
บทบาทพม่าในอาเซียนก้าวใหญ่ที่ไม่ ‘บังเอิญ’
การขึ้นแท่นประธานอาเซียนของพม่าในปีหน้า ได้รับการจับจ้องจากทั้งสายตาเพื่อนบ้านในกลุ่มอาเซียน
โดย...ตะวัน หวังเจริญวงศ์
การขึ้นแท่นประธานอาเซียนของพม่าในปีหน้า ได้รับการจับจ้องจากทั้งสายตาเพื่อนบ้านในกลุ่มอาเซียน ตลอดจนสายตาประชาคมโลก เพราะน่าจะเป็นบทบาทสำคัญที่นำพม่าเติบโตต่อไปในอนาคต
พิษณุ สุวรรณะชฎ เอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงย่างกุ้ง วิเคราะห์ว่า การดำรงตำแหน่งประธานอาเซียนเปรียบเสมือนการสอบไล่ของทุกประเทศในอาเซียน โดยเฉพาะประเทศอาเซียนใหม่ หากสามารถจัดงานให้ประสบความสำเร็จได้ ก็เท่ากับเรียนจบครบทั้งหลักสูตรการศึกษา และไม่ว่าจะต้องเจอการประชุมอะไรต่อไปก็สามารถเป็นเจ้าภาพจัดงานได้ทุกครั้ง
“การเป็นเจ้าภาพอาเซียนคือ งานที่ยากมากของทุกประเทศ ตลอดทั้งปีที่เป็นเจ้าภาพต้องจัดทั้งประชุมสาขาและประชุมร่วมกับคู่เจรจาอาเซียนหัวข้อต่างๆ ทั้งระดับเล็กและระดับใหญ่ เช่น Senior Official Meeting (SOM) Technical Meeting รวมกว่า 700 นัด ทั้งหมดนี้เป็นเรื่องที่ท้าทายมาก”
อย่างไรก็ตาม พิษณุ อธิบายว่า พม่าเองมีพื้นฐานเป็นประเทศที่มีศักยภาพสูงมาก แม้จะขึ้นชื่อว่า “ปิดประเทศ” มานาน แต่รับรู้เรื่องราวของโลกภายนอกเป็นอย่างดี นอกจากนี้ ชาวพม่ามีศักยภาพในการเรียนรู้สูง เมื่อฝึกอบรมแล้วจะสามารถทำงานได้ดี ขณะเดียวกันการที่ชาวพม่ามีพื้นฐานเป็นพุทธศาสนิกชนที่เคร่งครัด ยังทำให้ชาวพม่ามีขีดความสามารถการคิดจากเหตุผลสูงด้วย
สำหรับการเป็นเจ้าภาพในปีหน้า เขาเชื่อว่าพม่าจะประสบความสำเร็จได้อย่างแน่นอน หากได้รับการสนับสนุนที่ดีจากประเทศสมาชิกอาเซียน สังเกตได้จากความตั้งใจและการวางแผนต่อเนื่องหลายๆ อย่าง
“ในสารบบของอาเซียนไม่มีใครกำหนดว่าจะเป็นประธานอาเซียน ต้องเป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขันกีฬาซีเกมส์ก่อน แต่พม่าก็เป็น ผมมองว่านี่ไม่ใช่เรื่องบังเอิญ แต่เป็นเรื่องที่พม่าวางแผนไว้แล้ว”
พิษณุ ขยายความว่า การเป็นเจ้าภาพซีเกมส์ของพม่าในช่วงปลายปีนี้ มีสิ่งที่แตกต่างจากซีเกมส์ครั้งที่ผ่านมาหลายประการ 1.ปกติซีเกมส์จะจัดขึ้นในช่วงเดือน ต.ค.พ.ย. แต่ครั้งนี้เลื่อนไปทำพิธีเปิดในวันที่ 11 ธ.ค. 2556 เพื่อให้เป็นการเปิดงานในวันที่ 11 เดือน 12 ปี 13
และ 2.นี่คือการเป็นเจ้าภาพจัดแข่งขันกีฬาครั้งใหญ่ในรอบ 50 ปีของพม่า หลังจากจัดครั้งล่าสุดคือกีฬาแหลมทอง เมื่อปี 2506 การเป็นทั้งเจ้าภาพซีเกมส์และประธานอาเซียน จึงถือเป็นความตั้งใจและความกล้าหาญของพม่าในการท้าทายกับความยุ่งยากในการจัด ทั้งที่ไม่ประสบการณ์มานานและสะท้อนให้เห็นด้วยว่า พม่า “เต็มที่”
นอกจากนี้ การเตรียมการด้านอื่นๆ เพื่อเข้าสู่ประชาคมอาเซียน พม่าก็จริงจังและตื่นตัวไม่แพ้ชาติอื่นๆ พม่านำเรื่องความรู้พื้นฐานเกี่ยวกับอาเซียน เข้าไปบรรจุในหลักสูตรการศึกษาในระบบ มีการอบรมสัมมนา พัฒนาบุคลากรและข้าราชการให้มีความรู้และความตระหนักเกี่ยวกับอาเซียนแล้วเช่นกัน
ขณะเดียวกัน พม่ากำลังปฏิรูปเศรษฐกิจให้มีมาตรฐานอาเซียนและมาตรฐานสากลมากขึ้น เช่น ในระดับมหภาค พม่าเปลี่ยนระบบแลกเปลี่ยนเงินตรา จากเดิมที่ใช้ระบบที่ผูกกับค่าเงินสกุลอื่น มาเป็นระบบลอยตัวแบบมีการจัดการ มีการแยกธนาคารกลางออกมาเป็นองค์กรอิสระ การออกกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการพัฒนาเศรษฐกิจออกมาเรื่อยๆ
“พม่ายังสร้างศูนย์ประชุมใหม่อีกแห่งหนึ่งที่เนย์ปิดอว์รองรับการประชุมในปีหน้า แถมยังสร้างสนามกีฬาใหม่อีก 2 แห่ง รองรับซีเกมส์ในปีนี้ ถ้าให้คะแนนความตั้งใจ ผมว่าต้องให้เต็ม”
ขณะที่แหล่งข่าวจากกระทรวงการต่างประเทศของพม่า ระบุว่า พม่ามีการอบรมพัฒนาข้าราชการหลายหลักสูตรเพื่อให้พร้อมเข้าสู่ประชาคมอาเซียน เช่น การอบรมหลักสูตรพัฒนาศักยภาพผู้นำ หลักสูตรรับมือความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว
ข้อมูลจากสำนักงานเลขาธิการอาเซียน ระบุด้วยว่า กระทรวงการต่างประเทศของพม่ามีความร่วมมือกับสำนักงานเลขาธิการอาเซียนและสหรัฐอเมริกาในการเวิร์กช็อปหลักสูตรต่างๆ เพื่อให้พร้อมสำหรับการเป็นประธานอาเซียนในปีหน้า







