
‘TUF’มั่นใจกำไรฟื้น ทูน่า-กุ้งเป็นพระเอก
ไทยยูเนี่ยน โฟรเซ่นฯ ลั่นกลางวง 20 ผู้จัดการกองทุน ธุรกิจผ่านจุดต่ำสุดแล้วจะเริ่มฟื้นตั้งแต่ไตรมาส 3
ไทยยูเนี่ยน โฟรเซ่นฯ ลั่นกลางวง 20 ผู้จัดการกองทุน ธุรกิจผ่านจุดต่ำสุดแล้วจะเริ่มฟื้นตั้งแต่ไตรมาส 3
บริษัทหลักทรัพย์ ธนชาต ออกบทวิเคราะห์ว่า เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมาธนชาตได้เป็นเจ้าภาพจัด Exclusive Lunch โดยได้เชิญ บริษัท ไทยยูเนี่ยน โฟรเซ่น โปรดักส์ (TUF) นำโดย นายธีรพงศ์ จันศิริ เจ้าของและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร พบผู้จัดการกองทุนในประเทศประมาณ 20 แห่ง เข้ารับฟังข้อมูล
การประชุมร่วมครั้งนี้ TUF มีความมั่นใจอย่างมากว่ากำไรจะเริ่มฟื้นตัวในช่วงไตรมาส 3 ปีนี้จากระดับต่ำสุดในช่วงครึ่งแรกของปี โดยธุรกิจทูน่าและกุ้งที่ค่อยๆ เริ่มจะฟื้นตัว
นอกจากนี้ TUF ยังคาดว่าอัตรากำไรขั้นต้นจะกลับมาอยู่ที่ระดับ 13.5% ในช่วงครึ่งปีหลังจาก 11.7% ในช่วงครึ่งปีแรก และ 14-15% ในปี 2555 ซึ่งทั้งปีฝ่ายวิจัยคาดว่ากำไรขั้น TUF จะอยู่ที่ 13%
ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร TUF ยังมั่นใจว่าจะสามารถลดผลขาดทุนในธุรกิจ ธุรกิจอาหารสัตว์เลี้ยง USPN ลงเหลือ 3 ล้านเหรียญสหรัฐ จากที่ขาดทุน 20 ล้านเหรียญสหรัฐ เมื่อปีที่ผ่านมาและคาดการณ์เดิมปีนี้และจะมีกำไร 3 ล้านเหรียญสหรัฐในปีหน้า โดยการลดอัตราการสูญเสียในการผลิตให้เหลือ 10% ในปีหน้าจาก 25% ในช่วงครึ่งแรกปีนี้ และมีแผนที่จะตัดค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารลงครึ่งหนึ่งในปีหน้า
สำหรับธุรกิจทูน่ายังคงต้องผันผวนตามราคาวัตถุดิบที่ส่งผลกระทบต่ออัตรากำไรขั้นต้น ซึ่ง TUF มองว่าราคาราคาวัตถุดิบทูน่าที่เกินกว่า 2,000 เหรียญสหรัฐต่อตัน เป็นระดับที่ทำให้ลูกค้าชะลอคำสั่งซื้อ เนื่องจากราคาวัตถุดิบในปัจจุบันลดลงมาอยู่ที่ 1,8001,900 เหรียญสหรัฐต่อตัน และทำให้คาดว่าธุรกิจทูน่าในส่วนของ OEM น่าจะดีขึ้นในช่วงครึ่งปีหลัง
ขณะที่แบรนด์ Chicken of the Sea และ MWBrands (John West, Mareblu, Petit Navire และ Parmentier) ในสหรัฐและยุโรปจะเติบโตในระดับปกติที่ 35% ต่อปี
ทั้งนี้ ในส่วนของธุรกิจกุ้งก็จะกลับมามีกำไรตั้งแต่เดือน ส.ค. จากสัญญาใหม่กับลูกค้าซึ่งมีการปรับขึ้นราคาขายเพื่อให้สอดคล้องกับราคาวัตถุดิบที่พุ่งสูงขึ้นมองว่าปีหน้า TUF จะกลับมาฟื้นตัวอย่างแข็งแกร่ง แต่บริษัทไม่คาดว่าอุตสาหกรรมจะกลับมาสู่ระดับก่อนการเกิดโรคระบาด EMS เพราะปริมาณผลิตยังล้นตลาด







