน้านี้ เพราะแม้ว่าการถอนคิวอีจะชะลอออกไป แต่ตลาดยังเชื่อว่าการถอนจะยังอยู่ในกรอบเวลาเดิมคือภายในกลางปีหน้า ทำให้กลุ่มประเทศตลาดเกิดใหม่ยังมีความเสี่ยงจะต้องเผชิญกับความผันผวนในตลาดเงินต่อไป
นายอองเดร กล่าวว่า แม้ปัญหาด้านการคลังของสหรัฐจะสร้างความกังวลให้กับตลาดในขณะนี้ แต่การลงทุนในพันธบัตรสหรัฐก็ยังคงเป็นทางเลือกอันดับต้นๆ ของนักลงทุน เนื่องจากตลาดยังมองว่าแม้การเจรจาขยายเพดานหนี้จะเกินกำหนดวันที่ 17 ต.ค.นี้ แต่ผลกระทบจะยังไม่รุนแรง เพราะสหรัฐจะยังสามารถจ่ายบิลที่สำคัญบางรายการได้อยู่ แต่ปัญหาจะเริ่มรุนแรงขึ้นในวันที่ 31 ต.ค ที่กระทรวงการคลังต้องจ่ายดอกเบี้ย 6,000 ล้านเหรียญสหรัฐ ให้แก่ผู้ถือครองพันธบัตร ซึ่งในท้ายที่สุดแล้วเชื่อว่าฝ่ายการเมืองจะตกลงกันได้ก่อนเส้นตายนี้
นายอองเดร กล่าวว่า หากสหรัฐสามารถแก้ปัญหาทั้งหมดได้ภายในเดือนนี้ ผลกระทบที่กลุ่มประเทศตลาดเกิดใหม่รวมถึงไทยได้รับจะมีไม่มาก สำหรับเศรษฐกิจไทยในปีนี้ธนาคารคาดว่าจะขยายตัวได้ในระดับต่ำกว่า 3% ตามการชะลอของกำลังซื้อในประเทศและแผนการลงทุนของภาครัฐที่ล่าช้า







